ขั้นตอนการพยากรณ์ดวงชะตาแบบไม่ให้หลงทาง

 

                มีผู้เรียนหลายท่านที่เริ่มฝึกหัดพยากรณ์ดวงชะตาใหม่ ๆ อาจมีการหลงทางไปบ้าง ตีดาวไม่ออกบ้าง ไม่ทราบว่าจะอ่านปัจจัยอะไรก่อนหลังของดวงชะตา ของเจ้าชะตาที่มาหาเราให้ตรวจดู และไม่รู้ว่าจะใช้คำพูดอะไรให้ถูกวิธี  การที่ท่านมีปัญหาอย่างนี้มันอาจเกิดจาก

1.    ความหมายของดาวยังไม่แม่นยำพอ

2.    ความหมายของราศียังไม่ลึกซึ้งพอ

3.    การพยากรณ์ อาจยังไม่มีความชำนาญไม่ดีพอ

4.    ตีดาวยังไม่แตก

5.    ไม่รู้ว่าจะดูแบบไหนดี เช่น จะดูพื้นดวงก่อน หรือดูจรก่อน ฯลฯ

ขออธิบายการพยากรณ์แบบง่าย และไม่หลงทาง เมื่อท่านเปิดดวงออกมาและยังมีอาการงง ว่าจะเริ่มพูดอะไรกับกันมาดูก่อน ในบางดวงที่ดูยาก แต่มีบางดวงที่ดูง่าย ก็ไม่มีปัญหาอะไร ขั้นตอนการดูแบบไม่หลงทางหรือโดนดวงหลอกเอามีดังนี้

