บทที่ 263
สวัสดีครับ วันนี้เรามาต่อเรื่องราศีกันอีกนิดว่าราศีมีบทบาทสำคัญต่อพื้นดวง และกรรมเก่า เราสามารถทราบความเป็นไปของชีวิต และสุขภาพ และอื่น ๆ อีกมากมายในพื้นดวง ดังนั้นเท่าใดที่ยังจำความหมายจักรราศี ไม่ได้ ก็ความจำให้ได้เพราะเป็นพื้นฐาน เอามาเข้าเรืองกันดีกว่านะครับ วันนี้จะมาคุยเรื่องของสีประจำราศีต่าง ๆ ว่าเค้าใช้ทำอะไร ราศีเมษ ใช้ สีแดง หมายถึงความร้อนแรงของเจ้าชะตา (เราจะนำสีมาใช้ในการรักษาโรคได้) ราศี พฤษภ สีน้ำตาล ทั้งหมด หมายถึงดิน การดูดซึมสิ่งต่างๆ  ราศีมิถุน สี ขาว มีลาย ราศีกรกฎ สีขาวไข่มุก ราศี สิงห์ เหลืองทอง ส้ม สีของพระอาทิตย์ สีที่มีประกาย แวววาว ราศีกันย์ ใช้สี เทา ดำ ราศีตุล ใช้สี ชมถู ราศี พิจิก ใช้สีน้ำเงินแก่  ราศี ธนู ใช้สี น้ำเงินสด ราศีมังกร ใช้สี ดำ ราศี กุมภ์ ม่วงแดง และราศีมีน ใช้สี ม่วง ความหมายของสีนั้นเรานำมาใช้ในการรักษาโรค ยกตัวอย่าง เช่น คนราศีเมษ ถ้ามีความแรงเกินไปมีดาวร้าย ๆอยู่ในราศี ก็ควรใช้สีน้ำเงินเข้ามาแทน เพราะเป็นสีเย็น จะทำให้เจ้าชะตามีอาการดีขึ้นจากความใจร้อน หรือป่วย ถ้าท่านปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ให้เอาผ้าสีน้ำเงินพัน รอบหัวไว้สักสามชั่วโมง ความปวดก็จะเบาลงไป อย่างนี้เป็นต้น และอาจมีบางคนถามว่าราศีนี้ความใช้สีอะไรก็ตามที่กล่าวมานะครับ เหมาะกับเจ้าชะตาแล้ว แต่ต้องดูว่าในราศีที่อาทิตย์กำเนิดอยู่มีดาวร้ายหรือดี อยู่ ถ้าดี ก็ใช้สีตามนี้ครับ มีการรักษาโรคด้วยสี อีก ยกตัวอย่างคือเอาแก้วน้ำสีต่างๆมาวางให้โดนแดด น้ำในแก้ก็จะเป็นน้ำของสีนั้นไปเช่นต้องการแก้ไขความปวด เราก็ใช้แก้วน้ำสีน้ำเงินวางไว้กลางแดด สักสองสามชั่วโมง แล้วนำมาดื่ม อาการก็จะดีขึ้น และมีการอาบตัวด้วยแสงสีต่าง ๆ ด้วย เอาไว้คราวหน้าจะมาคุยให้ฟังนะครับ
 

บทที่ 264
วันนี้เราจะมาคุยเรื่องสีกันอีกนิดหนึ่ง คนเราสามารถใช้สีตามจุดเจ้าชะตาอยู่ได้ เช่น ลัคนาอยู่ราศีมังกร ใช้สีดำ เมริเดียน อยู่ราศี เมษ ก็ใช้สีแดงได้ แต่ถ้าส่วนไหนมีอาการเจ็บป่วยเราก็ควรงดของสีนั้นไป เช่น mc อยู่ราศีเมษ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาทิตย์ ก็ได้ เราก็ควรงดใช้สีแดง ควรไปใช้สีนำเงิน หรือสีที่รักษาโรคได้ มีหลายสีที่เรานำมาใช้ เช่นเป็นอาการทางสมองควรงดสีแดงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นที่นอน ม่าน สีทาห้อง ควรเป็นสีน้ำเงิน หรือฟ้าอ่อน จะทำให้หลายอาการทางสมองได้ หรือให้ดื่มน้ำด้วยแก้วสีน้ำเงินเอาไปตากแดดสักสองสามชั่วโมง อาการต่าง ๆ ทางสมองก็จะดีขึ้น จุดเจ้าชะตาอยู่ส่วนไหน เราใช้สีนั้นได้หมด ไม่จำเป็นต้องใช้สีเดียวนะครับ และควรงดใช้สีที่มีดาวร้ายอยู่ในราศีนั้น ๆ อาจทำให้อาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงไปอีก นะครับ สีก็ใช้สีตามราศีที่กล่าวไปแล้วนั้น เอามาต่อเรื่องธาตุกันก่อน ธาตุก็มีส่วนทางการรักษาด้วย แต่วันนี้เราจะมาคุยเรื่องความหมายของธาตุก่อน ว่าเป็นอย่างไร เรามีทั้งหมด สี่ธาตุด้วยกัน คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ 
ธาตุไฟ  มี ราศี เมษ สิงห์ ธนู จะมีคุณสมบัติ เป็นคนฉลาด ผู้ดี หรือมีฐานะดี
ธาตุดิน  มี ราศี พฤษภ กันย์ มังกร  จะมีคุณสมบัติ รอบคอบ ต่ำต้อย และเจียมตัว
ธาตุลม  มี ราศี มิถุน ตุลย์ กุมภ์ จะมีคุณสมบัติ เมตตา กรุณา เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย และสุขภาพ
ธาตุน้ำ  มี ราศี กรกฎ พิจิก มีน จะมีคุณสมบัติ เยือกเย็น ช่างคิด ชอบกังวล ไม่กล้าทำอะไรเกินตัว
ส่วนราศีธาตุไฟ   จะดับที่  ราศี ธาตุน้ำ ราศีธาตุดิน จะดับที่ ราศีธาตุไฟ ราศีธาตุลม จะดับที่ ราศีธาตุดิน ราศีธาตุน้ำ จะดับ ที่ราศีธาตุลม คือทำลายกันนั่นเอง ใครราศีใดเอาไปทดสอบดูนะครับ ว่าคนเกิดราศีไหน ธาตุอะไร ไม่ถูกกับราศีตรงข้ามอะไร
 

บทที่ 265
วันนี้เราจะมาคุยเรื่องธาตุกันต่ออีกนิดหนึ่ง ในด้านให้คุณและโทษ เราเริ่มจากธาตุไฟก่อน ทางด้านให้คุณก่อน ผู้นำ อำนวยการ มีชีวิตเป็นของตัวเอง มีชีวิตชีวา ว่องไว ฉลาด นักวางแผน  ธาตุดิน ให้คุณ มั่นคง มีสิต อุตสาหะ  จริงจัง สงบเสี่ยม มองการณ์ไกล ธาตุลม ให้คุณ ชอบเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รวดเร็ว ชอบงานค้นคว้าหาความจริง สามารถทำการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ธาตุน้ำ ช่างคิดฝัน ลึกซึ่ง มีความรู้สึกไว ในสิ่งต่าง ๆ
สำหรับทางด้านให้โทษ ธาตุไฟ  ชอบกดขี่ข่มเหงคนอ่อนกว่า ชอบทำลายสิ่งของ ขัดแย้งในความคิดผู้อื่น กำแหง โครมคราม  ธาตุดิน ดื้อ ว่ายาก ไม่เอาไหน คิดเล็กคิดน้อย ธาตุลม ไม่แน่นอนไม่เบื่อง่าย  รวนเล หัวอ่อน ปั่นหัวได้ง่าย ธาตุน้ำ คิดมาก เจ้าน้ำตา
อันนี้เป็นทางด้านให้คุณและโทษทางด้านนิสัยของคนธาตุต่าง ๆ ท่านต้องจดจำไว้ให้ได้ ก็สามารถอ่านนิสัยใจคอเจ้าชะตาได้ง่าย ๆ เหมือนราศี แต่ธาตุจะเป็นส่วนหนึ่งของราศี จะทำการขายาย ราศีให้มีความละเอียดและอ่านได้มากขึ้น ในคราวหน้าเราจะมาคุยเรื่องราศีเพศหญิง เพศชาย กันครับ ว่ามีผลอะไรกับราศีนั้น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ลึกลงไปอีกจากธาตุ จะมีสองระดับ จะทำให้เราเห็นภาพมุมกว้างของราศีนั้น ได้มากขึ้น และสามารถนำไปผสมกับดาว ในราศีหรือเรือนชะตาได้ ง่าย ๆ มันเป็นพื้นฐานมาก ๆ ที่ท่านต้องจำไว้ในหัวสมองเอาเลย เวลาท่องก็ ไฟ ดิน ลา น้ำ สามครั้ง ก็ครบสิบสองราศีพอดี โดยเราถามว่าเกิดเดือนอะไร และก็อ่านราศีก่อน ธาตุ เพศ ออกมา พร้อมกับดาวในราศียิ่งทำให้เราเห็นอะไรมากขึ้น ทางด้านนิสัยใจคอ หรือสันดานดิบที่ติดตัวมาคือกรรมเก่านั่นเอง และไปเอาดาวทำมุมมาช่วยด้วยก็ได้ เค้าก็จะให้ความหมายของคนนั้นได้มากยิ่งขึ้น คือ อัตรา ของเจ้าชะตานั่นเอง
 

