การปรับเวลาเกิด

                ก่อนอื่นท่านต้องมีความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับพื้นดวงอยู่บ้างว่ามันมาจากไหน มันเกิดจากเวลาที่เราเกิดหรือลืมตาดูโลก ณ วัน เดือน ปี เวลานาที จังหวัด ใดจังหวัดหนึ่งหรือในประเทศหนึ่งในโลกใบนี้เราก็จะถูกกำหนดวันเวลานั้นเป็นเวลาที่ดาวบนท้างฟ้าส่งผลและอิทธิพลต่อตัวท่านติดตามมาไม่มีการแก้ไขอะไรได้ทั้งสิ้นมันจะเป็นแบบนี้จนวันตาย ดังนั้นพื้นดวงจึงมีความสำคัญต่อชีวิตเจ้าชะตามากจะบอกเหตุการณ์ตั้งแต่เกิดจนจวบวันสิ้นอายุขัยทุกอย่างดำเนินไปตามดาวในพื้นดวงที่จะแสดงอิทธิพลออกมาเป็นระยะ ตามอายุขัยของแต่ละคน เหตุการณ์การดาวพื้นดวงแสดงนั้นเราทราบได้จากดาวจรที่มาปุกพื้นดวงให้ทำงาน เราสามารถอ่านพื้นดวงได้ว่าเจ้าชะตามีอุปนิสัยอย่างไร ทำงานอะไรดี มีลักษณะการใช้ชีวิตอย่างไร ชอบทำตัวแบบไหน  พื้นดวงจะบอกหมด เป็นโรคอะไร จะตายวันไหน ป่วยวันไหน ญาติพี่น้องจะจากไปวันไหน มีเหตุการณ์ร้าย หรือเหตุการณ์ดีเกิดขึ้นในชีวิตช่วงไหน จบการศึกษาเมื่อไร ความรักเป็นอย่างไร สมหวังหรือไม่สมหวัง  เราอ่านได้หมด เป็นเรื่องที่ไม่ยากนักในการศึกษาหาความรู้จากพื้นดวง

                แต่ก็มีเรื่องถามว่าถ้าเรารู้อย่างนี้แล้วเราจะไม่หาวิธีแก้ไขเรื่องร้าย ๆ ได้หรือไม่เพราะทุกคนก็ไม่อยากให้เรื่องร้าย ๆ มาเกิดขึ้นกับเราถ้าเราทราบว่าวันจะเกิดขึ้นในชีวิตเรา มันเป็นเรื่องที่ทำได้หรือจากหนักเป็นเบาได้ถ้าเราทราบเหตุการณ์ที่เกิดว่าจะเกิดปีไหน เดือน ไหน วันไหน เราก็มีวิธีหลบ หรือป้องกัน เช่นเรารู้ว่าพรุ่งนี้ต้องมีเหตุร้ายจากการเดินทางเกิดขึ้นกับเรา เราก็ไม่เดินทางหรือเปลี่ยนเวลาเดินทางออกไปก็สามารถผ่านเหตุร้ายไปได้แล้ว หรือในพื้นดวงมีดาวร้าย ๆ เด่นในดวงชะตาเราก็ทำตัวเป็นดาวร้าย ๆ นั้นเสีย เราก็ไม่ถูกดาวร้าย ๆ นั้นทำงาน พูดไปแล้วพื้นดวงแก้ไขไม่ได้แต่เบี่ยงเบนเหตุที่จะเกิดขึ้นกับเราออกไปได้ อย่างน้อย ๆ ก็จากหนักกลายเป็นเบาลงได้ สิ่งที่นักโหราศาสตร์หรือผู้ที่สนใจเรื่องอนาคตคืออยากรู้อะไรก่อนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นไหมเป็นเรื่องดีหรือร้าย วันไหนมีโชค ดีไหม คนเรามักชอบไปขุดทองจากสวรรค์กันเป็นส่วนมากเช่นเรื่องเกี่ยวกับโชคลาภต่าง ก็หาวิธีทำให้มันได้ขึ้นมา มันก็ทำได้ แต่สิ่งที่ได้มามันไม่ใช่ของเราหรือยังไม่ถึงเวลามันอยู่ในอนาคตแต่เราไปทำให้มันเร็วขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือสวรรค์ก็จะเอาคืนไป เช่นคนเล่นหวยก็ชอบคำนวรหวยหรือไว้เวลาที่เหมาะสมในการเสี่ยงโชค มันก็ได้มาแต่ก็อยู่กับเราไม่ได้นานก็จะหมดไป ดังนั้นแล้วการเรียนโหราศาสตร์ก็เหมือนดาบสองคมได้ทีเดียวว่าเราจะเอาไปใช้ในทางที่ดีหรือถูกต้องหรือไม่