1.    เปิดดวงออกมาสิ่งแรกที่เรามองหาคือดาวเด่นประจำดวงชะตาเค้า โดยดูจากมีดาวอะไรเข้าแกนทั้งสี่หรือไม่ หรือเข้าแกนราศีก็ได้ ดาวเด่นจะบงบอกถึงชีวิตเค้าจะมีความเป็นไปตามดาวดวงนั้น ยกตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์เข้าแกนเมษ  ดาวศุกร์ก็จะเป็นดาวเด่นในพื้นดวงชะตาของเค้า เราก็จะทำนายได้ว่าเจ้าชะตาต้องมีความเกี่ยวข้องกับการศุกร์ และดาวศุกร์มันแปลว่าอะไรกันท่านก็ต้องรู้ความหมายของดาวศุกร์ให้แม่นยำก่อน ท่านก็จะตีดาวเด่นนั้นออก เช่น เป็นคนรักสวยรักงาน หรือทำงานการสวย งาม   รวมไปถึงการมีหน้าตาดี ถ้าเข้าถามเรื่องการงานก็จะเป็นงานการบันเทิง หรืองานด้านสวย งาม งานที่เกี่ยวกับสตรีก็ได้ รวมไปถึงงานด้านบันเทิงก็ได้ การพูดเราก็ควรพูดว่าเจ้าชะตา “ หน้าจะเป็นคนในรูปแบบนี้ โดยพูดรวม ไปก่อน และถามเค้าว่าชีวิตเค้าไปตกในคำพูดที่เราทำนายไปตรงไหน ถ้าเค้าบอกว่าเค้าทำงานด้านบันเทิง เราก็จับจุดได้ว่าดาวศุกร์ในดวงชะตาของเค้าส่งผลในเรื่องการงานเกี่ยวกับการบันเทิง เป็นต้น มันก็เริ่มแคบลงมานิดหนึ่งในการที่เราเริ่มรู้พื้นดวงชะตาของเค้าแล้ว ต่อไปตรวจจุดเจ้าชะตาทั้ง 7 จุดว่าไปสัมพันธ์กับดาวอะไร หรือไปอยู่ในแกนอะไรในพื้นดวง หรือไปทำมุมถึงดาวดีดาวร้ายอะไรในพื้นดวงบ้าง เราก็อ่านออกมาได้เช่นเดียวกัน เช่นในดวงชะตาดาวศุกร์ทำมุม 90 องศากับ เสาร์ และ เสาร์ทำมุม45 กับอาทิตย์กำเนิด เราจะเริ่มแปลว่าอะไร  ก่อนอื่นเราก็ต้องทราบเป็นพื้นฐานแล้วว่าดาวศุกร์เป็นดาวเรื่องความรัก ไปสัมพันธ์กับดาวร้ายคือดาวเสาร์ ก็จะทำให้เรื่องความรัก หรือการเงินของเจ้าชะตาเสียไป แต่ถ้าดาวสองดวงไม่ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาคืออาทิตย์แล้ว ก็จะไม่มีผลอะไรกับชีวิตเค้า แต่พอมีการทำมุมถึงอาทิตย์คือจุดเจ้าชะตาเข้าแล้วเราต้องอ่าน เราจะได้ข้อมูลจากตรงนี้มาอ่านชีวิตเค้าว่าในชีวิตเค้าถ้ามีเรื่องความรักเข้ามาก็จะมีการผิดหวัง หรือไม่สมกับที่ตั้งใจไว้ มีการพลัดพรากหรือการลาจากอยู่เนื่อง ๆ เราต้องเอาดาวมาผสมกันก่อนและแปลเป็นคำพูดให้เจ้าชะตาฟังดูแล้วประทับใจถ้ามันร้ายมากก็ควรใช้คำพูดที่เบา ๆ ลง อย่าใช้คำพูดที่ฟันธงมากนักเพราะยังใหม่อยู่ ในเมื่อท่านมีประสบการณ์มากพอแล้วมีความมั่นใจพอแล้วถึงจะเริ่มฟันธงในการพยากรณ์ให้กับลูกค้า ควรจะใช้คำว่า น่าจะเป็น ควรระวังเป็นการเริ่มต้นในการให้คำพยากรณ์ก่อนในครั้งแรก จะไม่ทำให้ลูกค้าตกใจในเรื่องร้าย ๆ ที่ปรากฏในดวงเพราะทุกอย่างมันมีทางแก้ไขได้ถ้ารู้วิธี และรู้จักดาว คือแก้ไขตามดาวนั่นเอง เช่นในกรณีที่ ดาวศุกร์เค้าเสีย คือเรื่องความรักไม่ราบรื่น ก็ควรหาคู่ครองที่เคยผ่านการแต่งงานมาหรือมีตำหนิ มาเป็นคู่ครองก็แก้ไขดาวเสาร์ไปแล้ว เราเรียนโหราศาสตร์ เป็นการให้เราทราบจุดดีจุดเสียของดวงชะตา ถ้าตำแหน่งดาวดวงไหนดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องไปแก้ไข ส่วนดาวที่ไม่ดีมาทำมุมกับจุดเจ้าชะตาก็หาทางแก้ไขเสียตามที่ยกตัวอย่างมา ก่อนที่ท่านแปลดาวแต่ละเรื่องออกมาควรตรวจดวงชะตาให้ละเอียดเสียก่อนเพื่อเป็นการไม่หลงทางในการพยากรณ์ออกไปแล้ว อย่าลืมพื้นดวงชะตาคือกรรเก่าของเค้าที่ปรากฏมาแต่ชาติที่แล้ว มันเป็นเรื่องที่เจ้าชะตาต้องมารับกรรมที่เค้าสร้างขึ้นมา จริง ๆ แล้วมันก็ไม่มีทางแก้กรรมได้หลอก แต่นักพยากรณ์สามารถทำให้กรรมนั้นเบาบางลงได้แต่ไปลบล้างมันไม่ได้

2.    การอ่านอุปนิสัยเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เจ้าชะตาจะให้ความเชื่อใจผู้ทำนายมากขึ้นจุดแรกให้ดู อาทิตย์ อยู่ในราศีอะไร เราก็จะอ่านอุปนิสัยตามราศีที่อาทิตย์กำเนิดสถิตอยู่ และก็ไปดูจันทร์ อยู่ในราศีอะไร ก็สามารถบอกอุปนิสัยให้ได้เช่นเดียวกัน ควรดูควบคู่กันไปทั้งอาทิตย์ และจันทร์ เพราะจะบอกอุปนิสัยหลายด้าน การดูเมอริเดียนของเจ้าชะตาอยู่ในราศีใดก็จะบอกอุปนิสัยภายในจิตใต้สำนึกของเข้าได้อีก และก็สามารถดูลัคนาได้ด้วยว่าเค้าชอบสภาพแวดล้อมแบบไหน

