การผสมดาวกรณี 3 ปัจจัย
ตัวอย่าง พฤหัส  เสาร์  มฤตยู

ลำดับการผสม

                พฤหัส+เสาร์        แปลว่า  การพลัดพรากจากโชคลาภ

                การพลัดพรากจากโชคลาภ+มฤตยู แปลว่า การพลัดพรากจากโชคลาภในทันที

ความหมายผสมของ พฤหัส เสาร์ มฤตยู จึงได้แก่ การพลัดพรากจากโชคลาภในทันที

ความหมายของการผสม อังคาร  พฤหัส มฤตยู

ลำดับการผสม

อังคาร+พฤหัส                     แปลว่า  กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ

กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ + มฤตยู แปลว่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด

การผสมดาวกรณี 4 ปัจจัย
1. อาทิตย์ พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกัน

ลำดับการผสม

อาทิตย์+พฤหัส    แปลว่า  ความสุขทางกาย
เสาร์ + มฤตยู        แปลว่า   การพลัดพรากในทันทีทันใด หรือมีความทุกข์ในทันทีทันใด

ความสุขทางกาย +  การพลัดพรากในทันทีทันใด  แปลได้ว่า พลัดพรากจากความสุขทางกายในทันทีทันใด

2.อังคาร พฤหัส  เสาร์  มฤตยู ผสมกัน
 
ลำดับการผสมดาว

อังคาร+พฤหัส     แปลว่า                   กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ
เสาร์ + มฤตยู        แปลว่า                   การพลัดพรากในทันทีทันใด
กิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภ + การพลัดพรากในทันทีทันใด แปลว่า พลัดพรากจากิจกรรมที่ก่อให้เกิดโชคลาภในทันทีทันใด
การจับคู่ เพื่อผสมกันนี้ ท่านจะเลือกคู่ใดผสมกันก่อนก็ได้ ดังเช่น ในกรณี 2 คือ อังคาร พฤหัส   เสาร์ มฤตยู ผสมกัน ท่านอาจผสม อังคาร+มฤตยู เสียก่อนคู่หนึ่ง และ พฤหัสกับเสาร์ เสียอีกคู่หนึ่ง
แล้วนำเอาความหมายผสมที่ได้รับมาผสมกันเป็นความหมายรวม ก็ได้ ซึ่งความหมายที่ได้รับครั้งสุดท้ายจะตรงกัน ทั้งนี้เว้น ความหมายที่เกิดจากการอุปมาและความหมายที่ได้จากประสบการณ์ ซึ่งย่อมมีผลทำให้ความผสมครั้งสุดท้ายออกมาไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา แต่ก็เป็นความหมายที่ใช้ในการทำนายได้เช่นกัน ดังตัวอย่างในกรณี อังคาร พฤหัส เสาร์ มฤตยู ผสมกันนี้ ถ้าเอา พฤหัส+เสาร์ อาจแปลได้ว่า บ้าน หรืออาคาร เมื่อผสมกับความหมายของคู่ที่เหลือคือ อังคาร + มฤตยู ซึ่งแปลว่า อุบัติเหตุ ก็อาจแปลว่า อุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นภายในบ้าน ก็ได้ สำคัญที่ตรงการนำเอาไปใช้ทำนาย ซึ่งผู้ทำนายจะต้องอาศัยการพิจารณาจุดอื่น ๆ ในดวงชะตาประกอบ ว่าดาวกลุ่มนี้ควรจะมีความหมายว่าอย่างไรกันแน่
                อีกประการหนึ่งทีสำคัญ ก็คือ จุด ที่กลุ่มดาวที่เราผสมความหมายแสดงอิทธิพล ในกรณีปัจจัย 3 ปัจจัยท่านจะเห็นชัด ดังเช่น กรณี พฤหัส เสาร์ มฤตยู เป็นต้น มีจุดที่จะแสดงอิทธิพลได้ชัดๆ ถึง 3 จุด ทั้งนี้ไม่รวมจุดอิทธิพล ดังเช่น พฤหัส+เสาร์+มฤตยู หรือ พฤหัส-เสาร์-มฤตยู หรือ มฤตยู-พฤหัส-เสาร์ ฯลฯ ดังเช่น

