บทที่ 374

การดูธาตุอีกแบบหนึ่งของจีนที่เราสามารถนำมาใช้กับโหราศาสตร์ของเราได้
การเสริมดวง โดยการหันหัวนอนไปทางทิศธาตุสำคัญ ( ทดลองหันเฉพาะหัวนอนไม่ต้องดูฤกษ์ หากขยับเตียงต้องดูฤกษ์และตำแหน่งดาวประกอบ ) ที่หันหลังพิงทิศธาตุสำคัญ หรือใช้สีประจำธาตุ เช่น สีเสื้อผ้า สีรถ เป็นต้น
7.1
ธาตุไม้ ( เมตตาธรรม )
-
สีประจำธาตุ คือ สีเขียว
-
ทิศประจำธาตุ คือ ทิศตะวันออก, ตะวันออกเฉียงใต้
-
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธาตุไม้ คือ การเดินทาง การตลาด การขาย การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ เกษตรกรรม
7.2
ธาตุไฟ ( จริยธรรม )
-
สีประจำธาตุ คือ สีแดง สีแสด เหลืองจัด ชมพู ทับทิม
-
ทิศประจำธาตุ คือ ทิศใต้
-
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟ คือ นักวิชาการ ครูบาอาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ นักสังคมสงเคราะห์
7.3
ธาตุดิน ( สัจจธรรม )
-
สีประจำธาตุ คือ สีน้ำตาล สีครีม สีเหลือง
-
ทิศประจำธาตุ คือ ศูนย์กลาง ตะวันตกเฉียงใต้, ตะวันออกเฉียงเหนือ
-
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธาตุดิน คือ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เหมืองแร่ การบัญชี ทนายความ
7.4
ธาตุทอง ( มโนธรรม )
-
สีประจำธาตุ คือ สีขาว ใส สีแวววาว สีเงิน
-
ทิศประจำธาตุ คือ ตะวันตก, ตะวันตกเฉียงเหนือ
-
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธาตุทอง การฑูต การทหาร การอุตสหกรรม โลหะ เครื่องจักร ประสานงาน เลขานุการ ศิลปิน
7.5
ธาตุน้ำ ( ปัญญาธรรม )
-
สีประจำธาตุ คือ สีน้ำเงิน สีฟ้า สีม่วงฟ้า สีดำ สีเท่า สีกรมท่า
-
ทิศประจำธาตุ คือ ทิศเหนือ
-
อาชีพที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำ การค้าพาณิชย์ การเงินการธนาคาร ภัตตาคาร ร้านอาหาร การเดินเรือ การประมง 

บทที่ 375

หายไปหลายวันพอดีไปนครปฐม ลืมเอาตัวต่อ internet ไป เลยไม่สามารถเชื่อมต่อได้เลยเขียนมาให้ทันวันที่ขาดหายไปเลย บทความจากบทนี้ไปขึ้นอยู่กับความชื่อของแต่ละบุคคลนะครับ
เราได้มาเรียนรู้เรื้องธาตุกันมาทั้งธาตุสากลและธาตุไม่สามากล มาพอสมควรแล้ว ต่อไป ท่านก็ต้องนำไปใช้งาน ในการเอาไปประกอบการทำนายเจ้าชะตาในเรื่องต่าง ๆ ได้ ละเอียดมากขึ้น เช่น นิสัย ใจคอ อาจมีคนถามว่าจะไปอยู่ทิศไหนดี มีหลายคนถาม เราก็เอาธาตุเจ้าเรือนจะเป็นธาตุทั้งสี่ หรือธาตุจีน มาใช้ก็ได้ แต่ควรนำธาตุจีนมาใช้จะเหมาะกว่านะท่าน บอกได้เค้าธาตุอะไร ควรไปอยู่ตำแหน่งทิศทางไหนดี ก็จะเป็นมงคลกับเจ้าชะตา หรือถามเรื่องสีทาบ้าน หรือรถควรใช้สีอะไร เราก็เอาเรื่องธาตุที่ได้อ่านมาบอกไป ควรใช้สีตามธาตุจะเหมาะ เพราะแต่ละธาตุมีสีหลายสี การใช้สีตามธาตุจะทำให้การเป็นอยู่หรือสภาพแวดล้อมเค้าดีขึ้น ไม่ใจร้อน หรือทำลายเค้าไปในตัว ตำแหน่งที่นอน หรือห้องครัวควรอยู่ทิศไหนดีก็ใช้ตำแหน่งดาวกับธาตุเข้ามาช่วยจัดแต่งให้เหมาะกับเจ้าชะตาได้ เป็นหลักการที่ใช้กันมานาน เราก็ใช้กันต่อไป และเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในการจัดตำแหน่งต่าง ๆ ในพื้นที่รอบบ้าน หรือในห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น เราก็อาศัยดาวกับธาตุมาประยุคใช้ได้ ไม่ขัดกัน ครับ หวังว่าท่านคงเข้าใจในความหมายเรื่องธาตุกันพอสมควรแล้วนะครับ ต่อไปก็จะลงเรื่องตำแหน่งดาว คือ พื้นดวงจัดหาที่อยู่ให้เรา หรือเรียกได้ง่าย ๆ ว่า บ้านเลือกที่ของ เราจะไปอยู่ที่ไหน สภาพแวดล้อมก็จะเหมือนพื้นดวงท่านตลอดเพียงแต่เป็นทิศทางเข้าเท่านั้นตำแหน่งภายในบ้านก็จะเปลี่ยนไป มีกฎอยู่ว่าท่านต้องหาทิศประตูบ้านให้ได้ท่านก็สามารถเข้าไปอ่านตำแหน่งต่าง ๆ ภายในบ้านได้ ว่าสวนไหนดีหรือไม่ดี ควรจัดวางอะไร อันนี้คือหลักการจัดบ้านตามดวงดาวพื้นดวง ส่วนดาวจรจะคุยวันต่อ ๆ ไปครับ ท่านทดสอบได้ว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าบอกไปนั้นเป็นเรื่องจริง ไม่ว่าท่านจะไปอยู่บ้านหลังไหน ทางเข้าสำคัญ จะเปลี่ยนไป หรือถ้าเป็นทิศเติมอีก ก็จะเหมือน ๆ กัน กับอันเดิม ข้าพเจ้าได้ทำการทำสอบมาแล้ว มันเป็นอย่างนั้น แต่ข้อสำคัญท่านต้องดูทิศทางเข้าบ้าน บริษัท ที่ทำงานให้ได้ ท่านต้องมีเข็มทิศเป็นสิ่งสำคัญ ระยะวังกะ ให้
5 องศา ก็ยังถือได้ว่ายังอยู่ทิศนั้นอยู่ เช่นบ้านหันไปทางทิศใต้ 5 องศา เราก็ยังถือว่าประตูหน้าบ้านอยู่ทิศใต้นั้นเอง ทั้งซ้ายและขาวของตัวท่าน ท่านควรยืนตรงประตูทางเข้าและวัดออกไปนอกบ้าน หรือจะวัดโดยหันหน้าเข้าก็ได้ หรือจะไปยืนกลางบ้านก็ได้ ผลออกมาเหมือนกัน แต่ถ้าท่านยืนหันหน้าเข้าบ้านท่านต้องกลับตำแหน่งเอาหน่อย เพราะจากซ้ายจะไปขวา เท่านั้นเอง ต่างกับยืนหันหน้าออกบ้าน สิ่งต่าง ๆ รอบตัวท่านก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพื้นดวงท่าน

บทที่
376

เราก็จะมาคุยเรื่องดาวจรกันบ้างว่าจะทำให้ตำแหน่งของบ้านหรือที่อยู่เราเป็นอย่างไร นะครับ เรื่องของดาวจรจะทำให้ตำแหน่งบ้านส่วนนั้นมีปัญหา ดาวจรก็คือพื้นดวงชนิดหนึ่ง ถ้าเราดูว่าปีนี้ดาวเสาร์จรอยู่ทิศไหนของตัวบ้านเราก็อย่าไปทำกิจการใด ๆ ตรงส่วนนั้น ถ้าทิศไหนมีดาวพฤหัส เราก็ไปอยู่ตรงทิศนั้นให้มากหน่อยเค้าก็จะได้รับพลังงานของดวงดาวนั้นเต็มที่ ดาวพื้นดวงต่างกับดาวจร ดาวพื้นดาวจะมีค่างคงที่ไม่เปลี่ยนไปไหนตั้งแต่เกิดแต่ดาวจรจะเปลี่ยนไปตามการโคจรของเค้า ว่าปีนี้อยู่ทิศไหน การหาทิศเราก็ดูจากวงเขียวซึ่งเป็นดาวจร ก็เท่ากับว่าเรามีดาวเข้ามาสองชุด ชุดพื้นดวงเป็นชุดที่เราอยู่ แต่ดาวจรจะเปลี่ยนไปตามปีของเค้า ว่าปีไหนทิศไหนมีปัญหาหรือทำให้เรามีโชคขึ้นมา เราก็จะแยกดาวร้ายกับดาวดีไว้ว่าอยู่ทางทิศไหนของบ้านไม่ยาก  แต่บางคนถามว่าวิธีแก้ไขควรทำอย่างไรเมื่อดาวร้ายมาอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน มันก็จะทำให้ตัวเจ้าชะตาติดขัดไประยะหนึ่ง แต่เราก็จะมีทางแก้ไขได้อยู่ ไม่ต้องตกใจ ยกตัวอย่างดาวเสาร์มาอยู่ตรง 10 องศาทางเข้าประตูหน้าบ้านของเรา จะแก้ไขอย่างไร เราอาจไปใช้ประตูอื่นแทนเสียระยะหนึ่งก่อนจนกว่าดาวจะทำตำแหน่งเปลี่ยนไป หรือหาอะไรมาแก้ไขก็ได้ในบ้านที่มีทางออกทางเดียว อาจเอาน้ำเข้ามาช่วย หรือแสงสว่าง เข้ามาช่วย แบ่งการทำงานของกระแสของดาวลงไป หรือใช้ต้นไม้มาปลูกไว้หน้าบ้านก็ได้ ระยะหนึ่ง แต่ในที่นี้เราก็มักจะปลูกต้นไม้ไว้ตามหน้าบ้านอยู่แล้ว ก็ถือว่าแก้ไขไประดับหนึ่ง หรือทำทางเข้าใหม่ก็ได้แต่ไม่อยากให้ลงทุน ทางที่ดีก็ปิดประตูทางเข้าบ้านไว้ก็ช่วยได้ หรือคนจีนเค้าใช้กระจกเข้ามาเปลี่ยนทิศทางกระแสที่มองไม่เห็นก็ได้ แต่ต้องบานใหญ่หน่อยนะท่าน ก็พอแก้ไขได้แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น อยู่ที่จิตของเจ้าบ้านด้วยว่าจะไม่ตกใจหรือตื่น ทำให้จิตตก พลังร้ายก็จะเข้ามาได้ง่าย ถ้าจิตมั่นมีธรรมะอยู่แล้วสิ่งร้าย ๆ ไม่สามารถเข้ามาทำงานได้เข้ามาก็น้อยไปแล้ว หรือเอาชามใช่เกลือวางไว้หน้าบ้าน เป็นวิธีหนึ่งของชาวจีนที่ทำอยู่ แต่ต้องใช่โลหะ ลงไปด้วย นะครับ เอาไว้คุยเรื่องชามนี้ว่าดีขนาดไหนป้องกันได้อย่างไรคราวหน้าครับ

บทที่
377

อันที่ว่าเราต้องหาชามใส่โลหะ โลหะนั้นคืออะไร ก็คือหาเหรียญบาทมาใส่ลงไป หก-เจ็ดเหรียญ วางเป็นวงกลม
เอา เหรียญ เงินวางรอบเหรียญทอง ควรหาชามใหญ่ๆ หน่อย เอาน้ำใส่ลงไปพอครึ่งชามผสมเกลือลงไปพอเข็ม นำเหรียญบาทกับเหรียญสีทองใส่ลงไปตั้งไว้แถว ๆ ตำแหน่งของดาวเสาร์ จำได้ไหมว่าดาวเสาร์มีกำลังเลขอะไร ดาวเสาร์จะมี 10 หรือ 7 ก็ได้ แต่ส่วนมากเราจะใช้แค่ 7 ก็เพียงพอ เลขเจ็ดใช้แทนความหมายความไม่ดีของดาวเสาร์ไปส่วนเกลือก็จะซึมซับสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา น้ำก็จะปรับความสมดุล  ให้มีโชคขึ้นมาแทนสิ่งร้าย ๆ ที่จะเข้ามา บทความนี้ ท่านจะเชื่อหรือไม่ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว แต่ข้าพเจ้าทอสอบการทำงานของชามเกลือมาแล้วอยู่หลายปีก็คิดว่าพอใช้ได้ดีเดียวไม่ทราบว่าว่าแก้ไขได้จนนำมาวางไว้ตำแหน่งดาวไม่ดี ของตัวบ้านจากความวุ่นวายหรือเบาลงไป แต่จะหมดก็จนกว่าดาวจะเปลี่ยนตำแหน่งถึงจะหมดไป ยังมีวิธีแก้ไขอีก คราวหน้ามาคุยให้ฟัง พร้อมยกตัวอย่าง การแก้ไขเงินไม่เข้าบ้านจะทำอย่าง