3.    การอ่านเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าชะตาเกิดความมั่นใจกับผู้ทำนายมากขึ้น การอ่านสุขภาพนั้นมีทั้งการอ่านแบบทั่ว ไป และการอ่านแบบละเอียด ช่วงแรกเราควรอ่านแบบทั่ว ไปก่อน ให้ดูจาก อาทิตย์ เข้าอยู่ในราศีอะไร จันทร์ อยู่ในราศีอะไร เมอริเดียนอยู่ราศีอะไร ลัคนาอยู่ในราศีอะไร(อาจดูไฝ ตำหนิต่าง ตามร่างกายได้ )

 ราหูก็สามารถบอกสุขภาพได้เช่นกัน   ต่อจากนั้นเราก็ไปดูดาวร้ายว่าไปมีอยู่ในราศีอะไรบ้างเค้าก็จะเป็นโรคตามราศีที่ได้สอนไป   เราควรถามเข้าว่า เค้ามีปัญหาทางนี้หรือเปล่า ค่อย ถามเค้าไปถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรก็บอกเค้าว่าให้ระวังมันอาจยังไม่เกิดตอนนี้แต่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าท่านต้องระวัง ยกตัวอย่างเช่น เนปจูน อยู่ราศี พิจิก และถ้าเป็นสตรีด้วยเราก็ควรมุ่งเป้าหมายไปที่ระบบมดลูก ระบบขับถ่ายของเค้า ก่อนอื่น และค่อย ถามว่าช่วงนี้มีอาการเกี่ยวกับโรคนั้นหรือยัง ถ้ามีผู้ทำนาย และผู้ถูกทำนายก็จะเกิดความมั่นใจขึ้นมา กำลังใจของผู้ทำนายก็จะเกิดขึ้น ถ้าเราทำนายอะไรแล้วไม่มี ไม่เกิด ไม่ใช่ จะทำให้ผู้ทำนายเกิดใจเสียขึ้นมาหรือมีอาการหลงทางแล้ว เราควรตั้งสติให้ดี หาทางออกจากสิ่งที่กล่าวมาให้มากที่สุด ถ้าผู้ทุกทำนายเชื่อมั่นเราแล้วเค้าก็จะบอกทุกสิ่งทุกอย่างให้เราทราบ เป็นข้อมูล ซึ่งจะง่ายสำหรับการตรวจดวงชะตาของเรา พอผู้ถูกทำนายเริ่มมีความมั่นใจในคำทำนายเรา เค้าก็จะถามเราขึ้นมาว่าแล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อไร จะร้ายแรงไหม ตรงนี้เค้าเริ่มเปิดจุดอ่อนให้เราทราบแล้วว่าเราชนะใจเค้าแล้ว เรียกความเชื่อมั่นมายังเรามากขึ้น จงเชื่อในดวงดาวที่ปรากฏอยู่ในพื้นดวง อย่าไปเชื่อคำบอกของเจ้าชะตาบางทีอาจทำให้เราหลงทางเพราะเค้าไม่บอกความจริงกับเราด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่เราควรเชื่อในตำแหน่งดาวของเราให้มากที่สุดเพราะดาวจะไม่หลอกเรา มีหลายคนที่ข้าพเจ้าทำนายไปแล้วไม่เชื่อไม่ตรง แต่ในที่สุดก็มาบอกว่าคำทำนายของข้าพเจ้านั้นตรงมันได้เกิดขึ้นแล้ว การพยากรณ์ดวงชะตาจริง แล้วก็ไม่ใช่ของง่าย และไม่ใช่ของยากทีเดียวนัก มันขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ทำนายว่าจะตีดาวแตกขนาดไหนเราก็ทราบเรื่องของเค้ามากขึ้นเท่านั้น บางครั้งดวงหนึ่งดวงอาจใช้เวลาในการดูเป็นเดือน ก็ยังไม่จบไม่สิ้น เลย เพราะชีวิตของเค้าจะอยู่ในพื้นดวงชะตานั้น โหราศาสตร์ยูเรเนียนมีข้อดีอยู่ว่าเราสามารถกำหนดเรื่องที่ต้องการทราบได้ ถึง ห้าพันเรื่อง ซึ่งมีปัจจัยใช้เช็คมากมาย ดังนั้นถ้าท่านเข้าใจในเรื่องของจุดอิทธิพลดีพอก็จะทราบรายละเอียดของเจ้าชะตาได้ละเอียดมากขึ้น
 