บทที่ 266

วันนี้เราจะมาคุยเรื่องความหมายดาวที่แปลว่าโรคต่าง ๆ ตามแนวทางโหราศาสตร์การแพทย์ ว่าดาวอะไรหมายถึงโรคอะไรกันนะครับท่านควรจำให้ได้เพราะจะได้อ่านพื้นดวงได้ง่ายขึ้น ตอนดูเรื่องโรคต่าง ๆ ดาวทุกดวงเป็นโรคหมด
 

ความรู้เรื่องดาวกับโรคตามดาวต่างๆ

อาทิตย์ เด่น มักมีปัญหาทางด้านหัวใจ ประสาท ตาขวาของชาย ตาซ้ายของหญิง ประสาทการมองเห็น  และซีกขวาของร่างกาย

จันทร์  สมอง  ตาซ้ายของเจ้าชะตาชาย ตาขวาของเจ้าชะตาหญิง กระเพาะอาหาร ท้องพุก ซึกซ้ายของร่างกาย ลำไส้ เต้านม กระเพาะปัสสาวะ อวัยวะเพศ และตับของเจ้าชะตาหญิง

พุธ  มันสมอง  ประสาท  ความทรงจำ  การมองเห็นภายต่าง ๆ ลิ้น  มือ และนิ้วมือ น้ำดี ตับ ปอด ขาอ่อน  อวัยวะที่เกี่ยวกับการพูดการได้ยิน

ศุกร์  มดลูก  ไต อวัยวะสืบพันธ์ ของสตรี เต้านม  คอ บั้นเอว ก้นกบ ตับ กลิ่น

พฤหัส  ตับ เส้นโลหิตแดง ชีพจร ความดัน

เสาร์   หูขวา กระดูกในร่างกาย ฟัน กระดูกสันหลัง เอว หัวเข่า

มฤตยู  น่อง  ข้อเท้า  ไขมันในกระดูก  มันสมอง ประสาทแข็ง

เนปจูน  เท้า นิ้วเท้า เลือด

พลูโต การติดเชื้อทางด้านการเพศสัมพันธ์

คิวปิโด ติดเชื้อทางการร่วมเพศ ผิวหนังไม่ดี โรคจิต

ฮาเดส   ผิวหนัง ไม่ดี ฝีหนอง ตามร่างกาย สิว

เซอุส   ความดัน สูงต่ำ ความร้อนในร่างกาย ไข้หวัด

โครโนส แขน ขา กระดูก หัก ได้ง่าย

อาพลอลอน ตับ ถุงน้ำดี

วัลคานุส ความอ้วน มีน้ำหนักมาก ไขมันในเส้นเลือด

โพไซดอน  เลือดในร่างกายไม่ปกติ สมองผิดปกติ คิดแปลก ๆ
ถ้าดาวต่างๆ อยู่ในราศีที่ทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาเค้าก็จะทำงาน แล้วเราก็มาดูลึกลงไปอีกทีว่าโรคอะไรกันแน่โดยใช้จุดอิทธิพลโรคเข้าช่วย
 

บทที่ 267
วันนี้เราจะมาคุยเรื่องดวงจันทร์เราไว้ใช้ทำอะไรได้บ้างนอกเหนือจากดูโรคสุขภาพแล้วดูยามหรือวันดี ๆ ได้

ดวงจันทร์เป็นดาวเคราะห์ที่ดวงลูกที่สุดและเป็นบริวารของโลกและอยู่ใกล้โลกมากที่สุด มีระยะการโคจรรอบโลกใช้เวลา 28 วัน หรือหนึ่งเดือน ดวงจันทร์ในทางโหราศาสตร์แล้วมีความสำคัญมากในการพยากรณ์เรื่องต่าง ๆ และใช้เวลาเดือนเร็วสองชั่วโมงกว่าต่อหนึ่งองศา ส่วนมากเราใช้ดวงจันทร์ในการสังเกตเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชะตา และการวางฤกษ์ต่าง ๆ ดวงจันทร์มีอิทธิพลมากประการสำคัญท่านต้องมั่นสังเกตดวงจันทร์แต่ละวันไว้ว่าโคจรมาโดนดาวพื้นดวงของเราอะไรบ้างมันก็จะบอกเหตุการณ์นั้น เหมือนกัน หรือโคจรเข้าหาดาวบนท้องฟ้าก็ได้ เราถือว่าดวงจันทร์เป็นเครื่องมือที่เราใช้มากที่สุดในการพยากรณ์ท่านต้องมั่นสังเกตการณ์ดูการโคจรของเค้าให้ดีแล้วท่านจะเห็นอะไรมากมายที่ดวงจันทร์บอกเราในแต่ละวัน ยกตัวอย่างเมื่อดวงจันทร์จรโคจรมาทับพฤหัสพื้นดวงวันไหนท่านจะมีโชคดีไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง หรือจะทำงานมงคลอะไรก็ได้ เพราะดวงจันทร์จะโคจรมาทับดาวพื้นดวงของเราเดือนละครั้งเท่านั้น และอาทิตย์จะโคจรทับดาวพื้นดวงเพียงปีละครั้งเท่านั้น เราไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไประหว่างที่ดวงจันทร์ทำงาน เช่นหาเรื่องไปตัดผม เสริมสวย หรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้หรือไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ในวันนั้น มันก็จะได้ทำให้สิ่งที่เราทำไปติดไปอีกหนึ่งเดือนคือมีโชคลาภ เหมือนเราซื้อเสื้อใหม่ในวันที่จันทร์จรทับพฤหัสพื้นดวง เมื่อเราใส่เสื้อตัวนั้นวันใดเราก็อาจจะมีโชคดีเข้าไปด้วยให้ทดลองดูนะครับเพราะผมกรทำอยู่และค่อนข้างได้ผลดีด้วย แต่ผมใช้เวลาที่จันทร์จรทับพฤหัสพื้นดวงไปตัดผม เลยโชคอยู่ที่ผมไปเลย ทำไม่ผมถึงทำอย่างนั้นเพราะพลังงานของดาวก็จะติดไปกับผมของเราและผมของคนเราก็มีความพิเศษอย่างหนึ่งคือมันจะยาวขึ้น พอมาถึงจุดนี้ท่านคงเข้าใจแล้วใช้ไหมว่าทำไมผมถึงเลือกเราการตัดผม เพราะโชคมันก็จะแรงตามเส้นผมไปด้วย เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่มีใครบอกแต่ผมสังเกตเอาจากของจริง ๆ และได้ผลต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ก็อย่างเอาออกมาบอกเล่ากันฟัง เพราะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ท่านยังไม่เข้าใจการทำงานของจักรวาล หรือฟ้า บางทีสิ่งนิดเดียวสามารถทำลายสิ่งใหญ่ ๆได้โดยไม่ยาก  ถ้าเราเข้าใจจังหวะของฟ้าเราก็เข้าใจจังหวะของชีวิตของเราได้เราก็หาเวลาดี ๆ จากดวงจันทร์ ที่จะบอกเรื่องของฟ้า เช่นเราจะเดินทางไปไหนเราก็ควรตรวจเช็คเวลาเสียก่อน โดยดูจากดวงจันทร์เป็นตัวบอก เช่นของหลาย สอบได้ ได้ปรับตำแห่ง เข้าไปหาบุคคลสำคัญ ฯลฯ ดวงจันทร์ทั้งนั้นที่จะบอกเวลาดี ๆกับเรา และลัคนา และเมริเดียนด้วย จะนาทีสำคัญ