                การสำรวจพื้นดวงครั้งแรกทีเรียนเราก็ตั้งดวงขึ้นมาสำหรับนักทำนายมือใหม่ ให้ท่านทำการปรับเวลาเกิดเสียก่อน คือ ลัคนา และเมอริเดียนให้ตรงก่อน ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ดีกว่าไม่ปรับเลยเราจะได้อะไรจากลัคนาและเมอริเดียนมากทีเดียว ต่อไปถ้ามีเวลาแล้วค่อย ๆ ปรับกันไปจนกว่าจะตรงและแน่นอนแล้วอาจต้องใช้เวลาสักนิด แต่บางทีเกิดมาก็ใช้ได้เลยไม่ต้องปรับ

                การปรับลัคนาและเมริเดียนในพื้นดวงกำเนิด นั้นมีหลายวิธี วิธีแรกที่ข้าพเจ้าใช้อยู่ก็ดูว่า ลัคนาและเมริเดียนอยู่ใกล้กับดาวเคราะห์อะไรบ้าง ดาวเคราะห์ดวงนั้นก็จะส่งผลกับสองจุดนี้เช่นในพื้นดวงลัคนาทับเนปจูนอยู่ เจ้าชะตาต้องมีความเกี่ยวพันกับสิ่งที่เป็นของหลวง หรือทำงานเกี่ยวกับสิ่งที่มีกลิ่น หมอก ควัน หรืออยู่ใกล้กับน้ำ หรือทำงานลับ ก็ได้ ถ้าเราถามเค้าว่าอยู่ในสภาพแบบนี้หรือไม่ หรืออาจจะแปลได้ว่าเจ้าชะตาต้องมีความเกี่ยวพันธ์กับดาวเคราะห์นั้น ถ้าเป็นไปตามนั้นเราก็เริ่มทำการปรับลัคนาหรือเมริเดียนให้ทำมุมสัมพันธ์กับดาวเคราะห์นั้น เช่นอยู่ห่างจากดาวเคราะห์ดวงนั้นอีก2 องศาจะทำมุม 90 องศา เราก็ปรับเวลาเกิดได้เมริเดียนหรือลัคนา เข้ามุม 90 องศาได้เลย หรืออีก 3 องศาจะทับเนปจูนเราก็ปรับให้ทับดาวเนปจูนไปเลย อีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีขั้นที่สองคือปรับจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นกับตัวเจ้าชะตาเช่นวันเสียบิดา หรือมารดา หรือวันคลอดบุตร วันผ่าตัด หรือวันเกิดเหตุการณ์ที่ประทับใจในเรื่องนั้น และเราก็ต้องจุดเรื่องนั้นในดาวจรและจุดนั้นจะต้องทำมุมถึง ลัคนาและเมริเดียนหรือไม่ก็ดวงจันทร์ เราก็สามารถทำได้เป็นการปรับขั้นที่สองว่าเริ่มตรงหรือไม่ ลัคนาหรือเมริเดียนที่เราปรับไปทำงานหรือยัง ถ้าผิดไปไม่กี่องศาก็ปรับให้ตรงไปได้เลย การปรับลัคนาเมริเดียนอาจต้องใช้เวลาหน่อยแต่ถ้าท่านปรับได้ตรงแล้วจะดีมากท่านจะทราบอะไรจากเจ้าชะตาอีกมามาย แต่ถ้าท่านยังไม่ชำนาญท่านก็สามารถอ่านว่า ลัคนาและเมริเดียนอยู่ในราศีไหนเค้าก็จะมีอุปนิสัยใจคอตามราศีนั้นได้เช่นเดียวกัน ก็พอใช้ได้และแม่ยำทีเดียวเพราะระยะห่างของราศีมัน 30 องศา ยังไงมันก็ทำนายได้เข้าเป้าอย่างแน่นอนแต่เป็นภาพรวม ๆ แต่จะให้เด็ดขาดต้องหามุมสัมพันธ์ของดาวเคราะห์กับลัคนาและเมริเดียนจะได้บอกอะไรได้มากไปกว่านี้เช่น ถ้าลัคนายังไม่ปรับ และลัคนาเจ้าชะตาอยู่ในราศีเมษ ก็จะแปลได้ว่าเค้าเป็นคนที่มีความต้องการเอาชนะ กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา หรืออยู่ในสภาพที่ต้องมีการแข่งขัน อย่างแน่นอน เค้าก็จะเป็นอย่างนั้น แต่ถ้าเราได้ลัคนาไปทำมุมถึงดาวเคราะห์เข้าไปอีกก็จะบอกเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเค้ามากขึ้นไปอีกเช่นลัคนาทำมุมถึงดาวพุธ ก็จะแปลได้ว่าเค้าเป็นคนที่ต้องมีความคิดไม่หยุดนิ่ง พูดมากหรือปากไม่ปกติสุข โดยดูจากลัคนาอยู่ในราศีก่อนและไปทำมุมกับดาวอะไรอีก รวมไปถึงจุดอิทธิพลหรือศูนย์รังสีที่เราตั้งขึ้นมา ถ้าทำตามนี้ก็เป็นเรื่องไม่ยากนักคือค่อย ๆ หาไปตามขึ้นตอนคือดูว่าลัคนาและเมริเดียนอยู่ในราศีใดก่อนเราก็เอาความหมายของลัคนาและเมริเดียนไปบวกกับความหมายของราศี เป็นขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สองปรับลัคนาและเมริเดียนให้ไปทำมุมดาวเคราะห์หรือปัจจัยต่าง ๆ ที่เราตั้งขึ้นและมีผลต่อเจ้าชะตา อย่าลืมเป็นสิ่งแรกที่เราทำในการตรวจดวงชะตาคือการปรับลัคนาและเมริเดียนให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อนท่านจะได้อะไรจากตรงนี้มากทีเดียว อย่าไปเชื่อลัคนาและเมริเดียนที่เจ้าชะตาบอกมาจงเชื่อดวงชะตามากกว่าและทำการปรับให้เข้ากับตัวเจ้าชะตาให้มากที่สุดนั้นขั้นแรก