                จุด พฤหัส+เสาร์-มฤตยู

                จุด พฤหัส + มฤตยู – เสาร์

                จุด มฤตยู+เสาร์-พฤหัส

ทั้งสามจุดนี้สถิตอยู่คนละแห่งในดวงชะตา และแสดงอิทธิพลให้เห็นประจักษ์ทันทีเมื่อมีปัจจัยโดยเฉพาะ “จุดเจ้าชะตา” หรือดาวเคราะห์ซึ่งมีสัมพันธ์กับจุดเจ้าชะตา มี สัมพันธ์ถึง ซึ่งอาจมีอยู่ในดวงชะตากำเนิดอยู่แล้ว หรือ จารมาตาม โค้งฯ ก็ตาม

                                                                                               

เพื่อให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดขึ้น ใคร่ขอสมมุติว่า อาทิตย์ เป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับจุดเหล่านี้ซึ่งจุดอิทธิพลที่ปรากฏอาจไม่เหมือนกันได้ ดังนี้
พฤหัส+เสาร์-มฤตยู   
อาทิตย์   อาจแปลว่า เจ้าชะตามีบ้านอยู่โดยไม่เคยคิดมาก่อน ก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา

พฤหัส+มฤตยู-เสาร์ =  อาทิตย์  อาจแปลว่า เจ้าชะตาทุกข์เรื่องการเงิน เสียเงินก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา
มฤตยู+เสาร์-พฤหัส
= อาทิตย์  อาจแปลว่า เจ้าชะตาพลัดพรากจากความสุขในทันทีก็ได้ ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับการสัมพันธ์อื่น ๆ ในดวงชะตา
สำหรับในกรณี ศูนย์รังสี ซึ่งเกิดจากปัจจัย 3 ปัจจัย ดังเช่น พฤหัส เสาร์ มฤตยู ก็เช่นกัน อาจปรากฏเป็น 3แบบ กล่าวคือ

                                           พฤหัส/เสาร์ = มฤตยู

                                           พฤหัส/มฤตยู = เสาร์

           มฤตยู/เสาร์  = พฤหัส
อิทธิพลที่เกิดขึ้นย่อมมีการผิดเพียนกันไปบ้าง ในทำนองเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างบนนี้ เพราะจุดที่อิทธิพลไปปรากฏเป็นคนละจุดกัน
อย่าลืมว่าต้องมีจุดเจ้าชะตาร่วม อิทธิพลที่ปรากฏจึงจะประจักษ์จากเป็นพระเคราะห์สนธิที่เกิดจากศูนย์รังสีลอย ๆ ดังเช่น พฤหัส/เสาร์
= มฤตยู ดังนี้ เป็นต้น ย่อมจะไม่มีผลกระทบกระเทือนตัวเจ้าชะตา แต่จะมีผลเกิดขึ้นได้ เมื่อจุดเจ้าชะตา จร จรมาสัมพันธ์กับจุดนี้ คือจรมาสัมพันธ์กับ มฤตยู สำหรับพระเคราะห์สนธิในตัวอย่างนี้

การถอดด้วยวธีการแยกออกมาเป็นปัจจัยเดี่ยว ๆ
อาทิตย์ = อังคาร = พฤหัส = เสาร์ = เซอุส = โครโนส = มฤตยู
ในการถอดคำแปลตามวิธีการผสมปัจจัย ในที่นี้ ให้ท่านเอา อาทิตย์เป็นประธาน เพราะเป็นจุดเจ้าชะตา  ขั้นต่อไปก็ให้จับคู่ผสมกันเป็นคู่ ๆ จนถึงคู่สุดท้ายเป็นที่สุด ซึ่งจะได้คำทนายหลายชุด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับได้คำแปลซึ่งมีใจความเช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว ข้อสำคัญ มีเพียงประการเดียวคือ อย่า อุปมาเสียก่อน ก่อนจะถึงผลขึ้นสุดท้ายของการถอดคำแปล เพราะจะทำให้เกิดเป็นคำแปลมากมายจนหาข้อสรุปไม่ได้
ในการใช้คำแปลในคัมภีร์สูตรพระเคราะห์สนธิเพื่อใช้ในระหว่างการผสมความหมายของปัจจัย จึงต้องเลือกมาใช้แต่เฉพาะคำแปล ที่ยังไม่ได้อุปมา
ตัวอย่าง จันทร์
= เนปจูน/ฮาเดส = ศุกร์/โพไซดอน แปลว่าอะไร และอาจใช้หลักอุปมาเป็นคำทำนายว่าอะไรได้บ้าง เจ้าชะตาเป็นชาย