ส่วนลัคนาจะบอกเวลาที่สำคัญ ส่วนเมริเดียนบอกสถานที่ที่เกิด

                ช่วงระหว่างดวงจันทร์โคจรไปรอบ ๆ พื้นดวงของเรามันก็จะไปกระตุ้นพื้นดวงของเราไปในตัวว่าสิ่งไหนถึงเวลาที่จะเกิด เหมือนไข่ที่กำลังจะฟักตัวออกมาเป็นลูกไก่นั้นเอง ดวงจันทร์เป็นตัวบ่งบอกเวลาที่สำคัญที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ แต่ถ้าเรารู้ก่อนมันก็เป็นสิ่งที่เราจะหลบหลีกหรือถ้าเป็นจังหวะดีก็ดีไปไม่ต้องทำอะไรเพียงแต่ทำตัวรับผลกรรมที่ดีไป ดวงจันทร์เป็นตัวปลุกกรรมเก่าซึ่งมีผลมาจากรายปี ในดวงรายปีที่เราตั้งสำรวจดู แต่เราก็สามารถใช้ดวงจันทร์ในการดูแบบกาลชะตาได้ว่าวันไหนเป็นวันดีได้ เพียงแต่ตั้ง วัน เดือน ปี เวลา นาที ที่เราต้องการที่จะทำลงไป และตั้งจุดอิทธิพลลงไปถามันว่าจะเกิดหรือไม่ วิธีนี้เป็นการดูอีกแบบหนึ่งมีความแม่นจำสูงพอสมควร ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าให้ตรงต้องดีดวงรายปีประกอบ ว่าในปีนั้นมีเรื่องที่เราต้องการทราบหรือไม่ ต่อจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของดวงจันทร์ที่จะบอกชั่วโมงที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญ บางทีเหตุการณ์ต่าง ๆ มันเกิดมาจากเรื่องของรายปีเป็นสำคัญ แต่เราไปดูแบบกาลชะตาก็ได้มันง่ายหน่อย แต่เป็นหลักการเดียวกัน

                ดวงจันทร์เป็นตัวกำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของเจ้าชะตาเป็นหลัก เราควรตรวจดวงด้วยให้ จันทร์โคจรไป โดยใช้เปลี่ยนวันที่เอาดาวก็เดินหน้าไป เลื่อยสงสัยวันไหนเวลาไหนเราก็เข้าไปเช็คว่าดีหรือร้ายเราก็จะได้ระวังตัวไว้ เพราะโปรแกรมตัวนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อดูอนาคตและอดีตที่ผ่านมาได้ เครื่องมือในการดูก็มีอยู่แล้ว ดังนั้นดวงจันทร์จะบอกเรื่องทุกอย่างทั้งรายชั่วโมง รายเดือน เราต้องหัดใช้ดวงจันทร์ที่ฟ้าให้มาให้เป็นประโยชน์ที่สุด ที่เราพูดอยู่นี้คือจันทร์จร ไม่ใช่จันทร์พื้นดวง นะครับ ถ้าท่านเปิดเครื่องขึ้นมาจุดแรกท่านควรดูจันทร์เป็นหลักก่อนว่าจันทร์จรทำมุมถึงดาวอะไรในพื้นดวงหรือดาวจร แล้วค่อยตั้งจุดต่าง ๆ ที่เราต้องการทราบในวันนั้น ๆ ต่อไป
 

บทที่ 268

วันนี้เรามาสนใจเรื่องโรคที่เป็นกันมาก ๆ ที่ควรตรวจเช็คก่อนเป็นอันดับแรกของการดูเรื่องสุขภาพในพื้นดวง ถ้าเจ้าชะตาอายุมากมากขึ้นหรือบางทีอายุก็ไม่จำเป็น ควรเช็คก่อน ถ้าจะดูเรื่องสุขภาพนะครับ เพราะโรคพวกนี้จะเป็นกันมาก สำหรับคนไทย ในยุคนี้ ที่ไม่ดูแลเรื่องอาหารการกิน ชอบทานเค็มจัด เปรี้ยวจัด หวานจัด อย่างเช่นสั่งอาหารที่เป็นเส้นมา ไม่รู้เราต้องใส่ไว้ก่อนไม่มีการชิมว่าดีไหม ข้าพเจ้าตอนนี้ทานรสชาติธรรมชาติที่เจ้าของร้านทำมาให้ไม่เติมคิดว่าเรามากินก็ต้องมากินฝีมือเขาไม่ใช่มาทำเอา เครื่อง ที่เขาเตรียมไว้เพื่อบางคนที่ชอบแนวอาหารที่ออกไปอีกแบบหลังจากการชิมแล้ว อยากให้ท่านให้ชิมอาหารก่อน บางคนขาดพริกน้ำปลาไม่ได้ อะไรต้องใส่ไว้ก่อน ต่อไปพวกนี้ก็จะมีปัญหาเรื่องไต เพราะเค้าต้องทำงานหนักต้องขับเกลือที่เกินความจำเป็นออกจากร่างกาย การที่เราทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำงานหนักมากไปก็จะทำให้เค้าอยู่กับเราไม่นาน เหมือนเครื่องยนต์ ดังนั้นทานอะไรก็ทานแต่พอดีนะครับ จะห่างไกลจากโรคกรรม พวกนี้ได้
การตรวจสอบเรื่องสุขภาพในพื้นดวง

                การตรวจสอบสุขภาพหรือโรคต่างๆ ในพื้นดวงมีความสำคัญมากพอ ๆ กับการอ่านพื้นดวงเราได้ได้บอกเจ้าชะตาให้ระวังและแก้ไขในพื้นดวงให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งในยุคนี้ก็มีโรคหลายโรคที่เป็นแล้วไม่มีทางรักษาถ้าเราบอกให้เจ้าชะตาระมัดระวังตัวห่างไกลจากโรคต่าง ๆ ที่ร้ายแรงเจ้าชะตาก็อาจไม่เกิดโรคนี้ขึ้นก็ได้หรือรู้ล่วงหน้าได้ทันก่อนที่จะเป็นในขั้นสุดท้าย
                การตรวจโรคเราดูภายรวมๆ ได้จากจุดเจ้าชะตาทั้ง 7 จุดว่าอยู่ในราศีไหนเค้าก็จะมีอาการทางโรคนั้นรวมไปถึงจุดเจ้าชะตาสะท้อนด้วย

                และการดูดาวร้าย อยู่ในราศีไหนด้วย เช่นดาวเนปจูน เสาร์ อังคาร เป็นต้น
และสิ่งสำคัญที่จะบอกตำแหน่งที่เป็นคือดวงจันทร์ ว่าตำแหน่งไหนน่าสนใจในร่างกายมากที่สุดและดูราศีตรงข้ามของจันทร์ด้วย โรคที่ควรตรวจในครั้งแรกคือ
1.
SU + UR - ZE : โรคความดันโลหิลสูงหรือต้ำ
2. โรคหัวใจ
: SU$UR
3.
โรคเบาหวาน SA+NE-VE
4.
โรคมะเร็ง งต่าง ๆ SA+NE-HA
โรคข้อต่าง ๆ MA + HA – AS
                ส่วนมากก็จะเป็นโรคพวกนี้กันมาก เราจะให้คำตอบเจ้าชะตาได้และให้เค้าระวังไว้ก่อนเช่นดูแลเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกาย พบหมออยู่เสมอ
                แต่ถ้าเราต้องการรู้ว่าโรคต่าง ๆ จะทำงานในไปไหนให้เอาจุดโรคบวก
arc และ ลบ arc เข้าไป และดูที่โค้งเนปจูน และโค้งAD และโค้ง HA ตามลำดับการเป็น หรือดาวจรเช่น เสาร์จร เนปจูนจร ก็พอจะบอกเหตุการณ์สำคัญ
 