บทที่
378
 


วันนี้เราจะมาคุยเรื่องการแก้ดาวร้าย ๆ กันต่อ ว่าแก้ได้ไหม สิ่งที่เราเอามาทดแทนนั้นอาจช่วยทางด้านจิตใจเป็นส่วนมากถ้าจิตใจดีแล้วมันก็ไม่มีอะไรมาทำร้ายเราได้ ยกตัวอย่างเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมามีคนดู ฮวงจุ้ยสนิทกันบอกว่าประตูบ้านข้าพเจ้าไม่ดีสองปีนี้ต้องย้าย ไม่ย้ายจะตาย ด้วยความอยากทดสอบก็ไม่ย้าย ข้าพเจ้าก็อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ บางครั้งเราต้องมีความสัทธาในตัวเอง แก้ดาวเป็นส่วนประกอบทำให้ดีขึ้นบ้างแต่ไม่ใช่ทางออกที่ถูก การกระทำของเราดีที่สุดทำดีทำบุญไว้แล้วทุกอย่างจะดีเองไม่ว่าดาวดีดาวร้ายมาเราไม่มีจิตใจดี ไม่ทำบุญ กรรมเก่ามันก็จะตามมาเล่นงานท่าน ถึงดาวร้ายจะไม่มาหน้าบ้านท่าน ก็กรรมมันก็จะมาหาท่านเอง แทนดาว ดังนั้นความเชื่อของคนจีนให้ทำอย่างนี้อย่างนั้นมันก็เป็นความเชื่อทำไว้ก็ไม่เสียอะไร ทำไปเพื่อความสบายใจจบท่าน

บทที่
379
 


วันนี้เป็นเรื่องการการกระตุ้นลัคนาทำอย่างไร การกระตุ้นเป็นสิ่งถึงที่ชาวจีนใช้มานานแสนนาน เช่นเราปลูกต้นไม้สักต้นไม่ออกผลเลย เราก็ใส่ปุ๋ยลงไปเพื่อกระตุ้นต้นไม้ให้ออกผล ในทำนองเดียวกันเราก็สามารถกระตุ้นพื้นดินหรือที่อยู่ให้รับสิ่งดีๆ ที่เรามองไม่เห็น เช่นทำที่พักให้สะอาด เปลี่ยนแปลงที่นอน ปรับปรุงบ้านให้น่าอยู่ อะไรเสียหายก็ซ่อมแซมเค้า ก็จะทำให้สิ่งดี ๆ คือความอยู่เป็นสุขสบาย จิตใจดี ของดี ๆ ก็ตามเข้ามาบ้านเอง แต่สิ่งที่จะกล่าวต่อไปเป็นวิชาหนึ่ง ของชาวจีนเมื่อโชคไม่มาหาบ้านเราเราก็ทำการกระตุ้นพื้นดินตามตำแหน่งดาวพฤหัสตำแหน่งไหนท่านต้องดูดาวเป็นและทำการเอาเม็ดเงินฝังลงไปตรงตำแหน่งดาวพฤหัสประจำปี ปีหนึ่งก็จะเปลี่ยนตำแหน่งปีที หรือสองปี ก็ได้ขึ้นอยู่กับการโคจรของดาว ถามข้าพเจ้าว่าได้ผลไหม ข้าพเจ้าทดสอบมาสามปี ก็ใช้ได้ วันไหนไม่มีแขกเงินไม่เข้า ก็ทำการดูฤกษ์ และทำให้ฝังลงไป สองสามวันต่อมาก็มีแขกเข้ามาดูดวง อันนี้เป็นความเชื่อแต่ละบุคคล ถ้าท่านอยากทำการทดสอบก็สามารถคุยกับข้าพเจ้าได้ เพราะมีขั้นตอนหลายอยู่เหมือนกัน แต่ทำทีไรก็มีแขกเข้ามาเงินก็เข้ามาทุกที ไม่รองไม่รู้ท่าน

บทที่
380
 


วันนี้เราจะมาดูดาวจรว่าเวลาไหนดี ดาวจรจะย้ายไปตามการโคจรของโลกเรา เลยมี จุด
mc ไว้หาทิศดาวว่า ณ เวลานี้ดาวพฤหัสอยู่ในตำแหน่งที่ทำมุมกับบ้านเราหรือที่ดินตรงทิศไหน เราก็สามารถซื้อ หรือไปนั่ง ณ ตำแหน่งนั้นแต่เวลาไม่นานนัก เพราะ mc จร เดินเร็ว ส่วนมากใช้ในการหาตำแหน่งดาวบนท้องฟ้าว่าเป็นดาวอะไรในวงการดาราศาสตร์ ครับ แต่เราก็สามารถนำมาใช้ในโหราศาสตร์ได้ อย่างเช่นเรายืน ณ ตำแหน่งดาวพฤหัสจร ณ เวลานี้เราไปติดต่ออะไรก็มักจะสำเร็จไป เสาร์อยู่ตำแหน่งไหนก็อย่าไปยืนคุยเรื่องเป็นเงินเป็นทอง ณ ตำแหน่งนั้น มันก็ไม่มีอะไร ดาวที่เราใช้คือ ju me ve kr vu พอแล้วสำหรับดาวดี ๆ ส่วนอื่นเราใช้ในการวางฤกษ์ได้ว่า ณ เวลานี้เราจะทำพิธีอะไร เช่นตั้งศาล ก็ให้ mc ทับ po หรือ ทำมุมถึงก็ได้ เช่นเดียวกันเค้าเรียกฤกษ์บนฟ้าครับ เพราะโลกเราโคจรรอบตัวเองใช้เวลา 24 ชั่งโมง รอบดวงอาทิตย์ใช้เวลา 365 วัน จำไว้นะครับ สิ่งที่กล่าวมานี้คือจังหวะดี ๆ ในแต่ละวันบนพื้นโลกที่มีผลกับดาวจรบนท้องฟ้าไงครับท่านพอเข้าใจไหม

บทที่
381

สวัสดีครับ วันนี้จะเล่าเรื่องที่ผ่านมาจากการนำวิชานี้ไปใช้ ในแนวความคิดของข้าพเจ้าสิ่งที่มาลงนี้ต้องเป็นจริงและใช้งานได้ ไม่แล้วจะไม่มาลงหลอกท่านบาปกรรม ข้าพเจ้าก็ทดสอบการทำงานของโปรแกรมนี้
mils มาหลายปีทั้งไปจัดที่ให้เค้าและวางตำแหน่งดี ๆ ให้เจ้าของบ้าน เมี่ออยู่บ้านหนึ่ง ได้จัดตามแบบดวงดาว ผลปรากฏว่า สามวันต่อมาเค้ามีโชคดีคือได้เงินคืน หลังจากที่คิดว่าไม่ได้กลับมาแล้ว เป็นอันดีใจไปทั้งบ้าน นี่ก็เป็นที่มาของการเดินทางไปจัดตามที่ต่าง ๆ เช่นเมืองกระบี่ เดือนหน้าก็มีเจ้าภาพ ออกตั๋วเครื่องบินให้ไปอีกวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ไปอีก เพราะเมืองกระบี่เป็นเมืองที่เชื่ออะไรทางด้านนี้มาก และไปทำแล้วได้ผลก็บอกต่อ ๆ กันไป ครั้งนี้ก็จะไปขึ้นบ้านใหม่ และไปดูอีกที่หนึ่ง การเดินทางเราจะไปโดยเครื่องบิน ทางเจ้าภาพจะจัดการเดินทางให้ ที่พัก ค่าแรงต่างหาก บางทีก็ไม่คิดแล้วแต่จะให้ เช่นทำให้ขายที่ได้ก็ขายได้ เพียงรอระยะเวลาหน่อย ไม่เกินสามเดือน ก็ทำงาน แต่ถ้าเป็นบ้านคนที่มีคนอยู่ อาทิตย์เดียวก็น่าจะเห็นผลแล้วท่าน เพราะมีคนอยู่บ้านเดินอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นที่ดินเปล่า ๆ จะนานสักนิด เพราะไม่มีอะไรเคลื่อนไหวในที่นั้น ผลการทดสอบ สองสามปีมานี้ข้าพเจ้าได้เดินทางไป หาดใหญ่ หลายครั้ง ทำบ้านให้เจ้าภาพจนเสร็จ ผลเป็นที่น่าพอใจ มีอยู่ครั้งหนึ่งไปจัดร้านขายยาที่หาดใหญ่ เค้ามีสามร้าน พอจัดเสร็จก็ขึ้นรถไฟกลับคราวนั้นอยากนั่งรถไฟ พอรถออกไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า จำได้ เจ้าของร้านโทรมาว่า ร้านจากขายไม่ดีกลับวันนั้นขายดีผิดปกติไปเลย เจ้าของร้านก็ดีใจมาก วันนั้นเค้าบอกว่าขายได้เกือบแสน อันนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมา จากผลของการจัดตำแหน่ง ดี ๆ ให้กับร้านค้า ท่านสามารถนำไปจัดร้านท่านหรือบ้านท่านได้ จนอยู่มาวันหนึ่งมีศิษย์เค้าไปเรียนวิชาดาวเก้ายุคมา ข้าพเจ้าบอกแล้วมันน่าจะเหมือนกับวิชาเรา ก็เลยนำวิชานี้เขียนเป็นโปรแกรม และนำมาใช้กับ mils ผลเป็นที่น่าพอใจแต่อยู่ในระยะทดสอบ แต่ใช้เดี่ยว ได้ผลอยู่แล้ว ในโปรแกรมของเรามีไว้ให้พร้อมแล้วดาวเก้ายุคก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ

บทที่ 382
 

อายุเป็นสองเท่า วงรอบของชีวิต

                ทุก ๆ คนย่อมมีเหตุการณ์ที่ผ่านมาซ้ำกันอย่างน้อย ๆ สามครั้ง ในชีวิต ตามปกติชีวิตของคนจะต้องระวังช่วง 30 ปี มักจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความห่างของมันสองปี และ 60 ปีครั้งหนึ่ง เราจะเอาสองคูณสองหาร ซึ่งมาจากเอาโค้งไปลบ 90 นั่งเอง แต่มันจะมีแค่สามครั้งเท่านั้นนอกนั้นมันจะอ่อนลงมา เราจะสังเกตจากปีที่ผ่านมาปีไหนมีเรื่องใหญ่ ๆ แล้งคุณเข้าไปก็จะทราบว่าอีกสองเท่าของอายุจะมีเหตุการณ์ เกิดขึ้นเหมือน ๆ กัน

                ถ้าเราอยากรู้ว่าปีนี้จะได้ปรับตำแหน่งหรือไม่ก็ให้เอาสองหารเข้าไปจะไปดูที่ผ่านมาว่ามีเรื่องนี้หรือไม่ถ้ามีก็ปีนี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่อยากให้ท่านเช็ค พื้นดวง หรือดาวจร ก่อนว่ามีเรื่องนี้หรือไม่เพื่อให้แน่ใจ

                การเอาสองคูณสองหารนี้ สำคัญมาก เช่น อายุ 33 ปีการเจ็บป่วย ต่อไป 66 ก็จะมีการเจ็บป่วยอีกครั้ง วิธีแก้คือการโยกย้าย ที่อยู่ที่นอน พอช่วยได้ มันจะทำงานได้สองหรือสามครั้งเท่านั้น การดูวิธีนี้เจ้าชะตาต้องทราบเรื่องที่ผ่านมาด้วยจะช่วยให้เราทำนายเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้ดีมาก ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บวกลบ อย่างน้อง สองถึงสามปี ก็ใช้ได้แล้ว

                แม้ว่าเรื่องนี้จะไปเกิดกับคนใกล้ชิดในปีนั้น ๆ เราก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วย อย่างไปมองข้ามเพราะเป็น no  ของเราชนิดหนึ่ง

                การตรวจเช็คท่านควรตั้งจุดศูนย์รังสีที่ดี  ๆ ไว้ทุกตัว และดูว่าปีไหนโค้งมาถึงศูนย์รังสีก็จะมีโชค แต่เป็นขั้นที่สอง ขั้นที่หนึ่งคือทับตัวเอง su/ju ,su/ap เป็น sa/ha ,sa/ur การเปลียนแปลง su/pl (ต้องเป็นโค้งของมันเอง) ในศูนย์รังสีนั้น ตัวใครตัวมัน

                การดูจร ถ้ามี su จร ju จร sa จร ไปถึงจุดถึงกลางที่เราตั้งไว้มีโชคขั้นที่สอง จันทร์เราจะไม่ใช้ เพราะจันทร์เดินเร็ว การใช้ศูนย์รังสีตรวจเรื่องดีร้ายนั้นแรงพอ ๆ กับดาวโดด ท่านควรตั้งไว้ในศูนย์รังสีที่ดีและไม่ดีไว้ว่าปีไหนจะมีเรื่องอะไรจะดีมากเพื่อป้องกัน เรื่องไม่ดีเพื่อทราบและหาทางแก้ไขไว้ก่อน ถ้าดีก็หาทางทำให้ดียิ่งขึ้น