การตรวจพื้นดวงกำเนิดให้อะไรกับเรา

การตรวจดวงชะตามีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะจะทำให้เราทราบความเป็นไปของชีวิตเค้าตลอดทั้งชีวิต และทำให้เรามั่นใจว่าดวงชะตาถูกต้องหรือไม่ควรปรับเวลาเกิดหรือไม่ ซึ่งการปรับเวลาเกิดจะอธิบายให้ทราบในภายหลัง นักพยากรณ์มือใหม่ควรอ่านพื้นดวงให้ได้เสียก่อนเป็นประการแรกเพราะมันเป็นพื้นฐานของการพยากรณ์ในระดับที่สูงขึ้นไป พื้นดวงจะบอกอะไรกับเราบ้าง

1.             บอกอุปนิสัยของเจ้าชะตา เราดูได้จาก อาทิตย์กำเนิด และจันทร์กำเนิด ว่าอยู่ในราศีอะไร รวมไปถึงจุดเจ้าชะตาสะท้อนก็จะบอกแง่มุมของอุปนิสัยของเจ้าชะตาให้ระเอียดมากขึ้นไปอีก การพยากรณ์ควรนำความหมายของดาวที่เราได้มารวมกันแล้วแยกเป็นเรื่อง ๆ เพื่อให้ได้รายละเอียดของอุปนิสัยของเจ้าชะตามากขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น อาทิตย์อยู่ในราศีตุลย์ จันทร์อยู่ในราศี กรกฏ  เราก็ได้คำตอบแล้วว่าเค้าเป็นคนรักสวยรักงาม รักความสงบ ชอบแต่งตัว หรือชอบปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ ถ้าเรานำจันทร์กำเนิดที่อยู่ในราศีกรกฏมาประกอบไปด้วยก็จะได้ใจความว่าเค้าเป็นคนชอบตกแต่งที่อยู่อาศัย หรือชอบอยู่บ้านที่สวยงาน เป็นคนชอบแต่บ้าน เพราะราศีกรกฏจะบงบอกถึงเป็นคนที่ชอบอยู่กับบ้านหรืออยู่กับที่ไม่ชอบเดินทางเป็นต้น เราจะพูดกลับกันก็ได้ว่าเค้าเป็นคนชอบอยู่บ้านมีนิสัยชอบแต่งบ้าน ชอบความสวยงาม สถานที่ของบ้านชอบความสงบ ใกล้น้ำ ใกล้ภูเขา เป็นต้น ชอบเสียงเพลงเบา ๆ ชอบมองอาทิตย์ตกยามเย็นเป็นต้น คำตอบก็ออกมาเหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีทักษะในการพยากรณ์ ยังไงก็เข้าเป้าหมายของเราอย่างแน่นอน และถ้าเกิดอาทิตย์กำเนิดทำมุม 90 หรือมุมอื่น ๆ กับ เนปจูน ก็จะขยายความไปได้ว่าควรจะมีที่อยู่อาศัยติดน้ำ เข้าไปด้วยก็ได้จะได้ถูกกับตัวเจ้าชะตา หรือจันทร์ทำมุมอยู่กับ โครโนส ก็บอกได้ว่าเจ้าชะตาอาจมีบ้านอยู่ที่สูง หรือเป็นคนมีรสนิยมของสูงก็ได้