บทที่ 269

วันนี้เรามาสนใจเรื่องจุดอิทธิพลหรือศูนย์รังสีสะท้อนทำอย่างไร เค้าก็มีผลเช่นเดียวกับตัวจริง ไม่ควรปล่อยไม่เช็คดูว่าไปโดนอะไรบ้างนะครับ เพราะการสะท้อนก็เหมือนดาวดวงหนึ่งหนึ่งกัน แต่อันนี้เป็นปัจจัยสะท้อนเราก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกันนะครับ
 

การตั้งจุดสะท้อนของของปัจจัยบนท้องฟ้า

 จุดดาว A+B-C หรือ ศูนย์รังสี A$B หรือ A+B จะสะท้อนของปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญมากในการพยากรณ์ ทั้งการพยากรณ์จร และพื้นดวง ในเมื่อดาวยังมีดาวสะท้อน ดังนั้นปัจจัยต่าง ๆ บนท้องฟ้าก็คงต้องมีด้วย และมีความหมายเท่ากับตัวจริง แต่เป็นการมองอีกมุมมองหนึ่งให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น เมื่อเราตั้งจุด อิทธิพล  หรือศูนย์รังสี เราไม่ควรลืมตั้งจุดสะท้อนของปัจจัยนั้นด้วย

วิธีการตั้ง

          เมื่อเราตั้งจุดที่ต้องการที่จะหาเรียบร้อยแล้ว ให้จำตำแหน่งดาวเอาไว้ แล้วใส่เครื่องหมาย – ไว้ที่หน้าตำแหน่งของปัจจัยนั้นเราก็จะได้จุดอิธพลและศูนย์รังสีสะท้อนแกน เมษ และก่อนอื่นเราควรตั้งตำแหน่งดาวให้เป็นเลขฐาน 10 ก่อน จะได้ทราบตำแหน่งของปัจจัยที่เราตั้งขึ้นได้ชัดเจน ยกตัวอย่า เช่น A+B-C แล้วกด ที่ compute ไปที่คำว่า Reflect เราก็จะได้ตำแหน่งจุดอิทธิพลสะท้อนได้อันนี้ก็เป็นตัวจริงเช่นเดียวกัน

และเราก็สามารถตั้งจัดสะท้อนของ ปัจจัยบวก ARC ปัจจัยลบ ARC ได้เช่นกัน และจุดปัจจัยในพื้นดวงก็ทำได้เช่นเดียวกันเช่นสมัยก่อนเราจะตั้งปัจจัยที่เราทราบเพียงจุดเดียว แต่ตอนนี้เราสามาสร้างจุดสะท้อนของปัจจัยที่เราตั้งขึ้นได้อีกเพื่อให้เราทราบรายละเอียดจากการพยาการณ์ได้มากขึ้น และเป็นจุดที่น่าสนใจในขณะนี้มากในการพยากรณ์ให้ลึกซึ้งมากขึ้น ท่านนักศึกษาควรทดสอบดูจะเห็นสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ในการดูมากขึ้น เราสามารถใส่ตัวเลยลงในเครื่องคำนวณได้ ถ้าเราทราบตำแหน่ง ที่ต้องการ โดยใช้ลูกสรไปอยู่ตรงข้าม แล้วใส่ตัวเลข ลงไปแล้วใช่เครื่องหมาย + หรือ – ก่อนใส่ตัวเลขลงไป เช่น {-270} ก็จะได้ตำแหน่งจุดสะท้อนเครื่องหมาย บวก ลบ เราไว้ใช้ในตำแหน่งดาวสะท้อนด้านซ้ายหรือด้านขวาของแกนเมษ
บทที่ 270
สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องจุดสะท้อนต่ออีกหน่อย ว่ามีความรุนแรงขนาดไหน ดาวสะท้อน หรือจุดอิทธิพล ศูนย์รังสีสะท้อน มีผลพอ ๆ กับตัวจริง ทั้งพื้นดวง และจร ปกติ เราจะมีแค่จุดสะท้อนในพื้นดวง จริงแล้วพื้นดวงก็คือดาวจรนั่นเอง ตนที่เราเกิดเราก็เอาดาวจร ณ วันนั้นมาเป็นวันที่เราเกิด ดังนั้นดาวจรบนท้องฟ้าก็ควรจะมีจุดสะท้อนไว้ได้ด้วย จุดสะท้อนของดาวจร จะมีให้ใช้ในโปรแกรมตัวใหม่ สามารถเลือกเอาขึ้นมาใช้ได้ และมีผลรุนแรงเท่ากับตัวจริง แต่อาจอ่อนนิดหน่อยแต่ก็ส่งผลดีหรือร้ายพอ ๆ กับพื้นดวง แต่จุดสะท้อนของจุดเจ้าชะตาจรจะแรงเท่ากับตัวจริงเสมอ แต่ดาวสะท้อนวงนอกหรือวงในก็จะอ่อนตามลงไป รวมไปถึงปัจจัย ต่างๆที่เราตั้งขึ้นมาด้วย หลักการสะท้อนเราจะสะท้อนแกนเมษเป็นหลักหรือสะท้อนแกนกรกฎ ก็ได้ แต่เราจะเอาแกนเมษดีกว่าเพราะดูง่าย จะสะท้อนแกนไหนผลออกมมาเหมือนกัน คือมุมตกเท่ากับมุมสะท้อน จะอยู่ตรงข้ามกัน ในโปรแกรมตัวใหม่จะมีให้ใช้ แต่จุดอิทธิพล และศูนย์รังสีเราต้องตั้งขึ้นมาเอง การตรวจสอบก็ต้องดูให้หมด ถ้าในการให้ฤกษ์ ยาม เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจุดสะท้อนเสียเราก็ต้องระวัง อันนี้เป็นจุดพลาดที่เราไม่ได้มองเค้า ข้ามไปทำให้การวางฤกษ์ยาม มีผลไม่เต็มที่นะครับท่าน ต่อไปก็ควรเช็คสองจุดนี้ด้วยพร้อมจุดดาวจรสะท้อนไว้ด้วยกันเหนียวไว้ก่อน การตั้งจุดอิทธิพลสะท้อน หรือศูนย์รังสีสะท้อนก็ทำตามที่กล่าวมา คือใส่ เครื่องหมาย บวก ลบ ลงไปในตัว
Compute  เท่านั้น เราก็จะได้จุดสะท้อนแล้ว ต่อไปอาจจะทำให้ รอหน่อย แต่ถ้าเราฝึกทำเองก็จะได้รู้จักและเข้าใจไว้ก่อน ดีกว่าโปรแกรมทำให้เราก็จะไม่ทราบที่มาที่ไปเป็นอย่างไร พื้นดวงก็คือดาวจร ดาวจรก็คือพื้นดวง นั่นเองครับ
บทที่ 271
วันที่ 24/04/2010
สวัสดีครับวันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องจุดอิทธิพลที่เกี่ยวกับสุขภาพกันเพราะเราต้องใช้ตรวจพื้นดวง กัน ควรจำไว้หรือถ้าจำไมได้ก็จดไว้ก็ได้ครับ เพราะโรคต่างๆ จะเกิดจากกรรมเก่า ถ้าเราทราบว่าเรามีจุดใดจุดหนึ่งก็หาวิธีหลบมันโดยทำให้ร่างกายแข็งแรง หลีกจากมูลเหตุแห่งโรคต่างๆ นั้นเราก็ไม่เป็น หรือเป็นก็เป็นน้อยลงไป เช่นโรคหัวใจ มีในพื้นดวง เราก็หาทางแก้ไขโดยการออกกำลังกาย ทานอาหารที่ไม่มีไขมัน ทานผักให้มาก และทำจิตให้เบิกบาน การรู้ก่อนที่มันจะเกิดเราแก้ไขได้นะครับท่าน
 