ทุกอย่างจะ loop ซ้ำอีกครั้งเสมอ ในเมื่อเรามีอะไรแรง เกิดเราจะต้องระวังครั้งที่สองหรือสาม หรืออาจไม่เกิดก็ได้ แล้วแต่ ท่านต้องไปเช็คย้อนหลังด้วย ถ้าไม่มีต้องระวัง คนเราจะมีจุเปลี่ยนตอนอายุ 30 60 90 ถ้าเรานับอายุไข มีอายุอยู่ประมาณ 90 กว่า ถ้าถึง 100 ปีมีน้อยมากแต้ถ้าเกิน 95 ก็มีโอกาส ถึง  100 ได้ ส่วนมากจะไม่ค่อยผ่านระหว่าง 60-90 เท่านั้น เพราะสุขภาพอายุไขหมด ดูได้จากโค้งเสาร์มาโดนจุดเจ้าชะตา ปีในในช่วงอายุไหนก็ปีนั้นสำคัญกับเราเรื่องดีหรือเรื่องร้าย อยู่ที่โค้งทั้งนั้น จุดสำคัญของโค้ง

ตัวอย่าง su/sa มีโค้ง sa มาทับ ก็ต้องระวังเรื่องร้ายและร้ายชั้นที่สอง หรือดีชั้นที่สอง

ถ้าดี คือทับจุดเจ้าชะตา ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล
อาจพูดไปแล้วแต่อยากให้เอามาทำความเข้าใจกันอีกนิด ว่าการตรวจสอบเรื่องสำคัญเราเพียงดูอายุเป็นสองเท่า หรือรอบวงโคจร ของดาว ก็สามารถบอกอะไรได้เหมือนกัน ก่อนอื่นเรามาดูตรงจุดนี้ก่อนถ้าในดวงไม่บอกอะไร เราก็ใช้สูตรนี้ไปได้เลยท่าน เพราะเห็นผลมาแล้ว ชีวิตคนเราเหมือนเมื่อเกิดอะไรขึ้นครั้งหนึ่งมันก็รอเวลาที่เกิดอีกครั้งหรือสองครั้งในรอบชีวิตเรา มันเป็นวงจรของชีวิตจำไว้นำไปใช้ได้

บทที่
383

วันนี้ไม่มีอะไรหนัก ๆ มีแต่บทความที่มีคน คน หนึ่ง แต่งไว้ตอนท่าน มีทุกข์ อ่านแล้วได้ใจความดี เลยนำมาให้ท่านอ่าน เพื่อจะได้แง่คิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง หรือคนที่ยังไม่เข้าใจกฎแห่งดวงดาวอ่านไปแล้วก็จะเข้าใจ กฎธรรมชาติของคนกับ ดาวมันเป็นอะไรกัน ถือว่าเป็นการเรียนอีกแบบหนึ่ง
 

การอยู่เหนืออิทธิพลของดวงดาว

สรรพมนุษย์

ในสังคมแห่งธรรมชาติ

มีการเปลี่ยนแปรไปตามกฎแห่งกรรม

ซึ่งแต่ละคน.

เป็นผู้กำหนดชะตาของตนเอง

ดวง เป็นศาสตร์แห่งสถิติ

โดยใช้วิถีการดำเนินของดวงดาว

เป็นพื้นฐานข้อมูล

การดำเนินของดวงดาว

มีวิถีหมุนวนเป็นวงกลม

จากจุดเริ่มต้นวนกลับมาสู่ที่เดิม

เป็นวัฏฏะอย่างนี้เรื้อยไป

ดวงดาว..

จึงมีอิทธิพลต่อมวลมนุษย์ และสรรพสัตว์

ความผูกพัน.

ระหว่างคนกับดาวได้กำเนิดขึ้น

ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปตามกรรมวิถี

เราสามารถหลุดพ้นจากวิถีโคจรนี้ได้

ด้วยการกำหนดกรรมของตน

ให้อยู่นอกเหนือวิถีโคจรนั้น ๆ

ถอนตัวออกมานั่งพิจารณาวังวนแห่งสถิติ

จะเห็นความไม่หยุดนิ่ง

ความไม่แน่นอน

และความไม่เที่ยงเป็นสัจจะธรรม

ปล่อยวางทุกสรรพสิ่งในจิตให้ว่าง

สถิติจึงไม่สามารถก่อตัวเป็นศาสตร์ได้

ดวงจึงไม่มีอิทธิพลต่อเรา

เพราะเราเป็นคนเหนือดวง.
 

 

บทที่ 384

วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่มาของจุดอิทธิพลมาเค้าคำนวณ กันอย่างไร ถึงได้ ห้าพันจุดมา มันต้องมีสูตรในการคำนวณนิดหน่อยครับแต่เป็นสูตรง่าย ๆ ที่ท่านเคยเรียนมาในสมัยเด็ก ๆ คงไม่ยากที่จะทำความเข้าใจนะครับ
 

ความหมายจุดอิทธิพล มาอย่างไร ท่านอาจอยากทราบ อันนี้เป็นวิธีคิด
 เราสามารถแปลง A/B = C  เป็น A+B-C = C ได้ หรือในทางกลับกันอาจแปลงจาก  A+B-C=C เป็น A/B = C ได้เช่นกัน แสดงผลคำนวณได้ดังนี้
  A/B        = C                     
  (A+B)/2  = C                    
  (A+B)/2  = (C+C)/2       
  A+B       =  C + C
  A+B-C    =  C
 A+B       =   C + C
  A+B-C    =  C
 
เช่น ma/ju = ao ก็คือ ma+ju-ap=ap
 
หรือ อาจได้เป็นสูตร B = C +C -A , A = C + C - B หากย้ายข้างกลับไปกลับมา
 หมายเหตุ กรณีการแปลงเป็น A+B-C ดังกล่าว จะมีผลทำให้ ค่ามุมสัมพันธ์และ ระยะวังกะ เพิ่มขึ้นเป็น 2 ไปด้วย จากการนำค่า ไปคูณทั้งสมการ เราจึงได้ความรู้เพิ่มเติมว่า หากเราใช้จุดอิทธิพลประเภท A+B-C ไม่ควรใช้มุมสัมพันธ์ที่เล็กเกินไป (แนะนำไม่ควรต่ำกว่า 45 องศา) และไม่ควรใช้พระเคราะห์สนธิที่มีค่าระยะวังกะสูงเกินไป (แนะนำไม่เกิน 30 ลิปดา)
  
  
จากความรู้ที่ได้ทางคณิตศาสตร์ เราจะสามารถทำความเข้าใจในการแปลงรูปแบบ พระเคราะห์สนธิต่างๆ ได้มากมาย อาทิเช่น
  A/B = C / D
สามารถแปลงเป็น A+B-C=D
  A/B = -C
แปลงเป็น A+B+C = -C
  A/B = (C/D)
แปลงเป็น A+B+C = -D
  A/B = -C/D
แปลงเป็น A+B-D = -C หรือ A+B+C = D หรือ A = D-C-B หรือ B = D-C-A
  
ฯลฯ
 เราก็จะได้ที่มาขอบจุดอ่อนไหวในโหราศาสตร์ แต่ให้รายละเรียกมากมาย แต่ต้องทำมุมถึงจุดเจ้าชะตา จุดต่างๆ ห้าพันจุดก็จะได้มาโดยวิธีนี้นะครับ มีทั้งขยะ และจุดที่เราต้องการทราบเวลาดาวทำมุมก็จะดึงจุดพวกนี้มาหมดว่าถึงกี่องศาเราต้องเลือกหาสิ่งที่เราต้องการสิ่งที่เราไม่ต้องการก็ไม่ต้องอ่านนะครับ มีโปรแกรมอยู่ตัวหนึ่งไว้คัดจุดพวกนี้ได้แล้วว่าจุดไหนที่เราต้องการอยู่ในส่วนหนึ่งของ Apollon  เราสามารถนำมาใช้ได้คราวหน้าจะสอนวิธีใช้ ง่ายดีในการนำมาตัดสินใจครั้งสุดท้ายเพราะมีจุดมากมายที่เข้ามาเราต้องเลือกให้ดี ๆ เราก็จะได้สิ่งที่ต้องการนะครับ

บทที่
385

จุดมังกร หรือจุดเหมายัน สำคัญอย่างไร
         
ใครยังไม่รู้จักจุดมังกรบ้าง คือจุดที่อาทิตย์ยกเข้าราศีมังกร จุดนี้มีบทบาทสำคัญมากในทางโหราศาสตร์ ถือว่าเป็นวันเปลี่ยนวันใหญ่ หรือเริ่มอะไรใหม่ๆ เราเอาจุดนี้มาทำเป็นดวงรายปี เรียกว่าดวงสงกานต์ ไม่ใช่เดือนเมษายนนะครับ เมืองนอกถือว่าเป็นวันที่สำคัญประมาณ 21 22 ธันวาคม ทุกปี เวลาขึ้นอยู่กับการโคจรของดวงอาทิตย์ปีนั้น ๆ ว่ามาถึงเร็วหรือช้า

                เราอาจถือได้ว่าจุดนี้เป็นจุดเจ้าชะตาเหมือนกัน ได้อีกจุดหนึ่ง เพราะมันทำมุมถึงเมษ ด้วย เลยกลายเป็นจุดเจ้าชะตาไปในตัว และมีความแรงไม่แพ้จุดเมษ น้องๆ อาทิตย์ จร ถ้ามีดาวอะไรมาทับจุดนี้ก็จะส่งผลถึงเจ้าชะตาโดยตรง ไม่ว่าเป็นดาวจร โค้ง จุดสะท้อน ดาวพื้นดวง เจ้าชะตาก็จะเป็นอย่างนั้นไปหมด ทั้งดีและไม่ดี อย่ามองข้ามจุดนี้สำคัญมาก

          จุดเหมายัน คือจุดเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูใบไม้ล่วง เป็นฤดูหนาว เป็นจุดสำคัญเหมือนจุดเมษในดวงไทยเช่นกัน ส่วนมากจะถือว่าเป็นวันปีใหม่ทางโหราศาสตร์ เพราะทุกชีวิตจะมีการ turning point ตรงจุดนี้เป็นส่วนใหญ่ ดีหรือไม่ดีก็จุดนี้ มันจะทำงานหลังจากที่ su เข้าไปแล้วสามเดือนอย่างต่ำบางคนก็ทำงานเลยแล้วแต่พื้นดวงของแต่ละคนว่ามีจุดเจ้าชะตามากหรือน้อยไปอยู่ตรงจุดนี้

                เรื่องโค้งฯ ต่าง ๆ ที่จรรายปีมากระทบจุดนี้ถือว่าแรงและให้ผลเด่นชัดมากพอ ๆ กับจุด เมษ ทางด้านโหราศาสตร์ ถือสองจุดนี้เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตได้ทีเดียว โดยสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ จะอยู่หรือจะไปก็จุดนี้บอกหมด ส่วนอีกสองจุดไม่ค่อยแรงมากนัก ถ้ามีก็น้อยมาก แต่สองจุดใหญ่ไม่มีทางหนีการทำงานของมันไปได้อย่างแน่นอน ถ้ามีโชคก็ต้องมี ถ้าพลัดพรากก็ต้องพรากพลาดอย่างแน่นอนเสมอไป ข้าพเจ้าโดนมาแล้ว ถึงบอกได้เต็มบอกว่าแรงจริง โค้งเสาร์เข้าแกนมังกร ป่วยไปสามปี เลย ถ้าโดนดาวดีก็ดีไปนานเลย จงหมั่นสังเกตดูว่ามีโค้งอะไรมาใกล้ เพียง 1 องศาก็ทำงานแล้ว ส่วนมากพวกโค้งมันจะทำงานก่อนทับ หนึ่งองศา ถ้าทับแล้วถือว่าเรื่องสงบแล้วและจะเป็นอีกคือเข้า หนึ่ง ทับ หนึ่ง ออกหนึ่ง รวมเป็นสามปี

                ส่วนดาวจรทำงานไม่เหมือนกัน เขาทำงาน ก็ต่อเมื่อจรมาถึงก็ทำงานเลยและออกเลยไม่มีผลอะไรมากนัก แต่ถ้ามีการเดินช้าก็โชคดีไป วนเวียนอยู่แถวจุดเจ้าชะตาก็ให้ผลไปนาน แต่ดวงจันทร์เราไม่นับเพราะเดือนทุกเดือนอยู่แล้ว 28 วันหนึ่งรอบ แต่ถ้าวันดีคืนดีมีดาวพฤหัสโคจรมาทับอาทิตย์พื้นดวง ถือว่าวันนั้นเจ้าชะตามีโชคแต่ไม่นาน แต่ถ้าเป็นดวงรายปีก็หนึ่งปี ถ้าเป็นเดือนก็หนึ่งเดือน ถ้าจรปกติก็หนึ่งวัน หรือถอยหลังมาอีกก็ได้อีกแต่อ่อนลงแล้ว

