สำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี
สว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร


คลิกรูปอ่านประวัติ

พระอาจารย์ศิลนันทา ภิกษุณี
 

สำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี
เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อาศัยความศรัทธาของพุทธบริษัทสี่ ร่วมมือกัน ทำให้สำนักป่าแห่งนี้
เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ใช้รองรับผู้ใฝ่ใจในธรรม  สามารถมาปฏิบัติธรรมได้ และเป็นแหล่งเผยแพร่ธรรมตามทางแห่ง
องค์พระศาสดาที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกของเราทั้งหลายแม้ว่าสำนักป่าแห่งนี้จะมีพื้นที่เพียง 6 ไร่เศษ
และค่อนข้างที่จะกันดาร ทั้ง น้ำ ไฟ  กุฏที่พักก็ยังไม่เพียงพอ บางหลังก็ผุ
แตก แต่ผู้จำศีล รักษาพระปาฏิโมกข์หลายท่านก็อาสามาอยู่ปฏิบัติ
ใช่วงปิดเทอมของเด็ก ๆ ในหมู่บ้านะแวกสำนัก
พระอาจารย์ภิกษุณีจะเปิดสอนหนังสือเสริมความรู้ให้กับเด็ก ๆ
พร้อมกับการสอนธรรมควบคู่กันไปตามแบบฉบับโรงเรียนวัดตาม
ชนบท



 
สถานที่นี้เดิมเป็นสำนักของแม่ชีคนหนึ่งเป็นนักปฏิบัติธรรม เป็นผู้กล่าววาจาสุภาพอ่อนหวาน เป็นที่นับถือของชาวบ้าน
ก่อนท่านเสียชีวิตได้ฝากไว้ว่าที่นี่ขอให้เป็นที่อยู่ปฏิบัติของนักบวชสตรีและประชาชนที่สนใจมาประพฤติธรรม หลังจากนั้นราว 3
ปี คณะพระภิกษุณีสงฆ์เดินทางผ่านมา ผู้เฝ้าสถานที่นี้จึงได้นิมนต์ให้อยู่จำพรรษา คณะพระภิกษุณีสงฆ์ได้มาจำพรรษาโดยมีพระ
อาจารย์ศีลนันทาเป็นผู้นำ ได้ดำเนินงานสานต่อความตั้งใจของเจ้าของเดิม และได้ตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ให้ใหม่ว่า สำนักป่าคำสอน
พุทธธรรมสตรี

 
สำนักป่า หมายถึงสถานที่ที่เป็นป่า มีผู้ถือศีลภาวนาอยู่ประจำ
คำสอน เป็นการให้เกียรติแก่ผู้เป็นเจ้าของเดิม ซึ่งท่านชื่อแม่ชีคำสอน ยุทธคลาม หมายความถึงการศึกษา
ให้ความรู้และการปฏิบัติด้วย
พุทธธรรมสตรี หมายถึง สตรีผู้ปฏิบัติ หรือแสดงธรรมตามทางของพระพุทธเจ้า หรือธรรมของพระอรหันต์
รวมความว่า เป็นป่าแห่งคำสอนพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ โดยมีสตรีผู้ถือศีลภาวนาเป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของ
ท่านอยู่ประจำเป็นหลักในสถานที่แห่งนี้ ทั้งทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนของพระพุทธองค์สืบพระศาสนาต่อไป


กิจกรรมประจำของสำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี

 4.00 น.  ทำวัตรเช้าและภาวนาร่วมกัน
 5.30 น.  หรือเมื่อตะวันกำลังขึ้น ออกบิณฑบาท
 6.45 น.  ทำกิจวัตร กวาดลานวัด ทำความสะอาดเสนาสนะ
 8.00 น.  ทำภัตตากิจร่วมกัน
10.00 น.  ศึกษาและปฏิบัติธรรมตามสมควร
15.30 น.  พัฒนาสำนัก
17.00 น.  ฉันท์น้ำปานะและจัดแจงภาระกิจส่วนตัว
18.30 น.  ทำวัตรเย็น แสดงธรรมจากพระไตรปิฏกและฝึกสมาธิภาวนาร่วมกัน
20.40 น.  แยกย้ายกันทำความเพียร จนถึงเวลาอันสมควร
 

 ท่านที่ประสงค์จะไปปฏิบัติธรรมสามารถเดินทางโดย

๑.   โดยรถประจำทาง  ถ้ามาจาก ก.ท.ม.    ต้องขึ้นรถทัวร์ที่สถานีหมอชิต ๒
ขึ้นรถที่ไปอำเภอสว่างแดนดิน สกลนคร  ลงที่หน้าไปรษณีย์สว่างแดนดิน

มีรถสองแถวไปบ้านหนองหมากแซว(หมากแซว) จอดรอรับผู้โดยสารอยู่
หน้าไปรษณีย์สว่างแดนดิน
บอกคนขับรถว่าไปสำนักพระภิกษุณีสงฆ์ บ้านยางคำ ค่าโดยสารถึงสำนัก ๓๐ บาท 
รถจะมีเฉพาะช่วงเช้า วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่ ๘.๓๐ ถึง ๑๑.๐๐ น.
วันเสาร์-อาทิตย์ มีเวลาเดียว คือ ๑๑.๐๐ น.

๒.โดยรถส่วนตัว มีทางเข้าที่พอใช้  2 ทางให้เลือก

ทางเลือกที่ ๑. มาจากสกลนคร

(ระยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตรจากอำเภอ ทางบางช่วงเป็นหลุมบ่อ)
เลี้ยวเข้าถนนตรงข้ามร้านทรัพย์ทวีคูณ(บิ๊กโฮม)
ตรงไปบ้านง่อนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวขวา ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านบ้านโพนสูง ผ่านบ้านค้อประมาณ ๕๐ เมตร
เลี้ยวขวาเข้าถนนลูกรัง ไปบ้านโพนสว่าง  ผ่าน ร.ร.บ้านยางคำ ตรงไปถึงถนนหลักแล้วเลี้ยวซ้าย
วิ่งไปประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ เมตรจะมีป้ายสำนักป่าฯ อยู่ขวามือ เลี้ยวตามป้ายบอก

ทางเลือกที่ ๒ มาจากหนองหาน ลัดไม่ผ่านตัวเมืองอุดร เมื่อเข้าเขตสกลนครให้ดูหลักกิโลเมตรที่ ๖๕
ให้เลี้ยวเข้าซอยตรงข้ามหลักกิโลเมตรที่ ๖๕  (จะผ่านบ้านหนองย่างซิ่น บ้านหนองไผ่ วัดป่าดงจันทู) 
ตรงไปเรื่อย ๆ ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร จะเห็นป้ายสำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี อยู่ซ้ายมือ

 

 เบอร์โทรติดต่อสอบถาม  087-083-7705 ,083-594-6845

                   

ที่อยู่ทางจดหมาย

งานเผยแพร่พุทธธรรม
         สำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี
         หมู่ 5  บ้านยางคำ  ต.คำสะอาด
         อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร 47110

                               
                
มิตรประกอบด้วยองค์ ๗ ประการ เป็นผู้ควรเสพ  ควรคบ  ควรเข้าไปนั่งใกล้ แม้จะถูกขับไล่ก็ตาม
 
องค์ ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑.มิตรเป็นที่รัก (ในที่นี้หมายถึงมีลักษณะแห่งกัลยาณมิตร คือ มีศรัทธา เชื่อกรรมและผลของกรรม มีศีลเป็นทีรักของสัตว์ทั้งหลาย มีประสบการณ์การฟังมามากพูดด้วยถ้อยคำที่เนื่องด้วยสัจจะ มีการสละ
                     มักน้อย มีความเพียรปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ตนและเกื้อกูลแก่ผู้อื่น  มีใจตั้งมั่น มีสติ รู้สิ่งที่เกื้อกูลและไม่เกื้อกูลต่อชีวิตทั้งหลาย  เว้นสิ่งที่ไม่เกื้อกูล ประกอบสิ่งที่เกื้อกูลด้วยความเพียร)
๒.เป็นที่เคารพ
๓.เป็นที่ยกย่อง
๔.เป็นผู้พูดมีเหตุผลเชื่อถือได้
๕.อดทนต่อถ้อยคำ
๖.พูดถ้อยคำลึกซึ้ง
๗.ไม่ชักนำในอฐานะ (หมายถึงป้องกันเพื่อนไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ที่มีคติเป็นทุกข์  ชักชวนให้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูล มีคติเป็นสุข)
 
ในโลกนี้ ฐานะเหล่านี้มีอยู่ในบุคคลใด  บุคคลนั้นจัดว่าเป็นมิตรผู้มุ่งประโยชน์และอนุเคราะห์  อนึ่งบุคคลใดต้องการจะคบมิตร  ควรคบมิตรเช่นนั้นทีเดียว แม้จะถูกขับไล่ก็ตาม

 

                                                      



คลิกตรงนี้

 "เชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือ สำนักป่าคำสอนพุทธธรรมสตรี
 ซึ่งอยู่ในถิ่นกันดาล ปัจจัย
4 ยังไม่เพียงพอต่อการจะจัดอบรมค่ายธรรมะ"



 

โทรติดต่อสอบถามได้ที

  087-083-7705 ,083-594-6845

chanapol21@gmail.com

 


 






                                           

การปฏิบัติแบบหมู่คณะ

 

Website counter

313/09/2553 = 192
113