การผ่าตัด                             MA+UR-SU=ZE

การผ่าตัดมดลูก                      MO+HA-MA=KR

การผ่าตัดไส้ติ่ง                       MA+UR-NO

คลอดด้วยการผ่าตัด                MA+UR-SA

โรคตับ                                 AR+HA-JU

โรคติดต่อ                            AR+NE-MA

โรคติดต่ออันตรายถึงชีวิต     AR+NE-MA=SU

โรคติดต่อชนิดร้ายแรง         AR+HA-NE

ความเจ็บป่วย                        SA/NE

โรคกระดุกผุ โรคบวมตามข้อ    MA+NE-SA

โรคกระเพาะไม่ปกติ               AR+MO-UR

โรคจมูก เนื้องอกในจมูก         SU+NE-HA=VE

โรคปอด                             SA+NE-JU

โรคสายตาสั้น                      SU+MO-PO=CU+NE

โรคไต                                MA+NE-VE

โรคเบาหวาน                       SA+NE-VE

โรคเส้นประสาท                  MC+UR-SU

โรคหัวใจวาย                      SU/UR

เป็นโรคประสาท                  ME+HA-SU

บ้า                                   MA+NE-PO

วิกลจริต                            SA+NE-PO

กามตายด้าน                      SU+NE-MA

โรคผิวหนัง                         SU+HA-VE

การติดเชื้อจาการร่วมเพศ VE+NE-NO

การติดโรคจากโสเภณี        VE+HA-NE

กามโรคอาการหนัก            SA+HA-VE

มดลูกพิการ                       MO/HA

โรคเกี่ยวกับมดลูก              SA+NE-MO

โรคมะเร็ง                         AR+HA-NE=JU

โรคมะเร็ง                         SA+HA-SU=NE

จุดมะเร็ง เราใช้                  SA+NE-HA

มะเร็งในกระเพาะ               MO+HA-NE

มะเร็งที่ตับ                      JU+HA-NE

มะเร็งที่ปอด                    SU=JU/SA

มะเร็งลำไส้                     SA+NE-HA

โรคลมบ้าหมู                   SU+NE-UR

โรคโลหิตจาง                 MC+NE-SU,SU/NE

ความดันโลหิตสูง            SU+UR-ZE

โลหิตข้น                      SU+NE-HA

โรคเกี่ยวกับโลหิต           SU+HA-MA

โรคสมองพิการ              MO+HA-ME

โรคสมองตีบ                  MA+NE-MO

โรคสมองไม่ปกติ             MA+NE-ME

โรคหวัด                        MA+NE-HA

โรคหัวใจวาย                  SU/UR

โรคอัมพาต                   MA+NE-UR=ZE

กายสังขารที่ป่วย             HA+HA-SU

การล้มป่วย                   SU+NO-HA

ร่างกายอ่อนแอ              SU/NE

ป่วยเรื้อรัง                     PL+HA-SU

ถึงแก่กรรมโดย

ฉับพลันเพราะการป่วย     SU+NE-UR

การป่วยหนัก                  MA/SA

โรคปอด                      JU+HA-SU

สุขภาพไม่ดีเป็นเวลานาน SA/NE

การเจ็บป่วยที่ค่อย ๆเป็นโดยไม่รู้ตัว NE+PL-HA
การถึงแก่กรรม
                 MA+SA-NO

การติดต่อกับคนตาย       UR+NE-MC

วันถึงแก่กรรม                SU+SU-HA

ชั่วโมงมรณะ                 MO/HA

วันและชั่วโมงแห่ง
มรณะกรรม
                  MO+HA-SU

วันมรณะ                    HA+HA-SU

พิธีศพ                       MA+SA-NO,AS+SA-MA,AR+AR-MA,SA+SA-MA

เมรุเผาศพ                 AR+HA-JU=ZE

สุสาน                        UR+NE-AR

กองฟืนสำหรับเผาศพ    SU+ZE-MO

การถึงแก่กรรมของเจ้าชะตา  MA+SA-MC

บิดาถึงแก่กรรม              MA+SA-KR

การสูญเสียมารดา           SU+SA-ZE

การบาดเจ็บ                  AR/MA,AR+MA-UR

การบาดเจ็บสาหัส          AR+MA-UR=HA

การถึงแก่กรรมเพราะถูกยิ่ง  SA+ZE-MA

การถึงแก่กรรมเพราะการบดขยี้       SA+AD-MA

บทที่ 272
วันนี้ได้เดินทางมา เนปจูน แถว บางสะพาน มาเปลี่ยน AS กันหน่อย ออกจากกรุงเทพฯ 23.00 น มาถึง 03.30 . ยังไม่ได้นอน รอไปตลาดเช้าเพื่อไปซื้อปลาและของทะเล สด ๆ มาทำอาหารเช้ากัน การเดินทาง คือ me/sa= ne  ถ้าเดินทางไกล จะเป็น me+sa-vu ถ้าระยะใกล้ สองสามร้อย กม. เราใช้แค่ me/sa อากาศเย็นสบายเพราะมี ลมจากทะเล พัดเบา ๆ เห็นดาวเต็มท้องฟ้า สวยงามมาก ไม่ได้มานานแล้ว วันนี้จะได้ทานอาหารทะเลสด ๆ กันที นอกเรื่อง มาเข้าเรื่องกันดีกว่า คราวที่แล้วให้จุดอิทธิพลเกี่ยวกับสุขภาพไปแล้ว และมีจุด ตั้งอยู่ดับไปมาด้วย คนเรามีเกิดแก่เจ็บและลาจากไปเป็นธาตุทั้งสี่ คือ ไฟ ดิน ลม น้ำ คนเราเกิดมาก็เป็นไฟ และมีเนื้อหนังคือดิน และมีลมหายใจ คือ ลม และในร่ายกายก็มีน้ำ เป็นส่วนประกอบ เวลาเราดับจากโลกนี้ก็จะกลับเป็น น้ำ และดิน อีกครั้ง mc คือวิญญาณ ก็จะไปเกิดใหม่ su ก็กลับไปสู่ ad ทุกคนก็มีแค่นี้จะเอาอะไรไปนอกจากความดี และบุญ บาป ที่ทำมาในชาตินี้ติดไปเท่านั้น อย่าลืมว่าเวลาในโลกนี้ไม่มี มีแต่ su จร บอกเวลาที่แน่นอนเท่านั้น เวลาที่เราติดอยู่เป็นการคิดของคนทำให้เรากำหนด ห้วงเวลาที่เราจะทำอะไรไปตามดวงอาทิตย์เท่านั้น จริงแล้วตัวเราเป็น ne ไม่มีรูปนาม เป็นเพียง su + mc เท่านั้น ดังนั้นเราจะทำอะไรก็ให้รีบทำเสียก่อนที่จะกลับบ้านเก่า เวลาน้อยมากที่เราจะทำความดี และให้รู้จักการให้ การเพียงพอ เราก็จะไม่มีทุกข์ ตอนนี้ข้าพเจ้า ก็หาความจริง ของตัวเองอยู่ ว่าต้องการอะไร และทำอะไร การเดินทางของคนเรามีวันจบ แต่คุณงามความดีที่ทำไว้ยังคงอยู่ตลอดไป นอกเรื่องอีกแล้ว วันนี้จะคุยเรื่องการหนีดาวร้าย ๆ ที่โคจรเข้ามา ทับจุดเจ้าชะตา เราก็เปลี่ยนลัคนา เสียคือการเปลี่ยนสถานที่ จะทำให้ดาวทำงานผิดไปหรือหาตัวเราไม่เจอบนพื้นโลก จำไว้นะครับถ้ามีเคราะห์จง เดินทางเสียแก้ได้ อย่างดี เรามาจากธรรมชาติ ก็ต้องใช้ธรรมชาติช่วยเราได้ วันนี้จะออกทางปรัชญา นิด ๆ คงพอเข้าใจนะ พี่น้อง ครับ เกิดมาก็มีอยู่คือ ตั้งอยู่ และดับไป ก่อนจะดับอยากทำอะไรก็รีบทำ การเรียนโหราศาสตร์ทำให้เราเข้าใจชีวิต และเส้นทางเดินของตัวเราในวันที่ยังมาไม่ถึง เรารู้ดาว เราก็สามารถตั้งรับมันได้ จะไปนั่งทุกข์ กันทำไมหาความสุข ความสงบกันดีกว่า อยากทำอะไรก็รีบทำเสียก่อนที่สังขารจะไม่ให้นะครับวันนี้เอาแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เจอกันไม่ อ่านแล้วมันก็ไม่มีอะไร และในเนื้อหามันมีอะไรอยู่อ่านดี ๆ นะท่าน
 