อาทิตย์/พฤหัส = อังคาร/วัลคานุส = จันทร์/เสาร์ แปลว่าอะไร และอาจอุปมาเป็นคำทำนายว่าอย่างไรได้บ้าง เจ้าชะตาชาย
คำตอบ

ข้อ 1 ภรรยาหรือมารดา เป็นบุคคลที่มีข้อบกพร่องอะไรสักอย่าง (อาเดส) พัวพันกับความลวงหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ณ์ (เนปจูฯ) รูปร่างดี หรือเข้ากับบุคคลผู้อื่นได้ดี (ศุกร์) ใกล้ชิดกับศาสนา (โพไซดอน)
อุปมา
 
1.1  ภรรยาหรือมารดาของเจ้าชะตาชอบเล่นสลากกินรวบหรือเล่นการพนันเพราะเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
 
1.2ภรรยาหรือมารดาของเจ้าชะตาอุปสมบท
ข้อ 2  การมีโชคลาภของเจ้าชะตา
(อาทิตย์/พฤหัส) ได้มาจาก กิจกรรม (อังคาร) อำนาจ (วัลคานุส) ,มาดาหรือภรรยาหรือประชาชน (จันทร์) และ จากการมีความทุกข์ในรูปต่าง ๆ (เสาร์)
2.1 มีโชคลาภของเจ้าชะตา (อาทิตย์/พฤหัส) ได้มา จาก ความทุกข์ของมารดาหรือของภรรยา (จันทร์/เสาร์) เพราะการปฏิบัติที่เกี่วกับอำนาจ (อังคาร/วัลคานุส)

2.2 การมีโชคลาภของเจ้าชะตา ได้มาจาก การปกปักรักษา (เสาร์/วัลคานุส) ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลที่กล้าแข็งเป็นจำนวนมาก (จันทร์/มฤตยู)

การอุปมา

บัญญัติ 5 ประการ  สำหรับการพยากรณ์จร ซึ่งอาจสรุปได้ดังนี้
    
 1. คำนึ่งถึง ความแรง ของพระเคราะห์สนธิ (ทั้งในพื้นดวงชะตา และในดวงชะตาจร)
  
 2. ดาวพระเคราะห์โคจรช้าหรือดาวพระเคราะห์จรสุริยคติโคจร ทับ เล็ง จตุโกณ ปัจจัยกำเนิด
  
3. ในพระเคราะห์สนธิชุดเดียวกัน ดาวจรถึงแกนดาว หรือ แกนดาวถึงดาว ตามโค้งสุริยยาตร์
  
4.แกนดาวของพระเคราะห์สนธิชุดหนึ่งจรถึงแกนดาวของพระเคราะห์สนธิอีกชุดหนึ่ง ตามโค้งฯ 
5.จุดเจ้าชะตา  จรถึงแกนดาวของพระเคราะห์สนธิใด ๆ ตามโค้งฯ
ในการพยากรณ์จร

  จำต้องคำนึ่งถึงพื้นดวงชะตาเป็นหลัก และมีการคุมกันเป็นขั้น ๆ ดังต่อไปนี้
 ดวงชะตากำเนิด คุม ดวงชะตาจรประจำปี
ดวงชะตาประจำปี คุม ดวงชะตาประจำเดือน
ดวงชะตาประจำเดือน คุม ดวงชะตาจรประจำวัน
ดวงชะตาประจำวัน คุม การพยากรณ์ชั่วโมงและนาที ตามลำดับ
ในทางปฏิบัติ อาจผ่านการพยากรณ์เดือนไปพยากรณ์ วัน เลยก็ได้