                ประการสำคัญ ดาวจร กับ โค้งฯ เราให้โค้งฯมีความรุนแรงมากที่สุด ดาวจรเพียงไปกระตุ้นพื้นดวงเท่านั้น ส่วนโค้งฯ มันมีผลทางด้านกรรมเก่าจะนานหน่อย เป็นการกระตุ้นพื้นดวงเหมือนกันแต่แรงกว่าเพราะกระตุ้นถึงรากแก้วกันเลย ดังนั้นจงทำความดีไว้ การหนี้โค้งก็ยากมาก แต่ไม่ใช่จะหนี้ไม่ได้ทุกอย่างมีทางแก้หมดให้หนักเป็นเบาได้ เอาไว้ต่อคราวหน้าจะบอกวิธีแก้ไขให้นะครับ

บทที่ 386
 


เราสามารถตรวจการทำงานของดวงจันทร์รายวันว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเราได้ โดยใช้จันทร์จร จะเดิน ทางหนึ่งองศา ใช้เวลา สองชั่วโมงครึ่ง มาดูเรื่องสำคัญที่จะเกิดขึ้นในเวลาล่วงหน้าได้
ความหมายของดวงจันทร์ The Moon

ดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์ที่ดวงลูกที่สุดและเป็นบริวารของโลกและอยู่ใกล้โลกมากที่สุด มีระยะการโคจรรอบโลกใช้เวลา 28 วัน หรือหนึ่งเดือน ดวงจันทร์ในทางโหราศาสตร์แล้วมีความสำคัญมากในการพยากรณ์เรื่องต่าง ๆ และใช้เวลาเดือนเร็วสองชั่วโมงกว่าต่อหนึ่งองศา ส่วนมากเราใช้ดวงจันทร์ในการสังเกตเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชะตา และการวางฤกษ์ต่าง ๆ ดวงจันทร์มีอิทธิพลมากประการสำคัญท่านต้องมั่นสังเกตดวงจันทร์แต่ละวันไว้ว่าโคจรมาโดนดาวพื้นดวงของเราอะไรบ้างมันก็จะบอกเหตุการณ์นั้น เหมือนกัน หรือโคจรเข้าหาดาวบนท้องฟ้าก็ได้ เราถือว่าดวงจันทร์เป็นเครื่องมือที่เราใช้มากที่สุดในการพยากรณ์ท่านต้องมั่นสังเกตการณ์ดูการโคจรของเค้าให้ดีแล้วท่านจะเห็นอะไรมากมายที่ดวงจันทร์บอกเราในแต่ละวัน ยกตัวอย่างเมื่อดวงจันทร์จรโคจรมาทับพฤหัสพื้นดวงวันไหนท่านจะมีโชคดีไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือจะทำงานมงคลอะไรก็ได้ เพราะดวงจันทร์จะโคจรมาทับดาวพื้นดวงของเราเดือนละครั้งเท่านั้น และอาทิตย์จะโคจรทับดาวพื้นดวงเพียงปีละครั้งเท่านั้น เราไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไประหว่างที่ดวงจันทร์ทำงาน เช่นหาเรื่องไปตัดผม เสริมสวย หรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้หรือไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ในวันนั้น มันก็จะได้ทำให้สิ่งที่เราทำไปติดไปอีกหนึ่งเดือนคือมีโชคลาภ เหมือนเราซื้อเสื้อใหม่ในวันที่จันทร์จรทับพฤหัสพื้นดวง เมื่อเราใส่เสื้อตัวนั้นวันใดเราก็อาจจะมีโชคดีเข้าไปด้วยให้ทดลองดูนะครับเพราะผมกรทำอยู่และค่อนข้างได้ผลดีด้วย แต่ผมใช้เวลาที่จันทร์จรทับพฤหัสพื้นดวงไปตัดผม เลยโชคอยู่ที่ผมไปเลย ทำไม่ผมถึงทำอย่างนั้นเพราะพลังงานของดาวก็จะติดไปกับผมของเราและผมของคนเราก็มีความพิเศษอย่างหนึ่งคือมันจะยาวขึ้น พอมาถึงจุดนี้ท่านคงเข้าใจแล้วใช้ไหมว่าทำไมผมถึงเลือกเราการตัดผม เพราะโชคมันก็จะแรงตามเส้นผมไปด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่มีใครบอกแต่ผมสังเกตเอาจากของจริง ๆ และได้ผลต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ก็อย่างเอาออกมาบอกเล่ากันฟัง เพราะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ท่านยังไม่เข้าใจการทำงานของจักรวาล หรือฟ้า บางทีสิ่งนิดเดียวสามารถทำลายสิ่งใหญ่ ๆได้โดยไม่ยาก  ถ้าเราเข้าใจจังหวะของฟ้าเราก็เข้าใจจังหวะของชีวิตของเราได้เราก็หาเวลาดี ๆ จากดวงจันทร์ ที่จะบอกเรื่องของฟ้า เช่นเราจะเดินทางไปไหนเราก็ควรตรวจเช็คเวลาเสียก่อน โดยดูจากดวงจันทร์เป็นตัวบอก เช่นของหลาย สอบได้ ได้ปรับตำแห่ง เข้าไปหาบุคคลสำคัญ ฯลฯ ดวงจันทร์ทั้งนั้นที่จะบอกเวลาดี ๆกับเรา และลัคนา และเมริเดียนด้วย จะนาทีสำคัญ

ส่วนลัคนาจะบอกเวลาที่สำคัญ ส่วนเมริเดียนบอกสถานที่ที่เกิด

                ช่วงระหว่างดวงจันทร์โคจรไปรอบ ๆ พื้นดวงของเรามันก็จะไปกระตุ้นพื้นดวงของเราไปในตัวว่าสิ่งไหนถึงเวลาที่จะเกิด เหมือนไข่ที่กำลังจะฟักตัวออกมาเป็นลูกไก่นั้นเอง ดวงจันทร์เป็นตัวบ่งบอกเวลาที่สำคัญที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ แต่ถ้าเรารู้ก่อนมันก็เป็นสิ่งที่เราจะหลบหลีกหรือถ้าเป็นจังหวะดีก็ดีไปไม่ต้องทำอะไรเพียงแต่ทำตัวรับผลกรรมที่ดีไป ดวงจันทร์เป็นตัวปลุกกรรมเก่าซึ่งมีผลมาจากรายปี ในดวงรายปีที่เราตั้งสำรวจดู แต่เราก็สามารถใช้ดวงจันทร์ในการดูแบบกาลชะตาได้ว่าวันไหนเป็นวันดีได้ เพียงแต่ตั้ง วัน เดือน ปี เวลา นาที ที่เราต้องการที่จะทำลงไป และตั้งจุดอิทธิพลลงไปถามันว่าจะเกิดหรือไม่ วิธีนี้เป็นการดูอีกแบบหนึ่งมีความแม่นจำสูงพอสมควร ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้ตรงต้องดีดวงรายปีประกอบ ว่าในปีนั้นมีเรื่องที่เราต้องการทราบหรือไม่ ต่อจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของดวงจันทร์ที่จะบอกชั่วโมงที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญ บางทีเหตุการณ์ต่าง ๆ มันเกิดมาจากเรื่องของรายปีเป็นสำคัญ แต่เราไปดูแบบกาลชะตาก็ได้มันง่ายหน่อย แต่เป็นหลักการเดียวกัน

                ดวงจันทร์เป็นตัวกำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของเจ้าชะตาเป็นหลัก เราควรตรวจดวงด้วยใช้ transit  และหมุนเวลาไปเลื่อยสงสัยวันไหนเวลาไหนเราก็เข้าไปเช็คว่าดีหรือร้ายเราก็จะได้ระวังตัวไว้ เพราะโปรแกรมตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดูอนาคตและอดีตที่ผ่านมาได้ เครื่องมือในการดูก็มีอยู่แล้ว ดังนั้นดวงจันทร์จะบอกเรื่องทุกอย่างทั้งรายชั่วโมง รายเดือน เราต้องหัดใช้ดวงจันทร์ที่ฟ้าให้มาให้เป็นประโยชน์ที่สุด ที่เราพูดอยู่นี้คือจันทร์จร ไม่ใช่จันทร์พื้นดวง นะครับ ถ้าท่านเปิดเครื่องขึ้นมาจุดแรกท่านควรดูจันทร์เป็นหลักก่อนว่าจันทร์จรทำมุมถึงดาวอะไรในพื้นดวงหรือดาวจร แล้วค่อยตั้งจุดต่าง ๆ ที่เราต้องการทราบในวันนั้น ๆ ต่อไป

บทที่ 387
การพยากรณ์รายเดือนมีหลายแบบ

                การพยากรณ์รายเดือน เป็นการตรวจสอบว่าเดือนไหนว่าเดือนไหนจะเกิดเรื่องที่เราต้องการค้นหาอยู่ ซึ่งจะบอกจากการพยากรณ์รายปีมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้มีเหตุการณ์ที่เราต้องการทราบเกิดขึ้นเช่น ยกตัวอย่าง ว่าปีนี้เจ้าชะตามีเหตุการณ์โยกย้ายงานในปีนี้ เมื่อเรารู้ว่าปีนี้เค้าต้องออกจากงาน งานต่อไปเราก็มาหาว่าเค้าจะได้ออกเดือนไหน ซึ่งเป็นการดูให้แคบลงมาเป็นรายเดือน การดูรายเดือนเราก็มีเครื่องมืออยู่คือ 4 อย่างด้วยกันในการเช็คเดือนสำคัญในรอบปีมีดังนี้

1.       Full Moon  (แรงน้อยที่สุด) ใช้ในการดูข้างขึ้นประกอบการวางฤกษ์

2.     New Moon  (แรงมาก)

3.    อาทิตย์ย้ายราศี (แรงมาก) ใช้กันมาก solar ingresess

4.    จันทร์จรทับจันทร์กำเนิด (แรงมาก) ใช้กันมาก lunar return

เครื่องมือต่าง ๆ นี้จะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจว่าเดือนไหนเป็นเดือนที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นกับเจ้าชะตา โดยดูว่าปัจจัยที่เราตั้งขึ้นมาเข้ามาทำมุมถึงจุดกำหนดเดือนมากที่สุด หรือทำมุมแรง ๆ ที่สุด หรือปัจจัยที่เราตั้งขึ้นเข้าแกนดาวทั้งสี่ หรือจุดย้ายราศี หรือเข้าทำมุมกับโค้งต่าง ๆ รวมไปถึงโค้งจุดเจ้าชะตาด้วย เช่นเราตั้งจัดโชคจากที่ดินไว้สี่จุดตามที่เราตั้งไว้ในรายปีไว้ คือ 1 จุด โชคจากที่ดิน จร  2. จุดโชคจากที่ดินพื้นดวง 3. จุดโชคจากที่ดิน+arc 4. จุดโชคจากที่ดิน-arc ในเมื่อทั้งสี่จัดเมื่อเราให้เครื่องมือทั้งห้าอย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งเข้าทำมุมจุดโชคจากที่ดินมากที่สุดก็จะเป็นเดือนสำคัญ แต่ท่านต้องมีความชำนาญในการหรือเหตุการณ์รายเดือนมากหน่อยเพราะค่อยข้างจะหายากสำหรับมือใหม่ แต่เมื่อท่านมีความชำนาญมากขึ้นก็เป็นเรื่องง่าย ส่วนมากเราจะใช้ อาทิตย์ ย้ายราศี กับจันทร์จรทับจันทร์กำเนิดเป็นการหาเหตุการณ์รายเดือนเพราะให้ความแม่นยำดีกว่า ถ้าเราหาเหตุการณ์สำคัญรายเดือนได้แล้วเราก็สามารถบีบเวลาจากหนึ่งปีมาเหลือเพียงหนึ่งเดือนให้แคบลงมาได้แล้วว่าเหตุการณ์ที่เราต้องการทราบมันจะเกิดขึ้นในเดือนนี้อย่างแน่นอน หรือค่อนข้างจะมีความน่าจะเป็นในการเกิดในเดือนนี้ หรือว่าเจ้าชะตาบอกว่าจะขายที่ดินได้ในเดือนไหนก็ยิ่งง่ายในการตรวจสอบ เราก็พุ่งเป้าไปที่เดือนนั้นเลยไปตรวจเช็คเดือนนั้นหรือในช่วงเดือนที่เค้ามีความหวังเพราะจะเป็นการง่ายขึ้นถ้ามีก็บอกว่าขายได้ เป็นการจบการเช็ครายเดือน เจ้าชะตาก็มีความหวังว่าเค้าต้องได้ขายที่ดินได้ แต่เราสามารถกำหนดให้แคบลงไปอีกได้จากรายเดือนให้เหลือรายวันได้อีกให้ติดตามเอกสารการสำรวจเหตุการณ์สำคัญรายวันต่อไป

บทที่ 388
 

การสังเกตใบหน้า ให้ดูที่ดาวดีดาวร้ายว่าอยู่ในตำแหน่งไหนก็จะมีปัญหาตรงส่วนนั้นของใบหน้าเช่นมีเสาร์อยู่ที่ เรือนที่ 3 อาจมีปัญหาเกี่ยวกับตาซ้าย ถ้าเป็นดาวดี เช่นพฤหัสที่เรือนที่ 8 จมูกสวยเป็นต้น สามารถนำจุดเจ้าชะตามาร่วมใช้ด้วยก็ได้ เอาไว้ทายคนที่เราไม่ได้พบหน้าเช่นคู่ครองของ เจ้าชะตา เราใช้เรือนชะตา as ,su