บทที่ 273
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องในบ้านกัน ว่าเรือนชะตาสามารถนำมาใช้ในการจัดแต่งตำแหน่งต่าง ๆ ตัวบ้านได้เหมือนร่างกายคนเรา อยากให้อ่านดูว่าเป็นจริงไหม สามารถนำไปใช้ได้ตามนี้ เรือน ผสมกับดาวพื้นดวง ที่ทำให้บ้านมีปัญหาได้ ควรแก้ไข
การแบ่งส่วนต่าง ๆ ของบ้านตามเรือนชะตาทั้ง 12 เรือน

เรือน 1 คือหน้าบ้านหรือทางเข้าบ้าน เป็นส่วนสำคัญที่โชคลาภเข้าบ้าน   เหนือ (น้ำ )ใต้ (ไพ)

สิ่งผิด     มีสิ่งไม่ดี หรือมีกลิ่น เสียงจากรถยนต์ที่ผ่านไปมา ฝุ่น ของทิ้งแล้ว ท่อน้ำทิ้ง ทางถนนที่วิ่งเข้าบ้าน บ้านตรงกัน

เรือน 2 เราจะนับจากประตูมา คือห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่นภายในบ้าน

สิ่งผิด     ประตูบ้าน ติดขัด ระบบป้องกันไม่ดีพอ ประตูแคบหรือเดินเข้าลำบาก

เรือน 3 กลางบ้านของเรา อาจเป็นห้องรับประทานอาหาร หรือรับแขกก็ได้

สิ่งผิด      แสงสว่าง กลิ่นไอจากการทำอาหาร โต๊ะนั่งรับแขก ทิศไม่เหมาะสม วิวไม่สวย

เรือน 4 ส่วนนี้อาจอยู่ด้านบน คือห้องนอน หรือห้องที่เป็นส่วนตัวของคนในบ้าน

สิ่งผิด     ระบบแสงสว่างภายในตัวห้อง เตียง ตู้ กระจก แอร์ พัดลม เสียงดัง

เรือน 5 เป็นที่ส่วนตัวของเด็ก หรือคนรับใช้ อายุอ่อนกว่าเรา ห้องลูก ห้องเก็บของ

สิ่งผิด      หน้าต่างห้องนอน การระบายอากาศ แสงสว่างในห้อง ประตูเข้า

เรือน 6  คือเราจะทำเป็นห้องน้ำ หรือห้องครัวก็ได้ ห้องเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว

สิ่งผิด    ระบบการเดินท่อน้ำภายในบ้าน อ่างน้ำ การระบายน้ำในห้องน้ำ

เรือน 7 คือที่ส่วนตัวของเราอาจเป็นห้องนอน ห้องทำงานส่วนตัวไม่ควรให้ใครมาเห็นเป็นความบลับ

สิ่งผิด     กระจกหน้าต่าง การมองเห็น การอับทึบเกินไปของตัวบ้าน เตียงอาจทำให้ปวดหลัง

เรือน 8 ถ้ามีบ้านสองชั้นอาจเป็นห้องอาบน้ำ ก็ได้ หรือห้องไว้ทำความสะอาดร่างกาย

          ท่อน้ำเสีย ห้องน้ำ การระบายน้ำเสีย การอุดตัน

เรือน 9 อาจจัดแบ่งไว้เป็นห้องทำงานส่วนตัวด้านบนหรือด้านล่าง ของเจ้าของบ้าน

สิ่งผิด  หลังคาบ้าน คาน เพดานบ้าน น้ำไหล จากหลังคา

เรือน 10 จัดแบ่งไว้เป็นห้องทำงานของหัวหน้าครอบครัว

สิ่งผิด    ระบบทำความเย็น เช่นการระบายอากาศ ตู้เย็น แอร์ ความสว่าง

เรือน 11 อาจจัดแบ่งเป็นห้องพระ หรือห้องทำสมาธิ  หรือเก็บสิ่งสำคัญ ของเรา

สิ่งผิด       ระบบไฟฟ้า แสงสว่างภายในบ้าน อับทึบ อากาศไม่โปร่ง

เรือน 12 คือหลังบ้านอาจทำบ้านที่พัก หรือห้องครัวก็ได้ตามตำแหน่งดาว

สิ่งผิด     บริเวณบ้าน สี กำแพง หน้าต่าง ประตู บ้านติดกันมีปัญหา

การจัดควรดูดาวในเรือนว่าเหมาะกันหรือไม่ มันจะมีส่วนทำให้คนอยู่ในห้องนั้นดีหรือไม่ดีได้ อาจทำการปรับเปลี่ยนตามสภาพดาวก็ได้ หรือเรือนก็ได้ ตามความเหมาะสม แต่อาจต้องมีส่วนช่วยแก้ไขถ้าห้องไหนไม่ดีมีดาวไม่ดีประจำอยู่ เราใช้ดาวพื้นดวงในการดู และความใช้เรือนลัคนาดู คือสภาพแวดล้อมของเรา เอาเรือนที่ 1 หน้าบ้าน                                                                                    

      ดาวที่มีความหมาย

  1. su คือร่างกาย ความร้อน แสงสว่างภายในบ้าน
  2. mo ภรรยา น้ำ ของเหลว บ่อน้ำ
  3. as สภาพแวดล้อมบริเวณบ้าน ดีหรือไม่ดี
  4. mc หัวใจของบ้าน กลางบ้าน
  5. no ญาติพี่น้องดีหรือไม่ดี เพื่อนบ้านด้วย
  6. me ต้นไม้เล็ก  ทาง การเดิน ประตู ตู้เก็บเสื้อผ้า ทางเดินในบ้าน
  7. ve รูปภาพ ดอกไม้ เครื่องประดับ ให้ตรงกับดาวภายในบ้าน
  8. ma ห้องออกกำลังกาย หรือห้องทำกิจกรรมร่วมกัน
  9. sa ตำแหน่งนี้ควรแก้ อาจนำน้ำ หิน หรือต้นไม่มีหนามมายวางไว้ ดอกไม้ปลอม
  10. Ne น้ำ ท่อน้ำ สาระน้ำ ห้องอาบน้ำ ถ้าบางคน ne แรงส่วนนี้ก็สำคัญ
  11. JU ห้องทำงาน ห้องที่เก็บของมีค่า ให้ดูจากพื้นดวง หรือดาวจร
  12. PL ห้องที่เอาไว้วาวแผนควรไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายมาก เฉพาะหรือส่วนตัว หรือว่างของที่มีการเคลื่อนไหวได้
  13. CU ห้องนอนลูก คนรัก ห้องเรา
  14. HA ห้องเก็บของที่ไม่ใช้แล้ว ห้องพยาบาล ห้องน้ำ ขยะ
  15. ZE พลังงาน ไฟฟ้า ห้องครัว ห้องให้ความร้อน
  16. KR ที่ให้คนนับถือนอน หรือพ่อแม่ คนสูงอายุ หรือรูปภาพ ที่สูงส่ง
  17. AP  ห้องทำงาน หรือสถานที่คุยเรื่องธุรกิจส่วนตัว
  18. AD สิ่งของที่ให้ความเย็น แข็ง ตาย แน่นิ่ง
  19. VU ห้องกิจกรรม หรือเป็นที่ปล่อยไว้ให้เป็นที่ว่างของบ้านจะดี ส่วนนี้ให้เป็นปอดของบ้าน
  20. PO ห้องพระ หรือที่ตั้งศาล วัตถุมงคล ศาลต่าง ๆ