2. เราควรตรวจดูจุดเจ้าชะตาทุกดวง ว่าทำมุมกับดาวอะไรบ้าง ตัวเค้าก็จะถูกส่งผลไปในทางดาวดวงนั้น โดยเราจะแยกดาวออกเป็นสองกลุ่ม คือดาวดี กับดาวร้าย ที่เข้ามาทำมุมกับจุดเจ้าชะตา การดูมุม ใหม่ ๆ เราก็จะใช้ มุม ทับ ถือว่าแรงที่สุด คำว่าแรงนี้เราคือเจ้าชะตาได้รับผลจากดาวดวงนั้นเต็ม ๆ เช่น อาทิตย์ทับ  เสาร์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มของดาวร้ายก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาเกิดมา มีแต่ความทุกข์ยาก มีความลำบากมาตั้งแต่เกิด ทั้งร่างกายและอาจรวมไปถึงด้านจิตใจด้วยก็ได้ เพราะถ้าเรามีความลำบากกายแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความคิดและจิตใจ  ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป  ออกนอกเรื่องไปนิดมาเข้าเรื่องมุมกันก่อน มุมทับ ถือว่าแรงที่สุด มุม 180 องศา รองลงมา มุม 90 รองลงมา มุม 45 รองลงมา ดังนั้นการช่างน้ำหนักในการพยากรณ์ก็ได้มาจากดาวเข้ามุม กับจุดเจ้าชะตาในพื้นดวงกำเนิดนี่เอง ส่วนดาวไหนเป็นดาวดี ดาวร้ายให้ไปศึกษาดูจากเอกสารที่แจกไป

3.  รายการต่อไปสิ่งที่มีคนถามมามากเป็นคำตอบยอดนิยมคือ จะรวยไหม ในชาตินี้ และจะรวยเมื่อไร การดูคนไหนรวย หรือมีฐานความเป็นอยู่ดีไหม มีปัจจัยหลาย ๆ ด้านประกอบการพยากรณ์ อันดับแรกให้ดูที่ดาวพฤหัสของเค้าก่อนว่า อยู่ในราศีไหน ตก ราศีที่เสียหรือไม่ เช่น ราศีที่ 6 8 12 ก็ถือว่าดาวพฤหัสเริ่มส่งผลไม่ค่อยจะดีแล้วกับเค้า และก็มาดูว่าดาวพฤหัสเป็นดาวเด่นในดวงหรือไม่ เรื่องดาวเด่น มีสองประการคือ ดาวพฤหัสสันโดษ กับดาวพฤหัสเข้าแกนทั้งสี่ หรือเข้าเส้นแบ่งราศีก็ได้ ก็ถือว่าดวงชะตาของเค้ามีดาวพฤหัสส่งผลดีให้กับเจ้าชะตา หรือดาวพฤหัสทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาก็ได้ บุคคลคนนี้ก็จะไม่ตกต่ำส่วนเรื่องจะรวยหรือไม่รวยต้องดู ความรุนแรงของดาวพฤหัสว่าสถิตตามเกณฑ์ที่เรากำเนิดไว้หรือไม่ ถ้ารวยมาก ๆ ดาวพฤหัสจะสันโดษ แยกตัวออกจากดาวดวงอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก เราก็อาจถือได้ว่าดวงเค้าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่อย่าพึ่งไปทำนายเลยว่าจะรวยเสมอไป เราอาจต้องไปตรวจดูจุดอื่น ๆ ด้วยว่าถึงจะรวย แต่มีปัญหาอะไรติดตามมาบ้างหรือไม่ มีจุดเจ้าชะตาเสีย ๆมากน้อยหรือไม่ เหมือนรวยแล้วอาจเก็บเงินไม่อยู่เป็นต้น เรื่องนี้ต้องใช้การวิเคราะห์ดวงชะตาเข้ามาช่วยด้วยซึ่งจะอธิบายในอันดับต่อไป อาจใช้จุดอิทธิพลเข้ามาจับว่ารวยระดับไหนอีกก็ได้ เป็นการดูลึกลงไปให้ละเอียดมากขึ้น  
 