เรื่อนที่ 1 เมษ หูซ้าย

เรื่อนที่ 2 พฤษภ  แสกหน้า

เรือนที่ 3 มิถุน  ตาซ้าย

เรื่อนที่ 4 กรกฏ  หน้าผาก

เรือนที่ 5 สิงห์  คิ้วขวา

เรือนที่ 6 กันย์ แก้มขวา

เรือนที่ 7 ตุลย์  หูขวา

เรือนที่ 8 พิจิก จมูก

เรือนที่ 9 ธนู ตาขวา

เรือนที่10 มังกร คาง

เรือนที่ 11 กุมภ์ คิ้วซ้าย

เรือนที่12 มีน แก้มซ้าย

บทที่ 389
 

การวางฤกษ์

การให้ฤกษ์สำหรับบริษัทหรือกิจการต่างๆเป็นของธรรมดาของโลกปัจจุบันนี้ เพราะกิจการต่างๆเมื่อมีเวลากำเนิดดีก็ดีไปกว่าครึ่งแล้ว แต่จะหวังว่าจะดีไปตลอดคงไม่ได้ ตามธรรมดาของ วงจร มีเกิดก็ต้องมีตาย อยู่ที่เราเองว่าทำหน้าที่ได้แค่ไหน ใช้ปัญญาอย่างไร การดำเนินกิจการต่างๆในจักรวาลนี้ย่อมต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของฟ้า(ดวง ราศี ดาว จุดเจ้าชะตา) เราไม่สามารถบังคับการโคจรของดาวเคราะห์ได้ บางระยะจะมีอิทธิพลร้ายมาสู่กิจการก็ได้ ถ้าเรารู้อิทธิพลของฟ้าและทำตัวให้คล้อยกับฟ้าได้เท่ากับว่าคำว่าดวงตกคงจะมีน้อยมากๆ เราต้องแก้กรรมที่จะมาถึงโดยใช้หลักปรัชญาของโหราศาสตร์ ฟ้ามีอิทธิพลต่อโลกเราแน่นอน และอิทธิพลที่มีจะต้องมีโอกาสให้เลือกได้เสมอ เช่น อิทธิพลของเสาร์ เสาร์แปลได้หลายอย่างมากมาย เช่น พลัดพราก ความรับผิดชอบ มีวินัย เหนื่อย ฯลฯ เราก็ทำตัวให้คล้อยกับเสาร์ในเรื่องที่เราต้องการ พูดง่ายๆใช้อิทธิพลของฟ้าให้เป็นประโยแก้กรรมใช้ได้กับ ดาว เรือน ราศี ฯลฯ

ดวงกำเนิดของกิจการค้า ดวงแบบนี้มีได้หลายแบบ เช่น ดวงวันเปิดกิจการ ดวงวันจดทะเบียน เป็นทางการ ดวงวันเปิดบัญชีกับธนาคาร ดวงทำงานจริง ดวงวันทำสัญญา ดวงวันที่ตกลงกันว่าจะทำกิจการร่วมกัน(บริษัทใหญ่) ดวงวันที่เปิดตัวต่อ มวนชน (วันที่สำคัญอย่างมาก) การให้ฤกษ์สำหรับกิจการค้านี้ เราควรจะรู้ว่าวันไหนสำคัญสำหรับกิจการ ดวงกำเนิดควรจะเป็นวัน เดือน เวลานั้น อย่าลืมว่าเราหาฤกษ์ตามหลักการของโหราศาสตร์ ไม่ใช้เลขศาสตร์ เลขอาจจะสวย แต่ดาวทำมุมจะสำคัญที่สุด

เพราะกิจการนั้นๆต้องเกี่ยวข้องกับคนหมู่มาก(ลูกค้า) ดังนั้น

1. ควรให้ราศีเมษหรือราศีจร(กรกฎ,ตุลย์,มังกร) มีความหมายดีในดวงกำเนิด

2. ความสัมพันธ์ของคราสก่อนกำเนิด(สุริยะคราสหรือจันทรคราสหลังสุดก่อนกำเนิด)กับดวงกำเนิดมีความสำคัญมาก ทั้งการทำมุมหรือเรือนชะตา และให้พิจารณาดาวมนต์ในขณะนั้นด้วย

ดาวในเรือนชะตา

อาทิตย์ อาทิตย์อยู่เรือนไหน เรือนนั้นจะมีบทบาทมากสำหรับกิจการนั้น จะบอกถึงว่ากิจการนั้นจะ ประสบผลสำเร็จหรือไม่อย่างไร

จันทร์ จันทร์อยู่เรือนไหน เรือนนั้นมักจะมีปัญหาเพราะจันทร์มีอิทธิพลของความอ่อนไหว ซ่อนเร้น เจ้าปัญหา เรือนนั้นจะเป็นจุดอ่อนที่สุดในดวงนั้น

พุธ พุธจะเป็นตัวบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของเรือนนั้น ให้ระวังจะทำมุมร้ายถึงดาวบาปพระเคราะห์

ศุกร์ เรือนที่ดาวศุกร์มักดี แต่ข้อเสียคือสบายไปหน่อย จะทำให้ขี้เกียจก็ได้

อังคาร อังคารมีอิทธิพลมากเกี่ยวกับการดำเนินงาน เป็นดาวที่เกี่ยวกับการเริ่มต้น การปฏิบัติ การแข่งขัน ถ้าได้จตุโกณกับดาว ศุภเคราะห์ยิ่งดีใหญ่

พฤหัส ตามปกติ ดาวพฤหัสอยู่เรือนไหนเรือนก็ดี อิทธิพลของดาวพฤหัส มักจะเกี่ยวข้องกับความสำเร็จ การเดินทางไกล ต่างประเทศ กฎหมาย การขยาย

เสาร์ เสาร์นำมาซึ่งปัญหา การเข้มงวด ชักช้า จำกัด จากส่วนราชการ เสาร์อยู่เรือนไหน เรือนนั้นจะมีวินัย จะทำชุ่ยๆไม่ได้ ทำอะไรต้องรอบคอบสักหน่อย

มฤตยู มฤตยูอยู่เรือนไหนมักไม่สงบ อาจจะต้องเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ชอบอิสระ ชอบอะไรใหม่ๆ ชอบการเปลี่ยนแปลง ไฮเทค

เนปจูน มีอิทธิพลในทำนองเดียวกับจันทร์ อยู่เรือนไหน เรือนนั้นสับสน ไม่เคลียร์ เรือนนี้ควรเป็นเรือนมีเกี่ยวกับโครงการ จินตนา

พลูโต เรือนที่พลูโตอยู่มักจะไม่สงบ ต้องต่อสู้ หรือไม่ก็ต้องพัฒนาตลอด

เรือนในดวงกำเนิดของกิจการ

ตนุ เป็นเรือนของกิจการนั้น สิ่งแวดล้อม สถานะการณ์โดยทั่วไป การนับเรือนนี้ทางโหราศาสตร์ ยูเรเนี่ยน สากล เขาจะนับเรือนที่ 1 จากองศาของลัคนาเป็นเริ่มเส้นแบ่งเรือน และเรือนหนึ่งจะมี 30 องศาเท่าๆกัน ดังนั้นเรือนหนึ่งๆก็จะคาบ 2 ราศี ไม่มีการใช้ราศีเป็นเรือนโดยเด็ดขาด และของภารตะ การแบ่งเรือนก็ใช้ลัคนา คือ ให้ลัคนาอยู่ตรงกลางเรือนตนุ นับไปข้างหน้าและข้างหลังอย่างละ 15 องศาถึงเส้นแบ่งเรือน รวมแล้วเรือนหนึ่งก็มี 30 องศา เท่าๆกัน

ดาวจรที่โคจรมาถึงเส้นแบ่งเรือนภายใน 5 องศา ถือว่ามีอิทธิพลแรงมากนะครับ อย่าลืม

กฎุมภะ งบประมาณ สังหาริมทรัพย์ รายได้ ความสามารถที่จะซื้อจะขาย คนดูแลเรื่องการเงิน นักบัญชี

สหัสชะ การสื่อสาร โทรศัพย์ โทรสาร e-mail ข่าวสาร การขนส่ง

พันธุ ตึก ออฟฟิศ อสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในที่ดิน

ปุตตะ การพัฒนาสินทรัพย์ การเสี่ยง งานเลี้ยง ผลผลิตจากกิจการ การซื้อขายหุ้น

อริ พนักงาน ลูกจ้าง ปัญหา ป่วย งานประจำ การเปลี่ยนแปลงงานประจำ สหภาพของลูกจ้าง

ปัตตนิ ความสัมพันธ์กับคนทั่วไป หรือกับกิจการอื่นๆ การรวมกิจการ สัญญา คู่แข่ง

มรณะ เงินกู้ หนี้สิน การขาดทุนและกำไร การสิ้นสุด(ปรัชญา ตาย จนมุม) ผู้รับช่วง ผู้รับมรดก

ศุภะ การโฆษณา การพิมพ์ ระเบียบ กฎเกณฑ์ กฎหมาย การต่างประเทศ การเดินทางไกล โครงการการศึกษา

กัมมะ เจ้านาย กลุ่มผู้บริหาร ประกาศ สถานะ เครดิต ความหวังของกิจการ

ลาภะ กลุ่มที่ปรึกษา นโยบายของกิจการ การสังคม ผู้สนับสนุน

วินาศ ทำงานลับ แผนการ ความผิดพลาด การติดต่อกับทางการ การรวบรวมความคิด

หลังพิจารณาวันให้ฤกษ์ อย่าลืมให้พิจารณาคราสครั้งสุดก่อนวันฤกษ์ และให้พิจารณาดาวที่มนต์ในขณะนั้นด้วย(เพราะมีอิทธิพลนาน)

ต่อไปเป็นจุดอิทธิพลเกี่ยวกับกิจการค้า

จันทร์ หรือ พฤหัส หรือ อาพอลลอน ทำมุมหรือสัมพันธ์กับ = เมอริเดี่ยน/เมษ,

เมอริเดี่ยน/อาทิตย์, เมอริเดี่ยน/ลัคนา

อาทิตย์ หรือ อาพอลลอน หรือ ราหู ทำมุมหรือสัมพันธ์ กับ = เมษ/พฤหัส,

เมอริเดี่ยน/พฤหัส

เมอริเดี่ยน หรือ อาทิตย์ หือ เมษ ทำมุมหรือสัมพันธ์ กับ = พฤหัส/พลูโต, จันทร์/พฤหัส

อาพอลลอน หรือ อาเมอริเดี่ยน หรือ เมษ ทำมุมหรือสัมพันธ์ กับ = อาทิตย์/พฤหัส

อาทิตย์ หรือ พฤหัส หรือ อาพอลลอน ทำมุมหรือสัมพันธ์ กับ = เมษ/ราหู

บทที่ 390

วันนี้เราจะมาดูเรื่องเรือนชะตาบอกคู่หรือความรักของเจ้าชะตาเราจะดูกันอย่างไรมีวิธีดูแบบนี้ เราจะไปดูเรือนที่ 5 7
ว่าอยู่ในราศีอะไรธาตุอะไร
 

PRIVATE ชีวิตรัก ชีวิตการครองคู่
ต้องพิจารณาจากเรือนที่ 5 ปุตตะ หรือ เรือนที่ 7 ปัตตานิ ด้วย

PRIVATEการพิจารณาดวงกำเนิด สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำได้ในเรื่องชีวิตรักของเจ้าชะตา โดย พิจารณาจากดาว ศุกร์ แต่ต้องพิจารณาจากเรือนชะตาด้วยโดยพิจารณาที่ เรือนที่ 5 ปุตตะและเรือนที่ 7 ปัตตานิ ด้วย เราก็พิจารณาราศีด้วยให้ละเอียด เช่น เมื่อมีราศีธาตุไฟหรือธาตุดินมาเกี่ยวข้อง เราก็จะพิจารณาว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองและมั่นคงหรือยืนยาวหรือไม่อย่างไร

มาถึงตอนนี้เราต้องหาข้อมูลพื้นฐานว่าเป็นอย่างไร โดยส่วนมากเกือบร้อยเปอร์เซนต์เรือนชะตามักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับราศีสองราศีเสมอ บางครั้งก็ถึงสามราศีก็มี การพิจารณาเรือนต้องบวกกับราศีทุกราศีที่เกี่ยวข้องและสำคัญด้วย อิทธิพลเหล่าจะบอกออกมา ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะเป็นอย่างไร

เรามาพิจารณาว่าราศีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับเรือนที่ 5 และ เรือนที่ 7 จะมีอิทธิพลอย่างไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเจ้าชะตากับคู่ คนรัก หุ้นส่วน อย่าลืมต้องบวกดาวที่อยู่ในราศีด้วย ฯลฯ

เรือนที่ 5 ปุตตะ

ราศีเมษ : หมายความว่า เอาจริงเอาจัง จริงใจ ในเรื่องความรัก แต่ข้อเสียก็คือแสดงออกมากเกินไป ถ้าคุณมี "ีรักเมื่อแรกพบ" จะมีความประทับใจมากแต่ก็มีโอกาสพบความเบื่อหน่ายได้เร็ว(ไฟ)

ราศีพฤษภ : ในราศีนี้ ความรักมั่งคงแน่นอนแต่ก็มีความหวงแหน(หึง)ตามมาด้วยและคิดว่าเป็นของตัวเสมอ ความรักจะไม่ถือว่าไม่แน่นอน เจ้าชะตาจะถือว่าความรักต้องคงทนตราบชีวิต ความรักจะเหมือนเป็นทรัพย์สิน ต้องเกี่ยวข้องกันตลอดไป ซื่อสัตย์และยอมเพื่อความรักได้

ราศีมิถุน : ความรักในราศีนี้ มีอิทธิพลที่ไม่แน่นอน ยุ่งเหยิง อยู่ไม่นิ่ง มักจะมีรักซ้อน มักจะมีการที่รถไฟชนกันเสมอ อาจจะเจ้าชู้ ประทับใจในความรักง่าย มักไม่ค่อยใช้เหตุผล มีแนวโน้มจะมีบุตรหลายคน มีโอกาสจะมีบุตรฝาแฝด

ราศีกรกฎ : มีโรแมนติคด ีอ่อนไหวง่ายและมีความไม่แน่นอนอยู่ด้วย(น้ำ) ระวังจะรักเด็กและจะรักหลายคน

ราศีสิงห์ : ถือความรักเป็นอุดมการณ จะไม่เจ้าชู้ไม่เลือก ความประทับใจจะมีมากเมื่อมีความรักถึงส่วนลึก ซื่อสัตย์และมีแนวโน้มว่าจะมีบุตรเพียงคนเดียว

ราศีกันย์ : ความรักในราศีนี้จะบริสุทธิและจะไม่รักใครง่ายๆ พอใจที่จะอยู่เป็น และถ้ามีความรักและมีวิกฤต จะโทษคู่ครอง ครหุ้นส่วน ในราศีนี้มักจะไม่มีความประทับใจในความรักสักเท่าไหร่มีแต่ความเย็นชา

ราศีตุลย์ ความรักในราศีนี้มีความนุ่มนวลอ่อนหวานและเมื่อมีความรักจะคิดไกลไปถึงการแต่งงาน(คู่ครอง)เป็นความรักแท้ หรือไม่ก็ความมีบุตรและทำให้มีการแต่งงานกัน

ราศีพิจิก : ในราศีนี้ความรักจะประทับใจจนบานฉ่ำ เอาเป็นเอาตาย และพร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นความเกลียด เมื่อมีความรักก็รักมากจนเกินไป รุนแรง ชอบการร่วมเพศ(เซ็กซ์แรง)และมักจะมีความรักที่ซ่อนเร้น

ราศีธนู : ความรักจะไม่เป็นความรักที่รักเดียวจนตาย ความรักในราศีนี้มักจะเป็นความรักกับคนต่างชาติ หรือไม่ก็มีบ้านอยู่ในเมือง และจะเกี่ยวข้องกับการมีอิสสระเสรี ดังนั้นจะมีเปลี่ยนแปลงที่จะจำกัดอิสสระเสรีจะต่อต้าน

ราศีมังกร : จะไม่เจ้าชู้และจะถูกรักกับคนที่อายูแก่กว่า ความรักจะมั่นคง ซื่อสัตย์ แต่ไม่หวานสักเท่าไร ขี้หึง เจ้าระเบียบ มีวินัย รอบคอบ

ราศีกุมภ์ : ความในรักในราศีมักมีความแปลกๆ มีอิสสระเสรี ไม่แคร์ใคร ไม่มีแบบแผน มักจะพบ " ความรักเมื่อพบ "บ่อยๆ และความรักเป็นเสมือนเพื่อน

ราศีมีน : ความรักในราศีนี้มักเป็นความรักที่มีอุปสรรค มีข้อขัดแย้ง เสียสละ ระทมทุกข์ คนรัก คู่ครองมักจะเป็นคนมีอุดมการณ์มากไปหน่อยทำให้อึดอัดและผิดหวัง อาจจะไม่ยอมรับความจริง มีแนวโน้มที่จะเป็นนักประพันธ์หรือนักแต่งเพลง

เรือนที่ 7 ปัตตานิh

ราศีเมษ : การแต่งงานหรืออยู่ด้วยกันกับคนที่มีลักษณะของดาวอังคาร(ราศรีเมษ,พิจิก) ภายใต้อิทธิพลของราศีเมษหรือราศีพิจิกหรือดาวอังคารแรงในดวง จะเป็นคนใจร้อนแต่ก็มีความรักที่ซื่อสัตย์ หรือแต่งงานเร็ว

ราศีพฤษภ : ชีวิตคู่ครองจะมีความมั่นคง คู่ของคุณมีอิทธิพลของดาวศุกรซึ่งเกี่ยวข้องกับราศีพฤษภ, ราศีตุลย์หรือดาวศุกรมีอิทธิพล์แรงในดวง เขาหรือเธอจะมีลักษณะที่ขี้หึงและดื้อรั้น

ราศีมิถุน : การแต่งงานหรืออยู่ด้วยกันมักจะเริ่มจากความเป็นเพื่อนที่มีความรู้และเฉลียวฉลาดหรือจากความรู้ คู่ที่มีลักษณะของดาวพุธคือคนที่เกิดในราศีมิถุน ราศีกันย์หรือมีดาวพุธมีอิทธิพลแรงในดวงกำเนิด อ่อนไหวง่าย ฉลาดมาก

ราศีกรกฎ : คู่ของคุณจะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่แน่นอน มีอารมณ์ทางโรแมนติคสูง อาจจะมีคู่เมื่อมีอายุมากหน่อย

ราศีสิงห์ : คุณจะต้องเกี่ยวข้องกับคนที่มีอุดมการณ์ อารมณ์รุนแรง มีศักดิ์ศรีอยู่ภายในธาตุแท้ ซื่อสัตย์ จริงใจ การแต่งงานจะมีขึ้นหลังจากเป็นเพื่อนกันมานาน

ราศีกันย์ : ราศีนี้มักจะพอใจที่จะอยู่เป็นโสด แต่อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์จะเริ่มจากความใกล้ชิด อาจจะชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบให้คนอื่นมาวุ่นวาย

ราศีตุลย์ : ตามปกติในราศีนี้ชีวิตจะมีความรักกันดี ประนีประนอม

ราศีพิจิก : ชีวิตรักในราศีนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง(ดีก็ได้ เสียก็ได้) จะมาจากความประทับใจ เอาจริงเอาจัง แบบดาวพลูโต ซึ่งมีในราศี พิจิก ราศีเมษ ราศีมิถุนหรือดาวพลูโตแรงในดวง

ราศีธนู : อาจจะเป็นไปได้ว่าการแต่งงานเกิดในต่างประเทศ หรือกับคนต่างชาติ ราศีนี้มีอิทธิพลเกี่ยวกับอิสสระเสรี หนทางไกลหรือต่างประเทศหรือคิดการณ์ไกล ตู่ครองมีอิทธิพลของดาวพฤหัส ซึ่งเกี่ยวกับราศีธนู ราศีมีนหรือไม่ก็ดาวพฤหัสมีอิทธิพลในดวงแรง

ราศีมังกร : ในราศีนี้การมีคู่มักช้าหรือไม่ก็มีคู่ที่มีอายุห่างกันมาก แต่ก็มีความมั่นคง คู่ครองที่มีอิทธิพลของดาวเสาร์หมายถึงว่ามีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับราศีมังกร ราศีกุมภ์หรือมีดาวเสาร์มีอิทธิพลแรงในดวง

ราศีกุมภ์ : ในราศีนี้ความไม่แน่นอนมีมากถ้ามีความสัมพันธ์กันนาน นอกเสียจากว่าคุณสามารถประนีประนอมกับคู่ครองในเรื่องของความหุนหันหุนหันง่าย และต้องทำใจว่าเหตุการณ์หุนหันจะมีบ่อยๆด้วย ชีวิตคู่ของคุณเป็นเสมือนเพื่อนคู่คิดเสียมากกว่า คู่ครองมีอิทธิพลของดาวมฤตยูหมายความว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของราศีกุมภ์หรือดาวมฤตยูมีอิทธิพลแรงในดวง

บทที่ 391
 

ขั้นต่อไปเป็นการตรวจพื้นดวงด้วยราศีและเรือนชะตา

1. ตรวจจุดเจ้าชะตาในราศีต่าง ๆ จะบ่งบอกถึง สันดาน หรือ กรรมเก่า ของเจ้าชะตา ให้ตรวจตำแหน่งอาทิตย์ จันทร์ เมอริเดียน ลัคนา ราหู ว่าอยู่ในราศีอะไรก็ให้อ่านความหมายตามราศีนั้น ๆ

และแปลตามจุดเจ้าชะตาเช่นอาทิตย์ จะบ่งบอกถึงเจ้าชะตาเป็นคนราศีอะไร มีนิสัย สันดานดิบเป็นอย่างไร ตรวจจันทร์ จะบ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ตรวจเมอริเดียน จะบ่งบอกถึงจิตวิญญาณของเจ้าชะตาจิตใต้สำนึกว่าเป็นคนอย่างไร ตรวจลัคนา ให้ตรวจสภาพแวดล้อมว่าเป็นคนอย่างไร ตรวจราหูจะบ่งบอกถึงบุคคลใกล้ชิดเป็นอย่างไร

2. ตรวจเรือนชะตา เรือนชะตาจะบ่งบอกถึง ความเป็นอยู่ ซึ่งมีผลมาจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ของเจ้าชะตา ว่ามีดาวอะไรอยู่ในเรือนอะไร เราจะใช้เรือน เมอริเดียน  อาทิตย์ จันทร์ ลัคนา ราหู เป็นหลัก ส่วนรายละเอียดให้อ่านจากเอกสารประกอบถึงเรือนชะตาต่าง ๆ

เรือนชะตาเมอริเดียน บ่งบอกถึงจิตวิญญาณ จิตใต้สำนึก และไร้สึกนึก โดยกด F6 และหมุนเรือน

9 กับ 10 ไว้ที่ตำแหน่ง เมอริเดียนพื้นดวง และอ่านว่ามีดาวอยู่ในเรือนอะไรบ้าง ส่วนมากจะดู เรือนที่ 1 4 7 10 เป็นหลัก ว่ามีดาวดีหรือดาวร้ายสถิตอยู่ ก็จะบ่งบอกถึงเจ้าชะตาเป็นคนอย่างไร ก่อนที่จะตรวจเรือนชะตาเมอริเดียน ควรจะมีการปรับเมอริเดียนให้แน่นอนเสียก่อน

เรือนชะตาอาทิตย์ บ่งบอกถึงตัวของเจ้าชะตา ร่างกาย ให้กด F6 และหมุนเรือน 3-4 ไว้ที่ ตำแหน่งอาทิตย์พื้นดวงและอ่านดาวในเรือนชะตาต่าง ๆ สามารถใช้ดูพื้นดวงและการพยากรณ์จรได้ และเรือนชะตาอาทิตย์ไว้ดูเรื่องเกี่ยวกับสามี และพ่อ ของเจ้าชะตาหญิง รวมถึงบุคคลเพศชายร่วมสายโลหิต

เรือนชะตาจันทร์ บ่งบอกถึงเรื่องอารมณ์ของความรู้สึกนิสัยของเจ้าชะตา โดย กด F6 หมุนเรือน 9 10 ไว้ที่ตำแหน่งจันทร์ ในพื้นดวง และอ่านดาวในเรือนชะตาจันทร์ เรือนจันทร์จะบ่งบอกถึงภรรยา

และแม่ หรือสตรี ของบุคคลเพศชาย

เรือนชะตาลัคนา บ่งบอกถึงสภาพแวดล้อมของเจ้าชะตาเป็นอย่างไร โดย กด F6 และตั้งเรือน 1-12 ไว้ที่ ลัคนาพื้นดวง และอ่านดาวในเรือนชะตาลัคนาจะบ่งบอกเรื่องต่างเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของเจ้าชะตา แต่ควรจะปรับลัคนาแล้วถึงจะใช้ดูได้

เรือนชะตาราหู บ่งบอกถึงบุคคลใกล้ชิดของเจ้าชะตา ว่าเป็นคนอย่างไร โดย กด F6 และตั้งเรือน 1-12 ไว้ที่ ราหูพื้นดวงและอ่านดาวในเรือน

เราสามารถอ่านดาวในราศีพร้อมๆ กับดาวอยู่ในเรือนชะตาไปในเวลาเดียวกันได้ แต่ต้องฝึกให้มีความชำนาญก่อนที่จะอ่าน อนึ่งจุดเจ้าชะตาอยู่ในราศีอะไรก็จะบ่งบอกถึงโรคประจำตัวของเขาด้วย

และดาวร้ายในราศีต่างๆ ด้วย ให้หาเอกสารเกี่ยวกับโรคภัยต่าง ๆ ตามราศีเพื่ออ่านประกอบ