                ในกรณีที่เจ้าชะตาไม่ทราบเวลาเกิดเลยก็เป็นเรื่องไม่ยากเราก็ถามหรือสังเหตุดูว่าเค้ามีอุปนิสัยเหมาะไปในทางราศีไหนก่อนแล้วเราก็กำหนดลัคนาและเมริเดียนให้อยู่ในราศีนั้นไปก่อนเพราะลัคนากับเมริเดียนจะโคจรรอบจักรราศีวันละหนึ่งรอบเท่านั้น ถ้าได้ลัคนาและเมริเดียนคร่าว ๆ แล้วดวงจันทร์ของเจ้าชะตาก็ไม่ยากแล้วมันก็จะพาดวงจันทร์ไปด้วย ถ้าเราไม่แน่ใจลัคนาและเมริเดียนก็อาจไปสำรวจดวงจันทร์ต่อว่าไปทำมุมถึงดาวเคราะห์อะไรต่อไป ถ้ามีดาวเข้ามาทำมุมถึงจันทร์และเค้าเป็นคนในลักษณะตามดาวนั้นก็นับว่าจันทร์เริ่มตรงแล้วก็สามารถนำจันทร์มาใช้ในการพยากรณ์ได้ การตรวจจันทร์ก็อาจตรวจดูเรื่องนิสัยใจคอ สุขภาพเป็นต้น จันทร์อยู่ในราศีอะไรทำมุมถึงดาวอะไร เจ้าชะตาก็จะมีอุปนิสัยอย่างนั้น จริง ๆ แล้วในการปรับลัคนาและเมริเดียนเราเลือกปรับอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ ถ้าจะเลือกปรับลัคนาเมริเดียนก็จะถูกปรับไปด้วยไม่ต้องไปปรับซ้ำอีก ถ้าเลือกปรับเมริเดียน ลัคนาก็ไม่ต้องปรับมันจะไปตามกันอยู่แล้ว สรุปปรับลัคนาหรือเมริเดียนก็จะได้จันทร์ด้วย ซึ่งจันทร์จะใช้เวลาโคจรสามวันกว่าต่อหนึ่งราศี ข้าเจ้าขอแนะนำว่าปรับจากจุดเล็กที่มีความไวมากไปหาจุดที่เคลื่อนที่ช้ากว่า ท่านทดสอบดูได้อันนี้เป็นแนวทางในการปรับเวลาเกิด เพราะเวลาเกิดที่ได้มาอาจไม่ตรง ถึงแม้ว่าจะได้จากโรงพยาบาลมาก็ไม่ควรไว้วางใจอาจไม่ตรงได้ ต้องมาชำระเวลาเกิดกันก่อน