                                                                        เหนือ (น้ำ ) การไหลเวียน สี ดำ ฟ้า

                                          ใต้ (ไพ) ความร้อน แสงสว่าง สีแดง

                                                                        ตะวัน ออก ไม้ สิ่งมีชีวิต เขียว

                                                                        ตะวันตก โลหะ มีประกาย   
บทที่
278
สิ่งที่น่าสนใจและสำคัญเราสามารถทราบได้ว่าดวงคนนี้เป็นหญิงหรือชายถ้าเจ้าชะตา โดยที่เราไม่เห็นคนที่มาดู เราก็ทราบว่าเป็นหญิงหรือชาย เรามีสูตรนี้ ไม่เชื่อรองซิครับ

การตรวจพื้นดวงว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย

ารที่เราต้องการรู้ว่าดวงคนนี้เป็นหญิงหรือชาย เราจะมีสูตรให้ใส่ลงไปในพื้นดวงว่าเจ้าชะตาเป็นหญิงหรือชายได้ มีดังนี้

Mc+su = เป็นจุดเริ่มต้น

-no =as+me = me+ma ชาย

-no +mo=pl+ap หญิง

………………………………….

Mc + su –no     มีมุมสัมพันธ์กับปัจจัยพวกนี้      =as=me/ma ชาย

Mc +su  - no    มีมุมสัมพันธ์กับปัจจัยพวกนี้        =pl   =ap      หญิง

เราจะตั้งจุด mc+su-no ก่อนแล้วไปดูว่าไปทำมุมถึงอะไรก็จะแสดงว่าเจ้าชะตาเพศหญิงเพศชายได้ เราก็สามารถทราบได้อย่างง่าย ๆ เชื่อหรือไม่ ไม่รองไม่รู้นะครับ ของดีเราก็ไม่ปกปิด  

บทที่
279
อายุเป็นสองเท่า วงรอบของชีวิต

                ทุก ๆ คนย่อมมีเหตุการณ์ที่ผ่านมาซ้ำกันอย่างน้อย ๆ สามครั้ง ในชีวิต ตามปกติชีวิตของคนจะต้องระวังช่วง 30 ปี มักจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความห่างของมันสองปี และ 60 ปีครั้งหนึ่ง เราจะเอาสองคูณสองหาร ซึ่งมาจากเอาโค้งไปลบ 90 นั่งเอง แต่มันจะมีแค่สามครั้งเท่านั้นนอกนั้นมันจะอ่อนลงมา เราจะสังเกตจากปีที่ผ่านมาปีไหนมีเรื่องใหญ่ ๆ แล้งคุณเข้าไปก็จะทราบว่าอีกสองเท่าของอายุจะมีเหตุการณ์ เกิดขึ้นเหมือน ๆ กัน

                ถ้าเราอยากรู้ว่าปีนี้จะได้ปรับตำแหน่งหรือไม่ก็ให้เอาสองหารเข้าไปจะไปดูที่ผ่านมาว่ามีเรื่องนี้หรือไม่ถ้ามีก็ปีนี้ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่อยากให้ท่านเช็ค พื้นดวง หรือดาวจร ก่อนว่ามีเรื่องนี้หรือไม่เพื่อให้แน่ใจ

                การเอาสองคูณสองหารนี้ สำคัญมาก เช่น อายุ 33 ปีการเจ็บป่วย ต่อไป 66 ก็จะมีการเจ็บป่วยอีกครั้ง วิธีแก้คือการโยกย้าย ที่อยู่ที่นอน พอช่วยได้ มันจะทำงานได้สองหรือสามครั้งเท่านั้น การดูวิธีนี้เจ้าชะตาต้องทราบเรื่องที่ผ่านมาด้วยจะช่วยให้เราทำนายเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้ดีมาก ว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ บวกลบ อย่างน้อง สองถึงสามปี ก็ใช้ได้แล้ว

                แม้ว่าเรื่องนี้จะไปเกิดกับคนใกล้ชิดในปีนั้น ๆ เราก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วย อย่างไปมองข้ามเพราะเป็น no  ของเราชนิดหนึ่ง

                การตรวจเช็คท่านควรตั้งจุดศูนย์รังสีที่ดี  ๆ ไว้ทุกตัว และดูว่าปีไหนโค้งมาถึงศูนย์รังสีก็จะมีโชค แต่เป็นขั้นที่สอง ขั้นที่หนึ่งคือทับตัวเอง su/ju ,su/ap เป็น sa/ha ,sa/ur การเปลียนแปลง su/pl (ต้องเป็นโค้งของมันเอง) ในศูนย์รังสีนั้น ตัวใครตัวมัน

                การดูจร ถ้ามี su จร ju จร sa จร ไปถึงจุดถึงกลางที่เราตั้งไว้มีโชคขั้นที่สอง จันทร์เราจะไม่ใช้ เพราะจันทร์เดินเร็ว การใช้ศูนย์รังสีตรวจเรื่องดีร้ายนั้นแรงพอ ๆ กับดาวโดด ท่านควรตั้งไว้ในศูนย์รังสีที่ดีและไม่ดีไว้ว่าปีไหนจะมีเรื่องอะไรจะดีมากเพื่อป้องกัน เรื่องไม่ดีเพื่อทราบและหาทางแก้ไขไว้ก่อน ถ้าดีก็หาทางทำให้ดียิ่งขึ้น

ทุกอย่างจะ loop ซ้ำอีกครั้งเสมอ ในเมื่อเรามีอะไรแรง เกิดเราจะต้องระวังครั้งที่สองหรือสาม หรืออาจไม่เกิดก็ได้ แล้วแต่ ท่านต้องไปเช็คย้อนหลังด้วย ถ้าไม่มีต้องระวัง คนเราจะมีจุเปลี่ยนตอนอายุ 30 60 90 ถ้าเรานับอายุไข มีอายุอยู่ประมาณ 90 กว่า ถ้าถึง 100 ปีมีน้อยมากแต้ถ้าเกิน 95 ก็มีโอกาสถึง  100 ได้ ส่วนมากจะไม่ค่อยผ่านระหว่าง 60-90 เท่านั้น เพราะสุขภาพอายุไขหมด ดูได้จากโค้งเสาร์มาโดนจุดเจ้าชะตา ปีในในช่วงอายุไหนก็ปีนั้นสำคัญกับเราเรื่องดีหรือเรื่องร้าย อยู่ที่โค้งทั้งนั้น จุดสำคัญของโค้ง

ตัวอย่าง su/sa มีโค้ง sa มาทับ ก็ต้องระวังเรื่องร้ายและร้ายชั้นที่สอง หรือดีชั้นที่สอง

ถ้าดี คือทับจุดเจ้าชะตา ศูนย์รังสี จุดอิทธิพล

 