บทที่
392
 

ความหมายเกี่ยวกับตัวเลขในการทำนายเรื่องต่าง ๆ นำเอาไปใช้ คำนวณบ้านเลขที่ วันเกิด เลขรถ
ตัวเลขมีความสัมพันธ์กับดวงดาว ซึ่งจะบอกเรื่องต่าง ๆ ให้เราทราบได้ การพยากรณ์วันเดือนปีเกิดจะให้ผสมกับการดูไพ่ไปด้วยเพื่อประกอบ
การพยาการณ์ วิธีการ พยาการณ์ก่อนอื่นเราต้องถามเกี่ยวกับผู้ดูว่าเกิด วันเดือน ปี ค
.ศ อะไร แล้วเริ่มทำการคำนวณดังนี้ หรือเป็นตัวเลขอื่น ๆ ก็ให้นำเลขทั้งหมด
มาบวกกันจนได้เลข ตัวเดียว นั่นคือความหมายของเลขประจำของเราคือความหมายดาว

ดังตัวอย่าง  สมมุติว่าเกิด วันที่  11 กันยายน 1955 เราจะแบ่งเลขตัวเลขเป็นดังนี้

วันที่ 11  ให้นำมารวมกันจะได้     =   2  ( ถ้าเป็นเลขหลักหน่วยอยู่แล้วก็ใช้ได้เลย )

เดือนกันยายน                   =   9    ( มกราคมจะเป็นเดือนที่ 1 ธันวาคม 12 )

. 1955 ให้นำมาบวกกันดังนี้

1+9+5+5    = 20 =2+0        =  2   ( ถ้าได้เลขหลักสิบให้ทำเป็นหลักหน่วยโดยนำมาบวกกันอีกครั้ง )

นำเอาเลขทั้งหมดมาบวกกันดังนี้         2+9+2 = 13 ( ทำให้เป็นเลขหลักหน่วยโดยเอา 1 + 3  = 4 )

เลขที่ได้จากวันเดือนปีเกิดคือ              4       ความหมายเปิดดูได้จากตารางที่กำหนดให้ คือดาวพุธ

1       =   เป็นตัวอักษรที่บ่งบอกถึง  การประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ได้ดี ตัวอักษรนี้จะให้คุณกับท่านในเรื่องเกี่ยวกับความมีอำนาจ  บารมี การมีบริวาร คอยช่วยเหลือท่าน ( ดวงอาทิตย์ )

2       =   เป็นตัวอักษรที่ให้คุณกับท่าน ในเรื่องของ เป็นบุคคลมีที่ เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้าม  ควรระวังเรื่องอารมณ์ ที่ชอบแปรปรวน ขึ้น ๆ ลง ๆ อาจทำให้คนใกล้ชิดตามไม่ทัน แต่ก็จัดว่าดีทีเดียว ( ดวงจันทร์ )

3                   สรุปตัวอักษรรวม คือ  มีทะเยอทะยาน อุดมการณ์สูง ควรระวังทำงานเกินตัว ระวังการเกิดปองร้าย  นักเลง ทหาร และบุคคลในเครื่องแบบมีส่วนเกี่ยวข้องกับท่าน อาจอยู่คนเดียว ชีวิตอาจไม่สมหวัง         ( ดาวอังคาร )

4       = สรุปเป็นตัวอักษรให้คุณทางด้าน ถนัดใช้ ปัญญา ความเร็ว ใจร้อน  ติดต่อสื่อสาร ชอบที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างรอบ ๆ  ตัว แต่ไม่ยอมเปลี่ยน นิสัยของท่านเองบ้าง มีเพื่อนฝูงมากมาย (ดาวพุธ)

5       =  สรุปเป็นตัวอักษร ให้คุณกับท่าน ในเรื่องการมีปัญญาดี  รักสงบ  มีเสน่ห์  รักความยุติธรรม   ไม่ชอบเดินทาง แต่อาจต้องเดินทาง ไม่ชอบความจำเจ   ชอบศึกษาหาความรู้แขนงต่าง ๆ  หรือเป็นนักวิชาการชั้นดี (ดาวพฤหัส )

6                   = สรุปเป็นตัวอักษรให้คุณทางด้าน การรักสวยรักงาม ชอบศิลปะทุกรูปแบบ  มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม รักใครชอบใครมักทุ่มเท ให้จนหมดใจ จิตใจอ่อนไหว รักศิลปะ เป็นคนโรแมนติก ละเมียดละไมต่อความรัก และ  เสียงเพลง ( ดาวศุกร์)

บทที่ 393

การหาใช้แกนกวาดหาศูนย์รังสีต่าง ๆ ของดาวแต่ละดวง

                ศูนย์รังสี หรือ half sum นี้เป็นจุด ๆ หนึ่งที่มีความสำคัญมากในการบอกเรื่องราวต่าง ๆ ของตัวเจ้าชะตาเป็นอย่างมากเรานำมาใช้ในการหาจุดใดจุดหนึ่งเพื่อขยายความออกไปให้อ่านดาวได้ง่ายขึ้นและได้รายละมากขึ้นกว่าเดิมมาก และมีผลรุนแรงรองลงมาจากดาวโดด ในการหาศูนย์รังสีเราอาจตั้งที่ F6 และ F7 ก็ได้ถ้าเราต้องการทราบและมองเห็นอยู่แล้ว แต่ถ้าเรายังไม่ทราบ หรือยังมองไม่เห็นเราควรให้แกนศูนย์รังสีแดงกางออกไปเพื่อหาว่าอะไรเข้าดาวที่เราเอาลูกศรไปตั้งเอาไว้ที่ตำแหน่งดาวที่ต้องการ และขวาดออกไปการขวาดนี้ทำให้เราไม่พลาดศูนย์รังสีที่เราอาจมองข้ามไปก็ได้ เราสามารถให้ศูนย์รังสีแบบขวาดนี้ได้ทั้งพื้นดวง ดวงรายปี ดวงกาลชะตา ได้ทั้งนั้นมันจะช่วยขยายความหรือเนื้อหาให้เราอื่นดาวดวงนั้นที่สัมพันธ์กับศูนย์รังสีนั้น ๆ ได้ และศูนย์รังสีนี้ก็จะบอกรายละเอียดที่ท่านไม่ทราบให้ท่านทราบได้อย่างง่ายดาย ในการหาปัจจัยศูนย์รังสี โดยให้ดูที่แกนที่เราเริ่มขวาดแกนสีแดงใช้กับแดงคู่แรก และ แกนแดงใช้กับแกนแดงคู่สองเราจะนำมาข้ามกันไม่ได้ ท่านควรฝึกฝนการหาศูนย์รังสีแบบนี้ให้ชำนาญแล้วท่านจะมีเรื่องพูดอีกมากกับลูกค้า ความรุนแรงของศูนย์รังสีที่เข้าแกนดาวจะส่งผลแรงต่อเจ้าชะตาเป็นอย่างมากทีเดียว และจะแรงกว่าจุดอิทธิพลอีก บางทีเราไม่สามารถอ่านดวงเจ้าชะตาได้จากดาวโดดเพราะมันมีอะไรหลบอยู่ในศูนย์รังสีอีกมากมายที่ท่านคาดไม่ถึง ถ้าเราต้องการดูลึกลงไปอีกให้เปลี่ยนลูกศรไปที่ขาใดขาหนึ่งของแกน และกด F7 อีกทีเราก็จะได้ ศูนย์รังสีลึกลงไปอีก เป็นศูนย์รังสีสองขั้น
                ดังนั้น ท่านควรฝึกการขวาดหาศูนย์รังสีนี้ให้มีความชำนาญแล้วท่านจะทราบเรื่องของเจ้าชะตาอีกมาก และยังสีศูนย์รังสีซ้อนกันไปอีกมากเราก็ควรตรวจไปให้หมดทั้งพื้นดวงหรือถ้าเราต้องการรู้เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งเราก็หาเฉพาะเรื่องนั้นเรื่องเดียวก็ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องหาหมดทั้งจุดของดวงดาวในพื้นดวง และจุดสะท้อนเราก็สามารถหาศูนย์รังสีก็ได้ โค้งฯ เราก็หาศูนย์รังสีได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งจุดอิทธิพลเราก็หาได้เช่นเดียวกัน

บทที่
394
 

จันทร์จรทับจันทร์กำเนิด
 ดวงจันทร์มีบทบาทในชีวิตของเรามาก เราสามารถนำมาดูการเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในรอบเดือนได้เหมือน  new moon อาทิตย์ย้ายราศี ทั้งสามอย่างนี้ให้ค่าคำตอบในการดูรายเดือนเหมือนกัน แต่ออกมาจะต้องเหมือนกัน ถ้าเดือนไหนการดูทั้งสามอย่างไปไปตามที่เราต้องการหาก็นับว่าเดือนนั้นไม่น่าสนใจกับการกำหนดเหตุการณ์รายเดือน เราต้องดูทั้งสามอย่างนี้ประกอบกันถึงจะให้คำตอบว่าเดือนไหนน่าสนใจในการที่เรากำหนดเดือนต่าง ๆ ได้ แม่นยำ การดูรายดูนั้นอาจดูจากสักหน่อย แต่ถ้าเราดูรายเดือนได้จะทำให้เรามีความสามารถในการดูได้แม่นยำยิ่งขึ้น จากการดูรายปีมาแล้ว ก่อนอื่นต้องดูรายปีเป็นหลักก่อน แล้วมาหารายเดือน ทางที่ดีแล้วควรหาทั้งสามอย่าง เพื่อเป็นการทำให้เรามีความมั่นใจ ถ้าเข้าทั้งสามอย่างคือ new moon อาทิตย์ย้ายราศี จันทร์จรทับจันทร์กำเนิด(lunar return) แล้ว ไม่พลาดแน่นอน ต่อจากนั้นเราก็มาหารายสามวันต่อไปแต่การหารายสามาวันให้ใช้หลักอาทิตย์ย้ายราศีจะดีกว่าเพื่อเป็นการกำเนิด  เพราะตอนอาทิตย์ย้ายราศีไปสามวัน จะมีเรื่องเกิดขึ้นถ้าเรามั่นใจเดือนนั้นแล้ว และไปอีกสามวัน ก็จะมีเหตุการณ์นั้นเกิดอีก เราก็ใช้ตรงนี้มาดูจะดีกว่าเป็นทางรัดในการดูรายสามวัน ถ้าท่านยังไม่มั่นใจให้ดูจันทร์ย้ายราศีไปด้วยเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ต่อจากนั้นก็ให้ลงรายวันต่อไป ถ้าใช้หลักนี้ท่านจะดีรายวันได้อย่างแม่นยำแต่อยากให้บุคคลที่ไปใช้ในการดูเพื่อประกอบอาชีพแบ่ง การดู ดูแบบง่าย ๆ ดูรายปีก็เพียงพอแล้ว รายเดือนควรตั้งค่าใช้จ่ายให้สูงขึ้นอีกนิดหนึ่ง เพราะจะดูยากเราจะต้องดูทั้ง 12 เดือน และให้ความสนใจในแต่ละเดือน และมีการวิเคราะห์สูงกว่ารายปี ซึ่งง่าย การทำงานรายปีง่ายที่สุด

บทที่ 395
 

. การพิจารณาการทำมุมของดวงจันทร์ต่อชีวิตเราบนโลก

เมื่อพิจารณาการทำมุมๆต่างๆของ จันทร์จร ในระหว่างวันได้ทุกๆ วัน เวลา กับดาวจรดวงอื่นๆหรือดวงประสงค์ เช่น ดาวกำเนิด แน่นอนเมื่อ จันทร์จร ทำมุมกับดาวต่างๆย่อมมีอิทธิพลกับดาวนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมอ่อนหรือมุมแรง หมายถึงต้องมีอิทธิพลเกิดขึ้นแน่ อาจะเป็นเหตุการณ์เล็กๆในเวลานั้นหรือเริ่มก่อเหตุการณ์ในสองสามวันข้างหน้า แม้กระทั่งดินฟ้าอากาศก็บอกได้ เราควรเตรียมพร้อมได้ก่อน ในบางวันเพียงแต่ดูองศาของจันทร์จรว่าจะทำมุมแรงเวลาเท่าไรและกับดาวต่างๆ เราก็สามารถคาดการณ์เตรียมพร้อม ในฐานะที่เป็นนักโหราศาสตร์ เราควรช่วยตัวเองและผู้อื่นได้ในเวลานั้นๆ อย่าใช้องศาอย่างคร่าวๆ ต้องมีหลักการ เราต้องรู้ว่าวันนี้จะเป็นอย่างไร วันต่อไปจะเป็นอย่างไร ได้ทำใจ ทำกาย เตรียมกิจการต่างๆให้พร้อม เพื่อจะได้ประโยชน์สูงสุดจากอิทธิพลของ จันทร์จร