การตรวจดวงด้วยตำแหน่งสัมพันธ์ หรือจุดอิทธิพล

                การอ่านดวงชะตามีหลักง่าย ๆ ในการพยากรณ์ ไม่ว่าจะเป็นพื้นดวง หรือจร ก็ตาม เราจะยึดหลักว่าดาวมีความสัมพันธ์กัน การสัมพันธ์อาจเกิดจาก จุดเจ้าชะตาสัมพันธ์กับ ดาวพระเคราะห์ หรือ สัมพันธ์กับศูนย์รังสี หรือจุดอิทธิพล  รวมไปถึง ศูนย์รังสี สัมพันธ์ กันเอง หรือ ศูนย์รังสี ไปสัมพันธ์กับจุดอิทธิพล หรือจุดอิทธิพล สัมพันธ์กันเองก็ได้ ถ้าเป็นจุดอิทธิพลสัมพันธ์กันเองแล้วละก็ควรดูว่าจุดอิทธิพลนั้นมีจุดเจ้าชะตาผสมอยู่ด้วยหรือไม่ถ้ามีก็จะเพิ่มความแรงเข้าไปอีก การตรวจดวงชะตาเราควรดูโครงสร้างของดาวพื้นดวงให้ดี ๆ ว่า เจ้าชะตามีโครงสร้างดวงไปในทางด้านดีหรือด้านร้าย จะทำให้เราเช็คดวงชะตาได้ง่ายขึ้น ถ้าดวงชะตาออกไปทางด้านร้ายเช่นเสาร์ในราศีที่สี่ คือ ราศีกราฏ ก็เหมือน เสาร์ทับจันทร์ ก็ส่งผลทางด้านร้ายเกี่ยวกับตัวเจ้าชะตา ก็จะแปลออกไปได้ว่าเจ้าชะตาอาจไม่อยู่ติดที่ มีการพลัดพรากการเดินทางตลอด หรือไปในทางเรื่องสุขภาพก็ได้ ถ้ามีพฤหัสอยู่ในเรือนที่สี่ ก็จะส่งผลได้ไป ให้ดูดาวดีกับดาวร้ายอยู่ในเรือนเกณฑ์มากน้อยแค่ไหนด้วยเป็นอันดับแรก แล้วค่อย ๆ ตรวจลึกลงไปถึงจุดศูนย์รังสี กับจุดอิทธิพล กันต่อไป ถ้าในพื้นดวงจุดเจ้าชะตาของเค้าไปชนกับดาวเสีย มาก ๆ แล้วละก็ ต้องตรวจดวงชะตาให้ละเอียดมากขึ้นว่าเค้าจะมีจุดเสียไปในด้านไหน เช่น เสียด้าน การเงิน สุขภาพ ครอบครัว ฯลฯ

          1. ตรวจจุดเจ้าชะตา ให้ความแรงที่สุด แต่ไม่ได้มากรายละเอียดอะไรให้กับเรา

                2.  ตรวจดาวพระเคราะห์ คราว ๆ แต่ไม่ให้รายละเอียดมากนัก แต่มีกำลังมากกว่าศูนย์รังสี

                3.  ตรวจศูนย์รังสี ให้รายละเอียดน้อยลงมา แต่ให้กำลังมากพอสมควร

                4.  ตรวจจุดอิธิพล  ให้รายละเอียดมากที่สุด แต่ให้กำลังน้อยที่สุด

ในกรณีที่เราเล่นจุดอิทธิพลทำมุมถึงกัน อย่างเดียว มันอาจไม่แสดงผลออกมาให้เห็นเด่นชัดนัก ควรมองดูดาวพระเคราะห์ประกอบเข้าไปด้วย พร้อมทั้งจุดอิทธิพลผสมเข้าไปด้วยจะเพิ่มความรุ่นแรงในการพยากรณ์มากขึ้น หรือศูนย์รังสี กับศูนย์รังสี ก็มีความรุนแรงพอสมควร แต่ถ้าศูนย์รังสีนั้นมีจุดเจ้าชะตาเข้ามาผสมอยู่ด้วยความรุนแรงก็จะสูงมากขึ้น