          ความหมายของเวลาเกิด

                เวลาเกิด กับ เวลากำเนิด ก็มีความแตกต่างกันอีก เวลาเกิดคือเวลาที่เราลืมตามาบนโลกนี้และถือเป็นเวลาตามกฎหมายว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ ณ เวลานี้แล้ว แต่เวลากำเนิด เป็นเวลาที่นักโหราศาสตร์ใช้ในการพยากรณ์ จะต่างกันนิดหน่อย เพราะเวลากำเนิดจิตและวิญญาณต้องเข้ามาผสมกับร่างกายด้วยถึงจะเป็นตัวเจ้าชะตาที่แท้จริง ก็คือ ลัคนาและเมริเดียนที่เรานั่งปรับกันอยู่นี่

การที่เราได้ลัคนาและเมริเดียนที่แท้จริงเราก็สามารถหาจุดอิทธิพลที่มีลัคนาและเมริเดียนได้
ขั้นตอนการสำรวจพื้นดวงในส่วนอุปนิสัยใจคอ

                เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ที่กำลังฝึกหัดทำนายใหม่ ๆ ไม่รู้ว่าจะไปอ่านพื้นดวงตรงดี ถึงจะทำให้เจ้าชะตาประทับใจ และมีความมั่นใจในการทำนายกับตัวเรามีความสำคัญมากถ้าด่านแรกเจ้าชะตาไม่เกิดความมั่นใจในการพยากรณ์ของเราแล้วเจ้าชะตาก็จะมองในด้านลบไปว่าดูไม่ตรงก่อนอื่นเราต้องสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าชะตาเสียก่อน จริง ๆ แล้วดวงของแต่ละคนก็มีความยากง่ายในการอ่านไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยความสามารถนิดหนึ่ง ทุกอย่างฝึกกันได้ ข้าพเจ้าขอแนะนำในการพยากรณ์ครั้งแรกเราต้องมองหาดาวเด่นในพื้นดวงเป็นอันดับแรกเสียก่อน สิ่งที่ต้องมองครั้งแรกคือ อาทิตย์กำเนิดเค้าเป็นอย่างไรบ้างอยู่ในราศีดีไหม มีดาวดีดาวร้ายมาทำมุมสัมพันธ์ถึงหรือไม่ อันดับต่อไปก็ดูจันทร์คืออารมณ์อันนี้ดีง่ายจะทำให้เจ้าชะตาประทับใจก่อนว่าเราดูแม่นให้อ่านจันทร์ให้แตกว่าจันทร์อยู่ในราศีอะไร และทำมุมถึงดาวอะไร เช่นจันทร์อยู่ราศีเมษ และทำมุม 45 องศากับอังคาร ก็จะถามเจ้าชะตาว่าเค้าเป็นคนใจร้อนใช่ไหม หรือทำอะไรก็ต้องให้เสร็จทันใจ เป็นคนไม่ยอมคน โดยเอาเรื่องของดาวอังคารมาพูด ถ้าเจ้าชะตาบอกว่าใช่ เค้าก็เริ่มมีมุมมองกับผู้พยากรณ์ ดีขึ้นมา และต่อไปก็ดูดาวอยู่ในเส้นแกนทั้งสี่ก็บอกถึงชีวิตของเค้าได้เช่นกัน เช่น อังคารอยู่ที่เส้นแบ่งราศีมังกร ทำมุม 90 องศากับเมษ เราพูดไปได้เลยว่าท่านเป็นคนใจร้อน เอาแต่ใจตนเอง มันก็เอาความหมายจากดาวอังคารมาใช้อีก ก็ไปก็ไปสำรวจลัคนา และเมริเดียน ซึ่งเป็นจุดอ่อนและสำคัญมากในการพยากรณ์ เราควรดูที่ อาทิตย์ จันทร์ ราหู เมษ ก่อน และดาวเด่น ในพื้นดวงเรื่องดาวเด่นนี้มันก็มีเรื่องดาวสันโดษเข้ามาด้วยถ้า พฤหัสสันโดษก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาไม่ใช่บุคคลธรรมดาแล้ว เราอาจสำรวจและถามเค้าว่าทำงานด้านไหนอยู่ แต่ดาวพฤหัสก็จะบอกได้ว่าเจ้าชะตาเป็นคนมีฐานะ หรือมีความรู้อย่างแน่นอน หรือ พฤหัสเข้าแกนทั้งสี่ก็ท้ายได้ว่าเจ้าชะตามีพื้นดวงดีไม่ตกอับ สิ่งที่เราพูดควรพูดเรื่องดาวที่เห็นเด่น ๆ ไว้ก่อนแล้วค่อยขยายความออกไป

                สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งเพื่อสร้างความมั่นใจในการตรวจพื้นดวงชะตาคือการทายเกี่ยวกับสุขภาพโรคภัยไข้เก็บต่าง ๆ ว่าเค้ามีอาการหรือไม่ ให้ดูเรื่องการพยากรณ์ทางการแพทย์ในเอกสารประกอบที่แจกให้ไว้ เราอาจตั้งคำถามว่าเค้าเป็นอาการตามดาวร้ายที่อยู่ในราศีที่บอกส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหรือไม่เช่นมีเสาร์อยู่ราศีมังกร เราก็อาจถามเจ้าชะตาว่า เค้ามีอาการปวดเขาหรือเข่ามีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ หรือมีดาวเนปจูนอยู่ในราศีพิจิกก็อาจถามเค้าว่าระบบมดลูก หรือระบบขับถ่ายมีปัญหาอะไรหรือไม่ หรือมีดาว เซอุส สะท้อนนราศีเมษเราก็อาจถามเค้าว่าเค้ามีอาการปวดหัวบ้างหรือไม่ หรือสายตา ฟัน ผม ดาวร้าย ๆ อยู่ในราศีไหนทายได้เลย และอย่างลืมจันทร์จะบอกเรื่องแรง ๆ ของสุขภาพของเค้าถ้าจันทร์พื้นดวงอยู่ในราศีกรกฏก็จะทายได้ว่าเค้ามีปัญหาเรื่องลำไสอย่างแน่นอน หรือจันทร์ไปอยู่ราศีมังกรก็อาจมีปัญหาที่หัวเขาก็ได้

                ถ้าเราเจอเรื่องสุขภาพแล้วเราอาจหาลงลึกไปอีกว่าเป็นโรคอะไรบ้าง เช่นเนปจูนอยู่ราศีพิจิกก็จะบอกว่ามดลูกไม่ดี เราอาจตั้งจุดอิทธิพลเกี่ยวกับมะเร็งเข้าไปว่าเป็นหรือไม่ถ้าไม่มีก็อาจแค่มดลูกไม่ปกติเท่านั้นเป็นต้น เราต้องใช้ดาวใหญ่ ๆ ในการตรวจจุดต่าง ๆ ของร่างกายก่อนแล้วไปถามเรื่องโรคในจุดอิทธิพลเพื่อเป็นการบอกรายละเอียดอีกครั้ง ถ้าท่านค่อย ๆ ถ้าท่านหัดทายอุปนิสัย ทายโรค ได้ เจ้าชะตาก็จะมีความประทับใจว่ารู้ได้อย่างไรเจ้าชะตาก็จะมองเราว่าทายได้แม่นยำมากต่อไปก็เป็นเรื่องไม่ยากที่จะทำให้เจ้าชะตาเชื่อในเรื่องที่เราจะบอกเค้าต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น จุดท้ายเราอาจดูเมริเดียนว่าอยู่ในราศีอะไร และทำมุมกับดาวอะไร ก็เอาราศีกับดาวมาพูดได้เลยว่าใช่หรือไม่อย่างน้อย ๆก็ต้องเข้าจุดหนึ่งคือถ้าตำแหน่งเมริเดียนไม่ตรงกับดาวก็เข้าราศีอยู่ดี

