อาตมัน  ปรมาตมัน

เซลเล็ก ๆ เป็น อาตมัน ตัวเราเป็น ปรมาตมัน ส่วนเล็กเป็นอย่างไรส่วนใหญ่ย่อมเป็นอย่างนั้น เราทำบนดินเป็นอย่างไรบนฟ้าก็จะตามไปด้วย ส่วนเล็กกับส่วนใหญ่ย่อมเป็นเหมือนกัน ในจักรวาลมีอะไรบนดินก็จะเป็นอย่างนั้น เป็นจุดเทียบได้ว่า ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามฟ้า ตัวเราเป็นไปตามกฎแห่งฟ้า บนท้องฟ้าจะมีตาคือดวงอาทิตย์ จันทร์ คือตาของฟ้า อะไรที่ก่อรูปเป็นระบบย่อมเป็น อาตมัน ปรมาตมัน ท้องฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ดาวก็จะบอกส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเช่นกัน

                เราสามารถทราบทุกอย่างบนท้องฟ้าได้ในการใช้ วิชานี้ ทุกอย่างบนโลกนี้มีการเกิดแก่เจ็บตาย บนฟ้าก็มีเหมือนกัน ต้นไม้ กับคน ก็มีความคล้ายกัน รากแก้วเทียบได้กับเท้าคน กิ่งไม้เทียบได้กับแขนขา เช่นบ้านตรงกับราศีอะไร เราก็เอามาเปรียบเทียบได้

                บนฟ้ากับโลกนี้จะเป็นไปเหมือน ๆ กัน ในเมื่อมันเป็นระบบแล้ว สิ่งที่เรารู้ล่วงหน้าคือรู้ระบบของฟ้าแล้ว เรารู้บนฟ้าหรือดาวโคจรไปเป็นอย่างไร คนเราก็สามารถทราบได้เช่นเดียวกัน แต่ต้อง เรียนรู้ท้องฟ้า เราก็สื่อมาถึงคนได้เช่นเดียวกัน

                ท้องฟ้าเป็นความว่างเปล่ากว้างใหญ่ไพศาล มีสภาพเป็นทรงกลมที่ใหญ่มาก และมีโลกอยู่ตรงกลาง  อะไรก็ตามบนโลกนี้มักจะเป็นทรงกลมเหมือนกันหมด ดังนั้นดาวต่าง ๆ ก็เป็นทรงกลมทั้งสิ้นและโคจรอยู่บนทรงกลมฟ้า ทั้งสิ้นมีขอบเขต ในการดำรงอยู่ของมัน

                ทรงกลมฟ้าเป็นปรมาตมัน โลกเป็น อาตมัน โลกเรากลม ทรงกลมฟ้าก็เป็นกลมเช่นกัน โลกมีขั้วเหนือ ขั้วใต้ ทรงกลมฟ้าก็มีเหมือนกัน โลกมีซีกโลกเหนือ ซีกโลกใต้ บนฟ้าก็มีเหมือนกัน เส้นศูนย์สูตรฟ้า บนโลกก็มีเส้นศูนย์สูตรโลกเช่นกัน โลกเราหมุนรอบดวงอาทิตย์ ปีละหนึ่งรอบ ถ้าเรามองจากโลกเราก็เห็นอาทิตย์โคจรรอบโลกเหมือนกัน ถ้าเราเอาโลกเป็นจุดศูนย์กลาง มีทางเดินของมัน ทางเดินของดวงอาทิตย์ในวิชาโหราศาสตร์เรียนว่า ระวิมรรค มีจุดตัดเรียกว่า อุตระวิสุวัต ถ้าอาทิตย์โคจรมาถึงตรงนี้ กลางวันกับกลางคืนจะเท่ากัน 21มีนาคม  ทุกปี เริ่มฤดูใบไม้ผลิ ทั่วโลกจะเกิดเหมือนกันหมด ทั้งโลก เวลาดวงอาทิตย์โคจรถึงตรงนี้ก็จะเกิดใบไม้ผลิ ยังมีอีกจุดหนึ่ง บัดเหนือขึ้นมา จุด เส้น topic of cancer  จุดนี้ทางโหราศาสตร์เรียกจุด ศาวิษุวัติ รูปตะวันตกดิน ตะวันอ้อมเหนือ ทุกวันที่ 23 กันยายน ของทุกปี ศาวิษุวัติ เริ่มฤดูใบไม้ล่วง หรือลูกผลล่วงลงมา เพื่อเกิดใหญ่ เหมือนชีวิตเริ่มเกิดใหม่ เป็นชีวิตใหม่ต่อไป ธรรมชาติสร้าง ฝนปลายฤดู ที่จะทำให้มีการเกิดของสิ่งมีชีวิต วิญญาณ เริ่มเกิดใหม่ ชีวิตล่วง เหมือนลูกไม้ เหมือนการตายก็จะมีการใช้น้ำมะพร้าว ก็จะเหมือนฝนครั้งสุดท้าย ที่จะได้ไปเกิดใหม่ ชีวิตอยู่ที่ไหนก็จะอยู่ในอันทะ ก็จะมีการแต่งงานในช่วงนี้ เป็นจุดแต่งงานของโลก การผสมพันธ์ การสืบพันธ์ของโลก การลอยกระทงเทียบได้กับ ลูกผลต่าง ๆ ได้ออกเป็นต้น เป็นคน เป็นการเปรียบเทียบอย่างหนึ่ง ความสำคัญของการเกิดจะอยู่ตรงนี้ พอถึงจุดนี้อาทิตย์ก็จะปัดเหมือน เป็นจุดตรีสมายัน เป็นเลข 69 คือจุด หน้าร้อน จิตของคนเริ่มเกิดตรงนี้ คนเราเกิดมาในทางโหราศาสตร์ เมื่อธรรมชาติเริ่มมีการผลิใบ เทียบได้การเกิดของคน นักโหราศาสตร์มองการเกิดสองชั้น บิดาเกิดเราเกิด อาทิตย์ บัดเหนือสุด 21 มิถุนายน ไม้เริ่มออกดอก เริ่มมีดอก ถ้าเป็นบุคคลก็เทียบได้เป็นหนุ่มเป็นสาว จิตเริ่มเกิด จิตของคนเทียบได้ดอกไม้ ต่อจากนั้นก็เป็นลูกผล ต่อมาโคจรบัดใต้สุด เรียกจุด เหมายัน หรือจุดมังกร วิญญาณเริ่มเข้าตัว เป็นจุดปติสนธิ ทั้งวิญญาณ ทั้งกายก็จะไปเกิดใหม่ ไม่มีวันที่สิ้นจุด เลยเกิดเป็นจักรราศี