การตรวจเช็คจุดถึงแก่กรรมของเจ้าชะตา

อังคาร/เสาร์ ดูเรื่องการถึงแก่กรรมในพื้นดวง และการดูจร การดูให้ตั้ง ศูนย์รังสี อังคาร/เสาร์ จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับความตายของจุดเจ้าชะตาว่าตายแบบไหน โดยดูว่าไปทำมุมกับดาวพระเคราะห์ตัวไหน ก็จะแปลไปตามดาวนั้น เช่น ดูอังคาร/เสาร์ ทำมุม 45 กับ เซอุส ก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาอาจถึงแก่กรรมเพราเครื่องจักร หรือเครื่องยนต์ เช่นรถยนต์ ก็ได้ และควรตรวจดูเสาร์ว่าอยู่ในเรือนเกณฑ์หรือไม่ เช่นอยู่ในเรือนที่ 4 ก็ไม่ค่อยส่งผลดีกับเจ้าชะตานัก ในเรื่องชองการพลัดพรากการลาจากแต่ถ้ามีพฤหัส ร่วมอยู่อยู่ด้วย เจ้าชะตาก็จะมีทั้งด้านดีและด้านร้ายเป็นไปด้วย วิธีแก้ไขคือย้ายที่อยู่เสีย หรือเดินทางให้บ่อย ๆ หรือไปงานศพให้บ่อย ถ้าจุดนี้มาถึง

จุด อังคาร+เสาร์ – ราหู คือจุดงานศพ ถ้าเช็คแล้วปีไหนมีควรไปงานศพให้บ่อย ๆ เพื่อเป็นการแก้ไขจุดนี้ได้ควรตรวจดวงชะตาของท่านรายปี ทุก ๆ ปี เพื่อเป็นการป้องกันตัว เพราะจุดนี้มันแรงมาก แต่ก็มีทางแก้ได้

วิธีการตรวจการถึงแก่กรรม

1.    ตั้งจุดศูนย์รังสีอังคาร/เสาร์ ว่าทำมุมถึงดาวพระเคราะห์อะไร และถ้าต้องการว่าจะป่วยเป็นโรคอะไร ก็ตั้งจุดอิทธิพลโรคต่าง ๆ เข้าไปถ้าถึง จุดอังคาร/เสาร์  ก็จะแปลได้ว่าเจ้าชะตาจะถึงแก่กรรมเพราะโรคดังกล่าว หรือด้วยเหตุอื่น ๆ  ความรุ่นแรงขึ้นอยู่กับการทำมุม มุมแรงคือมุมทับ 180 90 45 องศา

2.    ส่วนจุด อังคาร+เสาร์-ราหู นั้น ก็จะบอกได้ว่าจะถึงแก่กรรมด้วยอะไรได้เช่นเดียวกัน แต่นิยมใช้ดูจรมากกว่าว่าปีนี้มีจุดนี้มาถึงหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องระวัง มันเป็นจุดถึงแก่กรรมที่แรงที่สุด

 

จุดที่น่าสนใจ

Ha/Ap จุดไศยาศาสตร์

MO/NE จุดความฝัน
HA+HA-NE จุดจมน้ำตาย

MA+SA-NO จุดถึงแก่กรรม
 

จุดเจ็บป่วยที่ใช้เวลานาน

การสำรวจเรื่องการเจ็บป่วยในพื้นดวงของเจ้าชะตาเราดูได้จากจุดเจ้าชะตาอยู่ในราศีอะไรเราก็จะเป็นโรคตามราศีนั้น ๆ จะบอกว่ามีตั้งหลายจุดมันก็เป็นหลายโรคมันก็ใช่เพราะคนเราเกิดมาก็เป็นกันตั้งหลาย ๆ โรคตั้งแต่เกิดท่านเคยนับบ้างหรือไม่ ทั้งเป็นโรคที่ไม่รุนแรง และที่เป็นแบบรุ่นแรง ในเรื่องการดูการเจ็บป่วยตามหลักโหราศาสตร์การแพทย์นั้น เราจะดูตำแหน่งจันทร์กำเนิดเป็นหลักว่าอยู่ในราศีไหน ก็จะเป็นโรคนั้นเป็นสำคัญ และให้ดูราศีตรงกันข้ามกับตำแหน่งจันทร์เล็งอยู่ด้วยก็จะเป็นโรคในราศีนั้นสัมพันธ์กันด้วย และในราศีไหนมีดาวไม่ดีไปสถิตอยู่ก็บ่งบอกถึงการเป็นโรคในราศีนั้น ๆ ด้วย ส่วนการดูโรคที่ใช้เวลาเป็นยาวนานเราต้องให้ศูนย์รังสีเข้าช่วยในการสำรวย และจุดอิทธิพลในการช่วยหาอย่างละเอียดอีกที เมื่อในราศีบอกแล้วเราก็ติดตามไปดูต่อว่าเป็นโรคอะไรกันแต่ และใช้เวลาในการเป็นนานหรือไม่นาน เช่นเราทราบว่าเนปจูนอยู่ในราศีพิจิกของเจ้าชะตาหญิง เราก็อาจจะแปลไปได้ว่าเค้าน่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับมดลูก หรือโรคเกี่ยวกับลำไสเป็นสำคัญ แล้วทำอย่างไรเราจะรู้ว่าเค้าเป็นอะไร เราก็ตั้งจุดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับมดลูกและลำไสเข้าไปตรวจสอบดูว่าเป็นโรคอะไรกันแน่เราก็จะทราบความน่าจะเกิดโรคนั้นตามมาเช่น ตรวจจุดมะเร็งในมดลูก หรือตรวจจุดมะเร็งในลำใสใหญ่เป็นต้น การตรวจโรคที่มีความยาวนานเราใช้จุดดังนี้ โรคเรื้อรัง