จันทร์จร เป็นปัจจัยทางโหราศาสตร์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด มีผลอิทธิพลแรงที่สุด เช่น ทำให้น้ำขึ้นน้ำลง เวลาน้ำขึ้น น้ำลง เมื่อเป็นนักโหราศาสตร์ต้องรู้ เวลาเพาะปลูกพืชหรือเก็บเกี่ยวผลพืชประเภทไหน ควรใช้วันไหน ผลที่ได้จะมีความหมายมาก ทำให้กำไรหรือขาดทุนก็เพราะวิชาทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องงมงาย พิสูจน์ได้แน่นอนในเวลานั้นๆ ในต่างประเทศได้เก็บสถิติต่างๆของจันทร์จรว่ามีผลอย่างไรแน่นอน เช่น เมื่อมีอาการเลือดออกภายในร่างกาย อาจจะเป็นโรคกระเพาะ ริดสีดวงทวาร มะเร็ง ช่วงจันทร์เพ็ญ อาการเลือดออกจะมีมากเสมอ วงการแพทย์มักหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเพราะจะทำให้เลือดออกมากในช่วงวันจันทร์เพ็ญ(วันที่จันทร์มีแสงสว่างมาก) หรือไม่ก็เตรียมสำรองเลือดไว้ให้มากหน่อย ในการถอนฟันก็เหมือนกัน ถ้าจันทร์จรสว่างมากควรหลีกเลี่ยง ควรถอนเมื่อจันทร์ข้างแรมที่แสงสว่างน้อย

 การพิจารณาวงรอบของจันทร์(หมายถึงวงรอบที่จันทร์จร ทับ อาทิตย์)

จันทร์เป็นดาว(โหราศาสตร์)ที่โคจรเร็วที่สุด วันหนึ่งโคจรได้ถึง 12-15 องศา หรือเฉลี่ย ขม.ละ 33 ลิปดา หรือ 10 นาทีโคจร ได้ 6 ลิปดา จันทร์จรใช้เวลาอยู่ในราศีต่างๆ ราศีละประมาณ 2.5 วันครึ่ง ดังนั้นเมื่อจันทร์จรทำมุมกับดาวต่างๆก็จะได้อิทธิพลของดาวนั้นๆไม่นาน (ดาวนั้นๆต่างๆนั้นมีอิทธิพลมากน้อยไม่เหมือนกัน ดาว พุธ ศุกร์ อังคาร เป็นดาววงในของระบบสุริยจักรวาล โคจรเร็ว มีผลต่อเราเร็วและไม่นานและอิทธิพลน้อยกว่า ดาว พฤหัส เสาร์ มฤตยู เนปจูน พลูโตวงในแต่เดินช้า ส่วนดาววงนอก ,cu, ha, ze , kr ,  ap ,ad, vu, po เป็นดาววงนอกของสุริยะจักรวาล โคจรช้า มีผลนาน มีอิทธิพลมากกว่า)

วงรอบของจันทร์มีระยะ 28-29 หมายความจันทร์จร จะมาองศาเดียวกัน(ทับ)กับอาทิตย์จร วันเวลานั้นเรียกว่า วันอมาวสี เริ่มข้างขึ้นมีอิทธิพลที่แรงมากในครึ่งแรกหรือประมาณ 14 วัน จนถึงวันปูรณมี เริ่มข้างแรม คือวันเพ็ญ จันทร์จร เล็ง อาทิตย์จร หรือทำมุม 180 องศาต่อกัน วันอมาวสี จันทร์จรเริ่มมีแสงสว่างมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงวันปูรณมีซึ่งจะมีแสงสว่างมากที่สุดและมีอิทธิพลมากที่สุดและจะเริ่มมีแสงสว่างน้อยลงเรื่อยๆจนถึงวันอมาวสีต่อไป วงรอบของจันทร์จรมี 4 เสี้ยว เสี้ยวละประมาณ 7 วัน เสี้ยวที่ว่านี้ตรงกับ วันพระของเรา เสี้ยวหนึ่งๆหมายความว่า จันทร์จร ทำมุมแรง( 0.90.180,)กับ อาทิตย์จร จันทร์ ดาวที่ใกล้โลกที่สุด อาทิตย์เป็นศูนย์รวมของจักรวาล เมื่อดาวสองดวงนี้มาทำมุมแรงถึงกันย่อมมีอิทธิพลแรงมากต่อ สิ่งมีชีวิตและโลกทั้งโลก ให้สังเกตว่าเหตุการณ์ใหญ่ๆในโลกหรือประเทศมักจะเกิดในเสี่ยวจันทร์จรทั้ง 4 นี้เสมอ ตามสถิติทั่วโลก โรงพยาบาลและโรงพักจะมีงานทำล้นมือในวันนั้นๆหรือช่วงนั้น เมื่อเริ่มวันปูรณมี(จันทร์)อิทธิพลของวงรอบจันทร์ในครึ่งที่สองก็จะเริ่มมีอิทธิพลในทางมืดและแสงสว่างน้อยลงเรื่อยๆจนกระถึงวันอมาวสีรอบใหม่

สรุปวงรอบของอมาวสี

. จันทร์จร ทับ อาทิตย์จร เสี้ยวที่ 1 ประมาณ 7 วัน อมาวสีนี้อยู่เรือนอะไรหรือทำมุมอะไรกับดาวกำเนิด ก็ให้เตรียมตัวในกิจกรรมนั้น ไม่จำเป็นต้องหาเงินใส่กระเป๋าอย่างเดียว พิจารณาว่าอมาวสีอยู่เรือนอะไร ทำมุมกับดาวอะไร วันนั้นก็ปฏิบัติตามเรือนหรือดาวนั้นๆ

. จันทร์จร ทำมุม 90 องศา ถึง อาทิตย์จร ข้างขึ้น เสี้ยวที่ 2 ประมาณ 7 วัน ช่วงนี้เรียกว่าเป็นช่วงวิกฤต มีอิทธิพลในทางกิจกรรมที่เตรียมไว้ในเสี้ยวที่ 1

. จันทร์จร เล็ง อาทิตย์จร เสี้ยวที่ 3 ประมาณ 7 วัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่ได้รับผลของ เสี้ยวที่ 1 และเสี้ยวที่ 2 ถ้าเตรียมตัวดี ทำกิจกรรมให้ถูกทาง เสี้ยวที่ 3 นี้ก็จะรับผลตามที่ทำมา

. จันทร์จร ทำมุม 90 องศา ถึง อาทิตย์จร ข้างแรม เสี้ยวที่ 4 ประมาณ 7 วัน ช่วงนี้เป็นช่วงวิเคราะห์ผลที่ได้รับ ว่าดีร้ายอย่างไร และเตรียมพร้อมสำหรับวงรอบอมาวสีต่อไป

 เมื่อ จันทร์จร เปลี่ยนราศี

ก่อนอื่นให้พิจารณาช่วงนั้นมีดาวอะไรเกี่ยวข้องกับจันทร์จร และมีอิทธิพลอย่างไร การที่จันทร์จรย้ายราศี ราศีข้างหน้าจะมีความสำคัญกว่าราศีที่อยู่ก่อน

 มื่อดาวจันทร์จรทำมุมสำคัญกับดาวอื่นๆ

มุมสำคัญมี 4 มุม

.มุมแรง คือมุม 45 องศา 90 องศา และ เล็ง 180 องศา มุมนี้เราจะประมาทไม่ได้ ต้องตัดสินใจทันทีว่า จะทำอย่างไร มุม 90 องศาโหราศาสตร์โดยทั่วจะพิจารณาว่าเป็นมุมเสีย มีอุปสรรค หรือจัดให้เข้าที่เข้าทาง แต่ผมมีความคิดว่ามุมทุกมุมมีอิทธิพลทั้งนั้นและมีทั้งดีและเสีย โดยปรัชญา เราแปลอย่างไร ดีก็ได้ เสียก็ได้ แล้วปฏิบัติตามนั้น มุมเล็ง 180 องศา ปัจจัยสองปัจจัยเล็งกัน หมายความว่า มีความขัดแย้งกัน ต้องหาทางให้ประนีประนอม ไม่ใช่เสียถ้าประนีประนอมกันได้ก็ดีและอาจจะดีมากด้วย เหมือนเป็นแม่เหล็กสองขั้วที่ผลักกัน ถ้าเรารู้จักใช้ก็จะได้ประโยชน์มหาศาล

. มุมอ่อน คือมุม 60 องศา(โยค) 120 องศา (ตรีโกณ) มุมจะไม่แสดงผลชัดมาก โดยทั่วไปมีอิทธิพลในทางทำให้ราบรื่นไม่มีอุปสรรค มุม 60 องศา(โยค) มีอิทธิพลในทาง ให้โอกาส เรานั้นก็ปฏิบัติให้คล้อยตามดาวนั้นๆ เพื่อให้ผลดีตามเงื่อนไข มุม 120 องศา(โกณ) มีอิทธิพลในทางดี ไม่มีอุปสรรค ถึงแม้ทำมุมกับดาวร้าย เช่น เสาร์ แอดเมทตอส ก็จะให้ผลในแง่ดี

. มุมทับ 0 องศา เป็นมุมที่มีอิทธิพลแรงที่สุด ดีก็ดีที่สุด เสียก็เสียที่สุด เป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกันของดาว ที่ทำมุมกัน ดูดเข้าหากัน ให้พิจารณาเป็นพิเศษ

. มุมเล็งและทับกันในเส้นระวิมรรค (เป็นมุมที่สำคัญมากยิ่ง นักโหราศาสตร์มักจะละเลย โปรแกรมใหญ่ๆของฝรั่งเขาจะบอก ปฏิทิน ราฟาเอล ก็ บอก มุม เล็ง counterparallels ในระวิมรรค หมายความว่า ดาวทั้งสองดวงอยู่ตรงกันช้าม อยู่ทิศ(N S)ตรงกันข้ามและองศาเท่ากัน ในเส้นระวิมรรค เส้นระวิมรรคแบ่งเป็น เหนือและใต้เท่านั้น มุมทับกันในระวิมรรค pararellels หมายความว่าดาวทั้งสองดวงอยู่ในทิศเดียวกันในระวิมรรค และมีองศาเดียวกัน มุมเล็งและมุมทับมีอิทธิพลเหมือนกับมุมเล็งและทับที่ดูจากโลก มุมในเส้นระวิมรรคมีความหมายมากและมีอิทธิพลมาก เช่น เมื่อ จันทร์ ทับ อาทิตย์ และ จันทร์ เล็ง อาทิตย์ ซึ่งมีโอกาสจะเกิด สุริยะคราส จันทร์คราส ทุกเดือน แต่ทำไมไม่เกิดทุกเดือน จันทร์คราส และสุริยะคราส เกิดเมื่อ จันทร์ ทับ(paralells) อาทิตย์ และ จันทร์ เล็ง(counterparalells) อาทิตย์ ในเส้นระวิมรรค

 เมื่อการโคจรวิกฤต พักร(ถอยหลัง) มนต์(อยู่กับที่)

หลายศตวรรษมาแล้วนักโหราศาสตร์ได้คำนวณการโคจรวิกฤตของดวงดาว หลักการคำนวณนี้เรียก คัลคูลัส ความจริงดาวต้องโคจรอยู่ตลอดเวลา แต่ดูจากโลกอาจจะดูว่าถอยหลัง หรือ อยู่กับที่ เราจะรู้ได้โดยปฏิทินดวงดาว ที่จะบอกว่า เมื่อไรดาวดวงไหน พักร มนต์ (อาทิตย์และจันทร์ ไม่พักรและมนต์) การโคจรวิกฤต พักรเท่าที่ศึกษามารู้สึกว่าไม่เคลียร์ ดีก็ได้ เสียก็ได้ (หรือว่าเป็นเพราะดาวไม่เคยพักร) แต่ดาวมนต์หลายตำราบอกว่าสำคัญมาก ถือว่าวิกฤต เพราะโลกดูว่าอยู่กับที่ โหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนไม่ให้ความสำคัญมาก

 อิทธิพลของดาวจรต่อดวงกำเนิด

การพิจารณา จันทร์จร ให้พิจารณาเรือนชะตากำเนิดและพิจารณาการทำมุมและศูนย์รังสีด้วยจาน 90 องศาซึ่งไม่ใช้เรือนชะตา (เรือนชะตาที่ว่านี้เป็นเรือนชะตาที่ทั่วโลกใช้กัน คือนับเรือนที่ 1 ตนุ ที่องศาจากลัคนา เช่น ลัคนา 14 กุมภ์ 27 ให้นับเส้นแบ่งเรือนที่ 1 ตนุ ที่ 14 กุมภ์ 27 และเรือนที่ 2 กะดุมภะ 14 มีน 27 ไปเรื่อยๆ จนถึง เรือนที่ 12 ดังนั้นเรือนทุกๆเรือนจะมีอิทธิพลของราศีสองราศีอยู่ในเรือนเดียวกัน ซึ่งเป็นตรรกะมากกว่า) อิทธิพลของจันทร์จร ถ้าอยู่ในเรือนไหนก็จะมีอิทธิพลต่อเรือนนั้นๆและดาวกำเนิดในเรือนนั้น แต่อย่าลืมการพิจารณา จตุโกณ ตรีโกณด้วยนะครับ จันทร์จรว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นตามอิทธิพลของเรือน ถ้าจะพิจารณาด้วยศูนย์รังสี จุดอิทธิพล ก็ให้จาน 90 องศาโดยไม่ต้องสนใจระบบเรือนชะตาก็ทำได้ดีมาก ถ้าจันทร์จรทำมุมมีวังกะไม่เกิน 1 องศา อิทธิพลของจันทร์จรและดาวนั้นจะเกิดกับคุณ