ธาตุไฟ ดิน ลม น้ำ

ตามคติโบราณถือว่าโลกและมนุษย์ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ไฟ ดิน ลม น้ำ ซึ่งความหมายของมันมิได้จำกัดแต่ไฟที่หมายถึงพื้นดิน ลมที่หมายถึงอากาศและน้ำที่หมายถึงน้ำต่างๆเท่านั้นแต่มีความหมายทั้งในแง่ของรูปธรรมและนามธรรมคือทั้งทางวัตถุและทางด้าน
จิตใจความรู้สึกนึกคิดด้วย อาการของมนุษย์มีมากมายหลายอย่างถ้าแบ่งออกเป็น 4 อย่างตามธาตุดังกล่าวนี้ ก็จะมีความหมายและกิริยาอาการดังต่อไปนี้

ธาตุไฟ

ได้แก่ราศี เมษ สิงห์ ธนู เช่นเดียวกับไฟคือให้กิริยา การกระทำ เป็นราศีของผู้สร้าง เปรียบเหมือนไฟแห่งดวงอาทิตย์ ให้พลังงานในการสร้างสรรค์ชีวิต ดังนั้นไฟจึงเป็นต้นเหตุก่อนอื่นใดทั้งหมด ถ้าไม่มีไฟจากดวงอาทิตย์ โลกนี้ก็ไม่มีคนไม่มีสิ่งที่มีชีวิตเกิดขึ้นได้ในทางนิสัย ก็ได้แก่บุคคลที่มีนิสัยทะเยอทะยานกระตือรือร้น มีชีวิตเกี่ยวกับความเลื่อมใสศรัทธา ดังนั้น จึงเป็นคนหุนหันพลันแล่น ชอบริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ กล้าหาญ ชอบความเป็นอยู่ดี ๆ รักการเผชิญภัย เก่งเสมอในทางริเริ่มแต่มักจะผันแปรง่ายเช่นเบื่อง่ายหน่ายเร็ว ในทางนิสัยไม่ดีก็ได้แก่คนโวยวาย เอาแต่ใจ ฟุ่มเฟือย สะเพร่า หยิ่ง วางท่า ฯลฯ บุคคลที่ขาดลักษณะแห่งธาตุไฟไปในดวงชะตา ก็แสดงว่าขาดความขยันกระตือรือร้น เบื่อชีวิตง่าย ธาตุไฟแห่งราศีเมษ อุปมาเหมือนไฟเริ่มต้น เพราะเป็นราศีชั้นหนึ่ง และไฟในราศีสิงห์เป็นไฟที่สอง คือมีความคงทนกว่า ส่วนไฟราศีชั้นที่สามคือธนู เป็นไฟสุดท้าย คือไฟที่ลุกดีแล้ว

สรุป ธาตุไฟจากราศีเมษ สิงห์ ธนู เมื่อสรุปในด้านให้คุณและให้โทษแล้วจะได้ความว่า
ในด้านให้คุณ ผู้นำ อำนวยการ มีชีวิตชีวา ว่องไว ฉลาด
ในด้านให้โทษ ชอบกดขี่ข่มเหง ทำลาย ขัดแย้ง ตึงตัง โครมคราม กำแหง

ธาตุดิน

กล่าวกันว่าโลกเป็นสะเก็ดจากดวงอาทิตย์ เมื่อเย็นตัวจึงกลายเป็นดิน เป็นโลกธาตุดินได้แก่ราศี พฤษภ กันย์ และมังกร สภาพของธาตุนี้เช่นเดียวกับดินคือมีความหนักแน่น มั่นคง มีเสถียรภาพ ในทางนิสัยจึงแปลว่าอดทน บึกบึน เป็นราศีไว้วางใจได้ มีคุณภาพในทางสะสม รวบรวม สังเกต เลือกเฟ้น เป็นราศีของการปฏิบัติธาตุดิน มีสภาพตรงกันข้ามกับธาตุไฟ คือไม่ชอบของใหม่ไม่ชอบริเริ่ม แต่มักจะมีความสงสัย ระแวง นิสัยเสียของธาตุนี้ จึงแปลว่าดื้อดึง รั้น มีทิฐิมานะ เปลี่ยนแปลงยากหัวเก่า เป็นราศีของการปฏิบัติคือชอบทำอะไรให้เห็นจริงเห็นจัง ช่างทำ ทนได้ในงานหนัก ธาตุนี้ขาดความดลใจ ริเริ่ม จัดเป็นราศีในทำนองวัตถุนิยม แต่มีความรอบคอบ ระมัดระวังดี ธาตุดินชั้นที่หนึ่งของราศีมังกร มีความมักใหญ่ใฝ่สูงเกี่ยวกับอาชีพ การงาน เช่นสนใจในเรื่องอาชีพ ฐานะในสังคม อำนาจ ในการบริหาร ธาตุดินชั้นสอง คือราศีพฤษภ เกี่ยวแก่เรื่องการเงิน ทรัพย์สมบัติ และธาตุดินชั้นที่สามคือราศีกันย์ ราศีแห่งความละเอียดพิถีพิถัน ในด้านดีดีของราศีนี้จะสามารถในการงานทางบริการ สรุป ธาตุดินจากราศี พฤษภ กันย์ และมังกร แสดงถึงด้านให้คุณ ให้โทษดังนี้
ในด้านให้คุณ มั่นคง มีสติ อุตสาหะ จริงจัง สงบเสงี่ยม เห็นการณ์ไกล
ในด้านให้โทษ ดื้อ ว่ายาก ไม่เอาไหน คิดเล็กคิดน้อย