                พอเราสำรวดวงชะตาไปจนครอบจุดเจ้าชะตาทั้งหกจุดแล้ว เราก็มาดูดาวดีดาวร้ายในพื้นดวงว่าส่งผลถึงตัวเค้าแค่ไหนว่าเค้าเกิดมามามั่นมี หรือมีความทุกข์ หรือมีเคราะห์ ก็ว่ากันไป ถ้าดูเรื่องความเป็นอยู่ดี ให้ดูดาวพฤหัส ส่งผลดี วัลคานุส อาพอสลอน ส่งผลดีในพื้นดวงก็ทายไปว่าเค้าไม่ตกอับอย่างแน่นอน ไว้ก่อนจะดูรวยหรือไม่รวยเอาไว้ทีหลัง ถ้าดูเรื่องความลำบากเกิดมาจะลำบากมากน้อยแค่ไหนให้ดูที่ดาวเสาร์ แฮดมตอส ฮาเดส ว่ามีผลกับพื้นดวงมากน้อยแค่ไหน ถ้าเสาร์เข้าแกนก็ต้องระวังไว้หน่อย เจ้าชะตาอาจมีความทุกหรืออยู่ด้วยความยากลำบากหรือมีความทุกในใจก็ได้ แต่ก็อาจมีดาวดีมาด้วยก็อาจจะช่วยให้เจ้าชะตามีความเบาลงในเรื่องความยากลำบากลงมาพอสมควร เช่นเสาร์ทับเมษ แต่มีพฤหัสทับอาทิตย์ อย่างไรก็ไม่อดตายแน่นอน แต่ก็มีเรื่องที่ทำให้เกิดทุกอยู่เนือง ๆ ตลอดชีวิต หรือต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาเพราะดาวเสาร์ แต่ก็มีเงินเพราะดาวพฤหัสทับอาทิตย์ในพื้นดวง  ส่วนในเรื่องที่ถามกันบ่อยๆ คือจะทำงานอะไรดี อันนี้ดูยากสักหน่อย แต่วิธีของข้าพเจ้าให้ดูดาวร้าย ๆ เอามาทำประโยชน์ให้กับเราเช่นดาวเนปจูนเค้าทับอาทิตย์ก็จะบ่งบอกถึงเค้าเป็นคนไม่ปกติอาจป่วยไข้ได้ง่าย หรือทุกหลอกอยู่เป็นประจำ ก็ให้เค้าไปทำงานทางด้านดาวเนปจูนเสีย ในการที่เราเลือกทำงานตามดาวร้ายนั้นเพื่อเป็นการชดเชยมันจะได้ไม่มาทำร้ายเรา ถ้าเราไม่ทำก็อาจโดนเนปจูนเล่นงานไปเช่นเป็นคนสติไม่ดี ติดยา สุรา เป็นต้น หรือไปทำงานด้านการใช้จิตนาการ การออกแบบ ทำงานเกี่ยวกับสารเคมี กลิ่น

                บางครั้งเราดูพื้นดวงอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าชีวิตข้างหน้าของเจ้าชะตาจะเป็นอย่างไรเพราะพื้นดวงมันจะบอกทุกอย่างไว้หมดแล้วมันอยู่ที่เราจะหาเจอหรือไม่มัน ดาวจรเพียงแต่บอกว่าเหตุการณ์ในพื้นดวงทำงานในปีไหน เดือนไหน วันไหน เท่านั้นเอง ซึ่งมีหมอดูสมัยก่อนเค้าจะดูพื้นดวงว่าต่อไปจะมีบุญวาสนาเป็นใหญ่เป็นโตแต่ไม่ได้บอกปี หรืออายุ มันก็เป็นการเพียงพอสำหรับตอนนั้นแล้วและมันก็เป็นจริงเมื่อเวลามาถึง แต่เราสามารถทราบได้ว่าจะได้ปีไหนได้อีก สรุปแล้วพื้นดวงเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าดาวจร โปรดติดตามการพยากรณ์จรต่อไป

                มีเรื่องเล่าอยู่ว่าถ้าเรารู้ว่าดวงเราไม่ดูมนุษย์ก็จะหาทางที่จะทำให้ดีให้ได้เช่นไปเปลี่ยนชื่อบ้าง ฯลฯ แต่มันไม่ใช่ทางออกเปลี่ยนชื่อแต่พื้นดวงไม่เปลี่ยน ดังนั้นชื่อข้าพเจ้าจึงไม่ให้ความสนใจมากนักเพราะมีผลน้อย ๆ มากกับดวงชะตาเรา แต่สิ่งสำคัญคือการทำความดี และทำบุญกุศลให้มากๆจะดีกว่านะครับ เพราะคนเราเกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่ากันทั้งนั้น พูดง่าย ๆ ว่าดวงดาวเป็นตัวชีกรรมของเราได้ ดังนั้นจงทำความดีอย่าผิดศิล ฝึกทำสมาธิ ให้ทาน ทำบุญ แล้วชีวิตจากร้ายจะกลายเป็นดีได้ จากตายกับไม่ตายได้ เพราะบุญที่เราทำนี่เอง