อยู่ในสายเลือดของพ่อ ต่อไปก็เป็น ตัวอสุจิ  อยู่ในท้องแม่

สรุป ความเป็นมาเป็นไปของวิชาโหราศาสตร์นั้น อยู่ที่ตะวันออกกลาง ของเราเอามาจากอินเดีย อินเดียเอามาจากกรีก แต่ของเรา จะเชื่อมโยงจากตะวันออกกลางเลย

ทางเดินของดวงอาทิตย์ รวิมรรค เกิดเป็นสี่จุด และเกิดเป็นจักรราศี

จิตของเราเทียบได้กับพระจันทร์ จิตของคนไม่มีอะไร  

 


 

จักรราศี

          จักรราศี คือส่วนของจักรวาลตรงที่เป็นวิถีโคจรของดวงอาทิตย์ ( วิถีโคจรของดวงดวงอาทิตย์มีชื่อทาง เทคนิค ว่า “ระวิมรรค” หรือ “เส้นสุริยวิถี ” อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า จักรราศี ก็คือ วิถีโคจรของดวงอาทิตย์ และดวงดาว ในระนาบเดียวกัน นั่นเอง ( หรือ จักรราศี  นี่เอง)

                                                   ขั้วฟ้าเหนือ                     ใบไม้ผลิ

                                               aทิศ ตะวันออก                  เหมายัน อาทิตย์ตัดเส้นศูนย์สูตรฟ้า

                                                   อุตรวิษุวัติ ,วสันวิษุวัติ               jปัดใต้สุด กลางว=คืน

                                                                                Topic of capricon                  

     ตรงกับทรงกลมฟ้า

   Topic of cancerบนโลก                                      โดลก

     ปัดเหนือสุด   ตรีษะมายัน d                                                     ระวิมรรค หรือ

                                                                      gกอุตรวิษุวัติ,ศาวทวิษุวัติ                          จักรราศี

                                                       ทิศตะวันตก

                                                        ขั้วฟ้าใต้

เนื่องจากความใหญ่โตมโหฬาร ฉะนั้นจะกำหนดให้จุดใดเป็นศูนย์กลาง ก็ย่อมกระทำได้ทั้งนั้น ซึ่งสำหรับแนวความคิดของปโตเลมี อันเป็นพื้นฐานของวิชาโหราศาสตร์นั้น กำหนดให้โลกอยู่ศูนย์กลางของทรงกลมฟ้า และเมื่อมองไปจากโลก ก็จะเห็นดวงอาทิตย์โคจรรอบโลก ปีละ 1 รอบ (แต่ตามที่เป็นจริงนั้น โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ปีละ 1 รอบ )