 เสาร์/เนปจูน เสาร์/ฮาเดส  หรือ อาทิตย์/ฮาเดส  ถึงจุดเจ้าชะตาหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ถ้าไปถึง

โรคเฉียบพลัน

อังคาร/เนปจูน หรือ อังคาร/ฮาเดส

ดาวพระเคราะห์ก็แปลโรคตามดาว เช่น ถึงพฤหัส เป็น ตับ หรือ ปอด เนื้องอก แล้วไปตรวจจุดตายมาไหม  ดาวพุธโรค ประสาท โรคทางเดินหายใย และปาก แขนขา ฮาเดส มักเกี่ยวโรคภูมิแพ้ เสาร์ในเรือนที่สี่เทียบได้กับราศีกรกฏ เท่ากับดาวเสาร์ทับจันทร์  จะมีความรุ่นแรงเกี่ยวกับชีวิตและความตาย หรือดาวเสาร์มาแรงในพื้นดวง  

อาทิตย์   หัวใจ ตาขวาของชาย ตาซ้ายของหญิง มันสมอง ประสาท ประสาทการมองเห็น และร่างกายซีกขวา

จันทร์    สมอง กระเพราะอาหาร ท้อง เต้นมน ลำไส้ ร่างกายซีกซ้าย กระเพาะปัสสาวะ ตับของหญิง และอวัยวะของหญิง มะเร็งในที่ต่าง ๆ

พุธ        ส่วนที่เกี่ยวกับการพูดและการได้ยิน การมองเห็นภาพพจน์ต่าง ๆ ความทรงจำ ลิ้น นิ้วมือและมือ น้ำดีของตับ ต้นขา ปอด ประสาทมันสมอง

ศุกร์      ได้แก่ ไต ก้นกบ ตับ กลิ่น มดลูก อวัยวะสืบพันธ์สตรี เต้นนม และบั้นเอว

อังคาร   ได้แก่ อัณฑะ อวัยะเพศชาย ไต น้ำดีในตับ หูซ้าย หลอดโลหิตดำ ไข้สูง อาการทางประสาท สายตา ผมล่วง โรคฟัน

พฤหัส   ได้แก่ อสุจิชาย ชีพจร ตับ เส้นโลหิตแดง

เสาร์      ได้แก่ กระดูกและฟัน หูขวา ม้าม กระเพาะปัสสาวะ

มฤตยู    คุณภาพทางระบบประสาทและมันสมอง ไขสันหลัง น่อง ข้อเท้า

เนปจูน   นิ้วเท้า และเท้า เนื้อร้ายต่าง ( มะเร็ง )

พลูโต    หลอดปัสสาวะ ฝีเย็บริมทวารหนัก ระบบสิบพันธ์ภายใน

จุดมะเร็ง เราใช้ เสาร์+เนปจูน-ฮาเดส

มะเร็งในกระเพาะ จันทร์+ฮาเดส-เนปจูน

มะเร็งที่ตับ พฤหัส+ฮาเดส-เนปจูน

มะเร็งที่ปอด อาทิตย์= พฤหัส/เสาร์