 

การทายอุปนิสัยใจคอของเจ้าชะตา
                การทายอุปนิสัยของเจ้าเจ้าชะตามีความสำคัญมากเพราะจะทำให้เราทราบว่าดวงชะตาของเค้าถูกต้องหรือไม่ ถ้าทายอะไรก็ไม่ใช่ ต้องสงสัยไว้ก่อนว่าเจ้าชะตาต้องมีความลับหรือไม่มีความจริงใจในการมาทดสอบ หรือไม่ใช่เวลาเกิดของเค้า แต่ส่วนมากมีน้อยที่จะมาทดสอบผู้ทำนาย มีแต่นั่นนิ่ง ๆ ให้เราทายไปอย่างนี้มันจะสร้างความอึดอัดให้กับผู้ทำนายพอสมควร ทายถูกหรือทายผิดก็ไม่พูดอะไรรอฟังไปเลื่อย ๆ ข้าพเจ้าเจอมาบ่อยแล้ว ต้องหาวิธีให้เค้าเปิดปากออกมาให้ได้เพราะกับดูโหราศาสตร์นั้นจริง ๆ แล้ว เจ้าชะตาต้องส่งข่าวสารให้กับผู้ทำนายด้วยว่าใช่หรือไม่จริงหรือไม่จริง ถ้ามีประวัติพื้นหลังด้วยจะทำให้เราตัดสินใจในการพยากรณ์ได้มากทีเดียว จากการมองเห็นดาวในพื้นดวงกับเรื่องเราเค้าบอกให้เราฟังถ้าเป็นเรื่องจริงดาวในพื้นดวงก็จะบอกเรื่องตัวเค้าเลย

                เราแบ่งดาวเกี่ยวกับอุปนิสัยหรือนิสัย ใจคอได้ดังนี้

1.     ดาวอังคาร จะบอกเรื่องความดื้อ ความเชื่อมั่นฟัง ชอบการเอาชนะ นักเลง เป็นคนตรง ชอบหาเรื่อง การพูดจาไม่เป็นที่น่าประทับใจนักไม่มีหางเสียง

2.     ดาวพุธ จะบอกถึงเป็นคนพูดเก่ง การพูดจะมีทั้งพูดดีและไม่ดีอีก พูดดีดาวพุธจะอยู่ในราศีดี ๆ หรือมีดาวดีเข้ามาสัมพันธ์เช่นดาวเสาร์ พฤหัส ก็จะเป็นคนพูดน่าฟัง สุภาพ และจะบ่งบอกถึงสิตปัญญาดีไปด้วย เป็นคนมีความรู้ ก็ดูได้จากดาวพุธเช่นกัน ถ้าดาวพุธเสีย ก็ไปอยู่ในราศีเสีย เช่น เมษ กันย์ พิจิก กุมภ์ หรือสัมพันธ์กับดาวร้ายเช่นอังคาร มฤตยู การพูดกรจาของเค้าก็จะออกไปในทาง ไม่น่าฟัง ไม่เข้าหูคนนัก เป็นคนพูดตรง ๆ ชอบพูดวางท่าขมคนฟังเป็นต้น หรือพูดเร็ว ๆ ถ้าถึงดาวมฤตยู

3.     ดาวศุกร์ จะบอกถึงเป็นคนมีนิสัยเรียบร้อยชอบความสวยงาม ชอบงานด้านศิลปะ บันเทิง ชอบอยู่ในสังคม ยังไงต้องสวยไว้ก่อน คือเป็นคนรักสวยรักงาม

4.     ดาวมฤตยู จะบอกถึงเป็นคนใจร้อนทำงานอะไรต้องให้เสร็จทันใจ หรือร้อนรนทำอะไรต้องให้ทันใจ เหมือนคนใจร้อน อาจขาดความไม่เรียบร้อยแต่งานเสร็จ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เพราะความไม่รอบคอบของตัวเค้าเอง

5.     ดาวเนปจูน จะบอกถึงเป็นคนที่มีความลับเก็บไว้ในใจ ช่างฝัน มีจิตนาการ เหมาะกับงานด้านการออกแบบ หรือการใช้จิตนาการในการทำงาน หรือเป็นคนพูดจาเอาแน่ไม่ได้พูดไปแล้วก็ลืม ชอบพูดอะไรไม่ตรงความเป็นจริงชอบปรุงแต่งให้เกินความจริง

6.     พูลโต จะบอกถึงเค้ามีนิสัยช่างพัฒนา มีความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ในหัวอยู่ตลอดเวลา แต่ออกจะเชื่องช้าสักหน่อยเพราะใช้ความคิดหนักไปหน่อย แต่ก็เป็นคนนับว่าใช้ได้ ทำอะไรนาน เพราะต้องการความมั่นใจว่าถูกต้องเสียก่อน

7.     ดาวพฤหัส บ่งบอกถึงเป็นคนมีอุดมการณ์ รักสงบ ชอบความยุติธรรม พูดจาน่าเชื่อถือ เหมาะสมกับการเป็นครู มีนิสัยเป็นคนใจดี เรียบง่าย เชื่องช้าไปสักหน่อย

8.     ดาวเสาร์ บ่งบอกถึงมีนิสัยค่อนข้างมีความทุกข์อยู่ในใจ อาจไม่แสดงออกแต่ถ้าคุยกันไปสักพักเค้าจะเล่าความทุกข์ต่างๆ ในชีวิตของเค้าให้เราฟัง ชอบมองโลกในแง่ร้าย

9.     ดาวฮาเดส บ่งบอกถึงเป็นคนมีนิสัยวิตกกังวล คิดมาก คิดไปก่อนเรื่องมันจะมาเราทายออกไปได้เลย คิดไปในด้านร้ายไว้ก่อน ส่วนมากมักจะแก้ไขไม่หายเป็นบ่อเกิดแห่งโรคจิตประสาทได้

10. ดาวแอดเมตอส บ่งบอกถึงเป็นคนที่มีนิสัย เครียด โดยรู้และไม่รู้ตัว ชอบคิดเรื่องเดิม เป็นเวลานาน ๆ ไม่หลุดจากความคิด หรือเป็นคนเย็นชาชอบทำอะไรใช้เวลานาน ๆ ทั้งๆ ที่งานไม่มีอะไร ส่วนมากความคิดของเค้าก็คิดไปอย่างนั้นไม่ค่อยหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ แต่มีนิสัยชอบเอาชนะในสิ่งที่ท้าทาย

11. โพไซดอน เป็นคนมีนิสัย สงบ นิ่ง ชอบหาวิชาความรู้ ชอบความรู้แจ้ง เป็นคนนิ่ง ๆ ชอบฟังมากกว่าพูด มักไม่แสดงความคิดเห็นถ้าไม่จำเป็น ส่วนมากเป็นนักคิดที่ดีมากกว่าทำ

12. โครโนส มีนิสัยชอบอยากเป็นใหญ่ ชอบให้มีคนนับน่าถือตา หรือชอบความรูหราใหญ่ตัว ความมีอำนาจ อาจลืมตัวนิด ๆ ก็ได้

13. อาพลอลอน มีนิสัยชอบการมีชื่อเสียงให้มีคนนับถือยกย่องนับน่าถือตา ตอบเด่นดังในวงการต่าง ๆ แต่เป็นคนมีนิสัยใจคอดี ไม่คิดร้ายกับใคร

14. เซอุส มีนิสัยออกไปทางใจร้อน หรืออยู่ไม่สุขต้องหาอะไรมาทำอยู่นิ่งไม่ได้ เราจะทายว่าเป็นคนใจร้อนได้อย่างเต็มปากได้เลย เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด

15. วัลคานุส มีนิสัยออกไปทางวางมาดแสดงความใหญ่โต แสดงตัวว่ารวยแต่บางทีไม่มีอะไรเลย แต่ชอบให้คนอื่นมองดูตัวเองดีไว้ก่อน ถึงข้างในจะแย่


ในกรณีที่ดาวที่กล่าวมานี้ไปมีความสัมพันธ์กับ จันทร์ ลัคนา เมริเดียน เราก็เอาดาวพวกนี้บวกเข้าไปกับจุดเจ้าชะตาและแปลออกมาได้เลยว่าเค้ามีนิสัยหรือสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร อันนี้เป็นตัวอย่างจริง ๆ แล้วท่านสามารถพูดเรื่องดาวได้มากกว่านี้อีกมากมายนี่เป็นเพียงยกตัวอย่างขึ้นมาให้พอเข้าใจหรือท่านอาจหาคำพูดที่ฟังดูแล้วทำให้คนฟังประทับใจมากกว่านี้ก็ได้สุดแต่ไอเดีย ของแต่ละคน