ธาตุลม

เมื่อโลกเย็นตัวลงมีธาตุดิน แก๊สต่าง ๆ ระเหยขึ้นกลายเป็นลม ธาตุต่อมาจึงเรียกว่า ลม อันได้แก่ ราศีเมถุน ตุลย์ และกุมภ์ ลมเราเข้าใจกันว่าเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวพัดไปมาได้ ธาตุลมนี้จึงอุปมาเหมือนความคิดในที่นี้จึงหมายถึงสติปัญญา การติดต่อต่าง ๆ การปรับปรุงตนเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม บุคคลแห่งธาตุนี้ฉลาดและสามารถในการติดต่อกับคนอื่น มีชีวิตด้วยการใช้ความคิดความอ่านชอบเปลี่ยนแปลงในทางความคิดไปสู่สิ่งที่ดีกว่าและสนใจกว่าชีวิตแห่งธาตุลมเกี่ยวแก่ญาติ พี่น้อง การเดินทาง เช่นราศีเมถุน เกี่ยวแก่การคบหาสมาคมในทางหุ้นส่วน คู่ครอง ราศีตุลย์ เกี่ยวแก่เพื่อน พรรคพวก ความมุ่งหวัง ราศีกุมภ์ สรุปธาตุลมจากราศีเมถุน ตุลย์ และ กุมภ์ แสดงถึงด้านคุณและโทษ ดังนี้
ในด้านให้คุณ ชอบเรียนรู้ รวดเร็ว หัววิทยาศาสตร์ มีความสามารถในการปรับตนให้เข้ากับเหตุการณ์
ในด้านให้โทษ ไม่แน่นอน รวนเร ถูกปั่นหัวง่าย

ธาตุน้ำ

สิ่งที่มีชีวิตก็จะเกิดขึ้นเมื่อโลกเย็นตัวลงมีดิน มีลม และมีน้ำ ชีวิตเกิดขึ้นจากทะเล คือน้ำ ธาตุน้ำจึงจัดเป็นธาตุที่ 4 ด้วยน้ำก่อให้เกิดความงอกงามเจริญเช่นดินในการเพาะปลูกได้รับน้ำมา ธาตุน้ำในวิชาโหราศาสตร์หมายถึงอารมณ์ หมายถึงอะไรที่มากระทบอารมณ์ จึงทำให้เกิดการกระทำไปต่างๆ นานา อันได้แก่ ราศีกรกฏ พิจิก และมีน เป็นราศีที่มีสัญชาติญาณในความหวงแหน ปกปัก รักษา ดูแล เช่นราศีกรกฏ ก็หมายถึงบ้านครอบครัว ราศีพิจิกก็หมายถึงการสืบพันธ์ การรักษาพยาบาล การเกิดการตาย และราศีมีน แสดงออกไปในการรับผลของชีวิตต่าง ๆ เช่น เจ็บป่วยก็เข้าโรงพยาบาล ทำความผิดก็เข้าคุกผิดหวังก็เศร้าโศกเสียใจ บุคคลแห่งธาตุน้ำก็เหมือนน้ำ ย่อมแล้วแต่ภาชนะที่รองรับ หมายถึงว่าชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อยู่ในภาวะแวดล้อมที่ดีก็ชัดพาให้ไปในทางดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เสียก็ชักนำให้เสีย ธาตุน้ำไม่อาศัยเหตุและผลในการมองชีวิต การพิจารณาสิ่งต่าง ๆ มักเกิดจากความรู้สึกเป็นส่วนสำคัญ เช่นอาจจะพบคนที่ชอบพูดว่า ฉันรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้จึงควรจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ จึงเป็นราศีชักจูงง่าย แกว่งไปมาด้วยอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม มีความสงสาร เห็นอกเห็นใจง่าย มีชีวิตเต็มไปด้วยความรู้สึก เมื่อเทียบกับธาตุไฟ และลมซึ่งเป็นราศีที่ชอบเริ่มต้นใหม่ ทำอะไรใหม่ สลัดความหลังและหวนคิดถึงอดีตได้ง่าย แต่ราศีธาตุน้ำและดิน จะรู้สึกว่ายุ่งยากลำบากมากในการให้อภัยและลืมอดีต บุคคลราศีธาตุน้ำจะรำพึงรำพันหดหู่นาน ๆ เป็นเวลาแรมปี ถ้าหากทำอะไรผิดพลาดและไม่สมใจ อารมรณ์แห่งธาตุน้ำไหวง่ายและดื่มด่ำ อุปมาเหมือนพายุในท้องทะเล บางคราวก็สงบเงียบทุกอย่างดูนิ่งสงบ แต่ถ้าอาละวาดขึ้นมาก็ปั่นป่วนอาการ

บุคคลราศีธาตุน้ำมีอำนาจในทางสนใจและติดตามในสิ่งที่ตนรักและมุ่งหวัง ซึ่งบุคคลในราศีธาตุไฟและธาตุลมสู้ไม่ได้ อุปมาเหมือนน้ำที่ปั่นป่วนแต่เพียงข้างบนของผิวน้ำแต่ส่วนลึกจริง ๆ น้ำมั่นคง
สรุปในด้านให้คุณ ช่างคิดช่างฝัน ลึกซึ้ง มีความรู้สึกไว
ในด้านให้โทษ คิดมาก เจ้าน้ำตา

อันธาตุทั้ง 4 นี่ย่อมมีทุกหนทุกแห่ง ไม่ละเว้นผู้ใด หรือแห่งใด เป็นหลักวิชาที่มีมาแต่โบราณ ซึ่งนักโหราศาสตร์ทุกระบบยังต้องใช้อยู่ในการดูดวงชะตา เช่นดวงชะตาใดมีดาวพระเคราะห์มากอยู่ในธาตุไฟก็อ่านไปในทางธาตุนั้น