เส้นศูนย์สูตรฟ้า
ทรงกลมฟ้าจะมีอยู่
2 ขั้น คือ ขั้วฟ้าเหนือ กับ ขั้วฟ้าใต้ ทำนองเดียวกับโลกซึ่งเป็นอาตมัน ซึ่งมี ขั้วโลกเหนือ กับ ขั้วโลกใต้ และในขณะเดียวกันฟ้าก็มี ศูนย์สูตรฟ้า ซึ่งเป็นฟ้า เป็นซีกฟ้าเหนือกับซีกฟ้าใต้ ซีกละเท่า ๆ กัน ทำนองเดียวกับซีกโลกเหนือ ซีกโลกใต้  เนื่องจากจักรราศีหรือระวิมรรคเป็นเส้นอยู่บนทรงกลมฟ้าและเฉียงทำมุมประมาณ 22 องศาครึ่งกับศูนย์สูตรฟ้า จึงตัดกับศูนย์สูตรฟ้า 2 แห่ง ซึ่งจุดตัด ขาขึ้น เรียกว่า อุดรวิษุวัต และจุดตัด ณ ขาลง เรียกว่า ศารทวิษุวัติ ซึ่งจุดตัดทั้งสองนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งในวิชาโหราศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีจุดที่ควรสนใจอีก 2 จุด คือ จุดที่ดวงอาทิตย์โคจรปัดเหนือสุด เรียกว่า ศรีษะมายัน  และจุดที่อาทิตย์โคจรปัดใต้สุด เรียกว่า เหมายัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จุดเปลี่ยนฤดูกาลทั้งสี่ของโลก

จุดเปลี่ยนได้แก่จัดสำคัญตามที่กล่าวไว้อันได้แก่

1. อุตรวิษุวัติ      :   ฤดูใบ้ไม้ผลิ  เมื่ออาทิตย์โคจรถึงจุดนี้ โลกเริ่ม ฤดูใบไม้ผลิ

2. ตรีษมายัน      :   ฤดูร้อน                เมื่ออาทิตย์โคจรถึงจุดนี้ โลกเริ่ม ฤดูร้อน

3. ศาวทวิษุวัติ    :   ฤดูใบ้ไม้ร่วง            เมื่ออาทิตย์โคจรถึงจุดนี้ โลกเริ่ม ใบ้ไม้ร่วง

4.  เหมายัน         :   ฤดูหนาว                เมื่ออาทิตย์โคจรถึงจุดนี้ โลกเริ่ม ฤดูหนาว 

เนื่องจากดวงอาทิตย์เป็นผู้ให้ชีวิตแก่โลก เมื่อขาดดวงอาทิตย์ชีวิตอยู่ไม่ได้ อาทิตย์ จึงหมายถึงชีวิตโดยอุปมาอุปไมย และ เพราะเหตุผลดังกล่าว ดวงอาทิตย์จึงเป็นที่เคารพสักการะมาตั้งแต่บรรพกาล สิ่งใดเมื่อมีชีวิต สิ่งนั้นย่อมมีการเจริญเติบโต งอกงาม โดยไม่มีที่สิ้นสุด ดวงอาทิตย์จึงมีความหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง หรือก็คือ ความเป็นมงคล นั่นเอง ที่ใดทิศใด แห่งหนตำบลใดมี ดวงอาทิตย์ ที่นั้นทิศนั้น แห่งหนตำลบนั้น จึงเป็น มงคล

          ดางอาทิตย์ในแต่ละปี จะโคจรมาจึงจุดเปลี่ยนฤดูกาลทั้งสี่ ในประมาณ

          อุตรวิษุวัติ          วันที่  21 มีนาคม                  ของทุกปี

          ศรีษะมายัน        วันที่  21 มิถุนายน              “

          ศารทวิษุวัต       วันที่  23 กันยายัน                        “

          เหมายัน          วันที่  21 ธันวาคม                           “

 

เนื่องจาก ขณะที่ดวงอาทิตย์โคจรถึง อุดรวิษุวัติ โลกเริ่มฤดูใบไม้ผลิ จุดอุดรวิษุวัตจึงเทียบได้กับจุดคลอดจากครรภ์มารดา โดยอุปมาอุปไมย  ก็คือ จุดเริ่มต้นของบรรดาชีวิต หรือสรรพสิ่งทั้งปวงนั่นเอง แล้วก็ดำเนินไป ตามจักรราศี และเนื่องจากจักรราศีเป็นวงกลม เริ่มต้นจากอุดรวิษุวัติแล้วก็เวียนมาที่อุดรวิษุวัตใหม่อีก การสิ้นสุดจึงเป็นการเริ่มต้นใหม่ และเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยไป