การพยากรณ์ รายเดือน

มีเท็คนิคสำคัญอยู่ที่ การใช้ดวงชะตาจร ซึ่งนิยมใช้กันดังนี้

ในการพยากรณ์เหตุการณ์รายเดือนที่นิยมกันและใช้กันมากคือ

1.    ดวง วันอมาวสี  ( New Moon ) คือแรม 15 ค่ำ ของทุกเดือน ถึง New Moon ต่อไป

ดวง New Moon นี้ จะบอกเหตุการณ์ว่าเดือนนี้จะมีเรื่องที่เราต้องการทราบเกิดขึ้นหรือไม่

ให้ดูที่ตำแหน่งดวงจันทร์ทับกับดวงอาทิตย์ เป็นจุดตั้ง และดูว่า เรื่องที่เราต้องการค้นหา

เช่น  ดาวโดด ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล ฯลฯ มาทำมุมถึงจุด นี้หรือไม่ ซึ่งในโปรแกรมจะมีเมนูให้กด

ที่ New Moon เราก็จะได้ตำแหน่ง พร้อมทั้งปรับเวลามาเป็นประเทศไทยได้เลย ถ้าเปิดในปฏิทิน Raphae*s เราจะต้อง บวก 7 เพื่อให้เป็นเวลาทางตะวันออกเสียก่อนถึงจะนำมาใช้ได้

 

2.    ดวง วันปูรณมี  ( Full Moon )  คือขึ้น 15 ค่ำ ของทุกเดือน ถึง Full moon ต่อไป

ดวง Full Moon นี้ ใช้สำหรับหาเหตุการณ์รายเดือน เหมือนกัน โดยใช้จุดดวงจันทร์ เป็นตัวกำหนดว่า

มีดวง หรือปัจจัย ที่เราต้องการทราบทำมุม หรือเข้าเรือนชะตาอะไรบ้าง ถ้าไม่เข้ามุม หรือเข้าเรือนที่ต้องการ

ก็อาจยังไม่เกิดในเดือนนี้ ให้ทำการตรวจเช็คต่อไป ว่าเดือนไหนจะทำมุมหรือเข้าเรือนที่แรง ๆ ก็น่าจะเกิดเหตุการณ์นั้น ๆ ที่เราต้องการทราบ

     หลักในการพยาการณ์เหตุการณ์รายเดือนนี้ ทั้ง New Moon และ Full Moon ท่านสามารถเลือกใช้ได้

ว่าอย่างไหนจะให้ความรุนแรงกว่ากัน ควรจะทำการทดสอบให้บ่อย ๆ จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น  แต่ส่วนมากจะ

ดูดวง New Moon มากกว่า ทั้งด้านดี และด้านร้าย เพราะมีผลที่เด็ดขาดในการให้คำพยากรณ์มากกว่า

ส่วน Full Moon ก็ใช้ได้เหมือนกัน

     หลังจากเราทราบว่าเดือนไหนจะเกิดเหตุการณ์ที่เราต้องการทราบ เราก็เริ่มหาวันให้แคบคงไป

โดยดูที่จันทร์ย้ายราศี หรือ ให้ดูที่ First Quarter และ Last Quarter ซึ่งจะได้วันที่แคบลงไปจาก 28 วัน

นี้จะเกิดอะไรขึ้น ก็อาจจะลดลงไปเหลือ ประมาณ 8 วัน  ซึ่งเราก็จะต้องจุด First และ Last Quarter

ว่าทำมุมถึงจุดที่เราตั้งขึ้นมาหรือไม่  บางครั้งเราอาจดูให้แคบลงไปอีก คือดวงจันทร์ย้ายราศี ว่าตรงกับ

จุดที่เราที่การทราบหรือไม่ เราก็จะได้วันแคบลงไป เหลือ 3 วัน โดยประมาท

     ในบางโอกาสนักพยากรณ์บางท่านก็ให้ดวง อาทิตย์ย้ายราศีเป็นตัวดูเหตุการณ์รายเดือนก็ได้

เราก็จะทราบวันที่แคบลงมาจากอาทิตย์ย้ายราศี จากเดือนนี้ไปถึงเดือนหน้า โดยไปวัดมุม ณ. จุด

ตำแหน่งที่อาทิตย์เข้าจุดราศีต่าง ๆ ว่าจะทำมุมแรง ๆ ถึงจุดที่เรากำหนดขึ้นมาหรือไม่

     การอ่านให้อ่านดาววงนอก เป็นเหตุการณ์ 28 วัน 30 วัน หรือ 3 วัน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้เลย

แต่ตรงจุดนี้มีข้อแนะนำให้มีความอดทน  บางครั้งอาจหา New Moon ไม่พบ แต่อาจไปพบ ที่ Full Moon

ก็เป็นไปได้ รวมถึงดวงต่าง ๆ ก็กล่าวมา ตรงจุดนี้นักศึกษาควรให้ความสำคัญในเรื่องของเวลาเกิดของผู้ดู

ด้วยบางครั้งเวลาที่ไม่ตรงอาจทำให้การพยากรณ์ไม่ตรงมาวันที่กำหนดไว้ได้ เหมือนกัน ตามที่ข้าพเจ้าได้

พบมา แต่จะไปเกิด เร็ว หรือ ช้ากว่า ที่เรากำหนดเอาไว้ ถ้าเป็นอย่างนี้  แนะนำให้ตรงสอบเวลาเกิดอีกครั้ง

และถ้าเป็นไปได้ควรปรับเวลาเกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นเหตุการณ์ที่

น่าประทับใจทั้งด้านดีและด้านร้าย เราสามารถนำมาใช้ในการปรับหาเวลาเกิดได้ ซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไป

ความหมายทางโหราศาสตร์ และปัจจัยต่าง ๆ ที่บอกแปลในเรื่องของเวลา

เมอริเดียน จร          แปลว่า   นาที หรือขณะนั้น ไม่ได้แปลว่า ฉัน

อาทิตย์  จร             แปลว่า   วันนั้นวันที่ควรพิจารณาที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ

จันทร์ จร              แปลว่า   ชั่วโมงนั้น  หมายถึงชั่วโมงที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ

จากความหมายทางโหราศาสตร์ของ ปัจจัยจรปัจจุบัน ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ทำให้เราสามารถที่จะ

พอมองเห็นภาพได้ว่า อันดวงชะตานั้น ๆ เทียบได้รับ เป็น นาฬิกา เรือนหนึ่ง ซึ่งมีความสลับซับซ้อน

กล่าวคือ

     เข็ม เมอริเดียน    จร       ตีบอก นาที

     เข็ม จันทร์        จร       ตีบอก ชั่วโมง

     เข็ม อาทิตย์       จร       ตีบอก วัน

     เข็ม อาทิตย์       จย       ตีบอกปี

วิชาโหราศาสตร์นิยมเทียบ วัน ว่าเหมือนปี และโดยทั่วไปบุคคลทั่ว ๆ ไป ก็มักนิยมนำเอาวันกับ ปี

มาเทียบกัน เช่นเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากบทประพันธ์ต่าง ๆ กล่าวคือ เหมือนเพลง 16 ปี เหมือน 16 วัน แห่งความหลัง เป็นตัน

     เวลาเช้า            เทียบได้กับ        ฤดูใบไม้ผลิ                           12.00,  00.00

     เวลาเที่ยง          เทียบได้กับ        ฤดูร้อน

     เวลาเย็น           เทียบได้กับ        ฤดูใบไม้ร่วง      9.00 , 21.00                        15.00 .03.00

     เวลากลางคืน       เทียบได้กับ        ฤดูหนาว

                                                                                    6.00 ,18.00        

ในวันหนึ่ง ๆ อาจแบ่งออกได้เป็น 8 ห้วงด้วยกัน แต่ละห้วงมี จุดเปลี่ยน คือ

00.0 . 6.00 . 12.00 . 18.00 . และตรงจุดกึ่งกลางของห้วงเวลา 03.00 . 09.00. 15.00. 21.00

จุดเปลี่ยนทั้ง 8 นี้ การเปลี่ยนแปลงทางอุตุนิยมวิทยาและทางเคมี จะเป็นไปในลักษณะ สูงสุด กับต่ำสุด

อันได้แก่ ความกดอากาศ การเคลื่อนไหวของอากาศ อาการสั่นของแม่เหล็กโลก เป็นต้น

บรรดาพืชพันธ์ทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จะผลิดกลูโคสมากที่สุดและน้อยที่สุด ดูดน้ำและคลายน้ำ ฯลฯ ณ

จุดเปลี่ยนทั้ง 8 นี้

     สำหรับมนุษย์ ตรงจุดเปลี่ยนทั้ง 8 ตับและไตจะมีการขับถ่ายในลักษณะ มากที่สุดและน้อยที่สุด ความดันโลหิตจะสูงที่สุดและต่ำที่สุด อุณหภูมิในร่างกายสูงที่สุดและต่ำที่สุด ฯลฯ