                  ในโลกนี้มีอยู่สองสิ่ง สิ่งที่ไม่มีอะไร กับสิ่งมีอะไร นอกเหนือนั้นคือวิญญาณ

เราเกิดมาแล้วชาติหนึ่ง= พื้นดวง   เราอาจจะอยู่ดูโลกได้ไม่นานนัก = ma+sa-no   ทุกคนที่มีชีวิตผ่านมาในอดีต  ย่อมพบกับความสุข =su/ju  ความทุกข์ ความหวัง และความผิดหวังในชีวิต su/sa ความผิดหวังในชีวิตที่ผ่านมา=sa/ne  ขอให้มันผ่านไป =as/sa เรามาเริ่ม ความหวังในชีวิตกันใหม่กันดีกว่า ดาวจรบนท้องฟ้า
บทที่ 280
วันนี้เราจะมาคุยเรื่องดาวเคราะห์น้อยกันคืออะไร และมีความหมายอะไร ดาวเคราะห์น้อยคือดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ต่าง  ๆ นั้นเอง ดวงจันทร์ก็เป็นดาวเคราะห์น้อย แต่มีดาวเคราะห์น้อยที่ใช้อยู่ในวงการมีห้าดวงด้วยกัน ให้ท่านเข้าไปคลิดดาวที่เหลือที่ยังไม่แสดงก็จะมีรูปดาวพวกนี้ออกมาให้ความหมายส่วนมากใช้ในการแพทย์ และเอามาทำนายทั่วไปได้วันนี้เอาความหมายไปก่อนส่วนรูปคราวหน้านะครับ เพราะต้องเขียนให้ใหม่ทำเป็น .jpg ให้นำครับ เพราะท่านไม่มี fornt ภาษาดาว ในเครื่องนะครับ
 

ดาวเคราะห์น้อยทั้งห้าดวง

ความหมาย ดาวห้าดวงมีดังนี้ ส่วนมากไปดูเรื่องสุขภาพเป็นหลัก และส่วนของร่างกายที่มีปัญหา ตามราศีที่เค้าประจำอยู่ในพื้นดวงหรือจรเข้ามา ระยะการโคจรของดาวเคราะห์น้อยไม่นานนัก
      

1.    Ceres เซอเรส เป็นรู้ดาวเสาร์หัวกลับ   ย่อ cs 
หมายถึง เป็นคนชอบ ช่วยเหลือคน ชอบรักษา แนะนะ เค้าจะมีอะไรดี ๆ อยู่ในตัว การพูดการติดต่อ ภาระหน้าที่ ถ้าทำมุมถึงจุดเจ้าชะตา su mo as ve me
การแพทย์ หมอ ยา รักษา ปรุงยา รักษาสุขภาพ ให้การแนะนำ รวมไปถึงสุขภาพเริ่มดีขึ้น

ส่วนของร่างกายคือท้อง ลำไส้ มีปัญหา

      

2. Vesta วีต้า ย่อ vt  เป็นรู้ หรือเตาไฟ ที่ให้ความอบอุ่น ความสงบทางด้านจิตใจ เวทมนตร์ ศาสนา การเสียสละ
 การแพทย์ การมีความสัมพันธ์ทางเพศ

ส่วนของร่างกาย มดลูก การขับถ่ายทั้งหลาย รวมไปถึงการติดเชื้อทางการร่วมเพศ มะเร็ง

 

3.Juno จูโน jn  เป็นรูแฉกมีเส้นยาวลงมาและมีขีดตรงกลาง  ใจร้อน ใช้กำลัง อิฉา สตรี มารดา เสียสละ มี แนวความคิดเป็นของตัวเอง สตรีใหญ่ ถูกโจมตี

การแพทย์ คือส่วนท้องทั้งหมด ลงไปถึงการพืชพันธ์ด้วย

        การแพทย์   มีลูก การแต่งงาน รอบเดือน มดลูก ถ้าดาวนี้เสีย

        
 

4.        Pallus พารัส  pa  เป็นรู้สามเหลื่อขนมเปียกปูนและมีแกนขนยามีเส้นตัด

ความหมาย เป็นคนชอบศิลปะ ความงาม มีความมั่นใจ ฉลาดหลักแหลม ปัญญาดี ผู้คุ้มครอง ปกป้อง รักสงบ ชอบความเป็นส่วนตัว

การแพทย์ การเจ็บป่วย สายตา การมองเห็น

ส่วนของร่างกาย ขา เท้า ส่วนขาลงไป
 

5.        Chiron ชีลอน  cr เป็นรูป ขีดยาว มีวงกลมอยู่ด้านล่าง และมีขีดสองขีดด้านขวาทำมุม 45 องศา

ความหมาย การเจ็บป่วย การรักษา การพลัดพราก กระทันหัน เดินทาง การงาน

ด้านการแพทย์ สุขภาพไม่ถ้าอยู่ในพื้นดวง ดาวจรกำลังป่วย อยู่ราศีไหนก็เป็นราศีนั้น พยาบาล รักษา

การใช้ดาวเคราะห์น้อยก็ใช้เหมือนดาวทั่วไป มันต้องใช้จุดเจ้าชะตาเข้าช่วย หรือราศีเข้าช่วยมันถึงทำงานในพื้นดวงหรือดาวจร หรือโค้ง ดาวเคราะห์น้อยจะไม่มารวมกับดาวทิพย์ หรือยูเรเนียน เป็นอีกระบบหนึ่ง เราอาจดูอย่างเดียว กับดาวเคราะห์ตัดดาวทิพย์ทิ้งไป  

ส่วนจองร่างกาย เอว กระดูกสันหลัง ระบบย่อยอาหาร ส่วนมากจะเป็นแบบกระทันหัน

บทที่ 261
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องรังสีดาวและจุดอิทธิพลที่น่าสนใจ ที่ท่านจำเป็นนำไปใช้ในการฝึกดูพื้นดวงและดาวจร ทิศต่างๆ
 

รังสีของดาวเอาไว้ใช้ในการแก้ไขดาวที่ส่งผลดีหรือร้ายถึงเจ้าชะตานั้น ๆ โดยใช้เครื่องประดับหรือสิ่งของต่างๆ เช่น รถยนต์ ก็ได้ สีของบ้าน รวมไปถึงเครื่องประดับต่าง ๆ
ด้วย คือทำตัวให้เหมือนดาวนั้น ๆ ก็จะช่วยแก้ไขชีวิตให้ดีขึ้นได้

ดาวพุธ                   แดงอมน้ำเงิน

ดาวศุกร์                   แดง

โลก                        แดงอมเหลือง

อังคาร                    เหลืองอมแดง

พฤหัส                    น้ำเงินอมเขียว

เสาร์                       เขียว

มฤตยู                      เขียวอมน้ำเงิน

เนปจูน                   น้ำเงินอมเขียว

 

ลัคนาจะบงบอกถึงทิศตะวันออกของเจ้าชะตาถ้ามีดาวดีอยู่ก็ควรเดินทางไปทางนั้นหรือไปตั้งถิ่นฐานอยู่ ส่วน เมอริเดียน
เป็นทิศใต้ ถ้ามีดาวดีอยู่ก็ควรไปอาศัยทางทิศนี้จะเป็นการดี แต่ให้สังเกตดูว่าดาวพฤหัส หรือดาวศุกร์ อยู่ทิศไหนก็ควร
ไปอยู่ทิศนั้นถ้ามีผู้มาถามว่าทิศไหนดี รวมไปถึงประเทศต่าง ๆ ที่นับจากเจ้าชะตาเกิดด้วย
                 

                                                          N = เหนือ                      
                                                          ใต้
 =MC                        
                                                          AS = ออก        
                                                          W  =

การตรวจเรื่องการเป็นหมัน

เราจะตรวจโดยอาศัยจุดอิทธิพลที่แสดงการเป็นหมัน หรือการไม่มีบุตรในดวงชะตาพื้นดวงดังนี้

SU+MO-ZE = SA

MA+JU-ZE = SA

จากจุดที่กล่าวมานี้ถ้าทำมุมถึง อาทิตย์ แปลว่าสามีเป็นหมัน ถ้าถึง จันทร์ แปลว่าภรรยาเป็นหมัน

การตรวจดูบุตรในท้องเป็นหญิงหรือเป็นชาย

เราจะใช้สำหรับการพยากรณ์จรเป็นหลัก

ในท้องเป็นบุตรหญิง

MO+JU-MC =  SU(จย)
ในทองเป็นบุตรชาย
MA+JU-AS = SU (จย)

ดาวและปัจจัยที่แสดงถึง สามี

SU , SU+MA-CU, SU+MA, SU/MA, SU+CU หรือ SU/CU

ดาวและปัจจัยที่แสดงถึงภรรยา

MO, AR+MO-CU, MO+MA, MO/MA, MO+MO-CU, MO+CU, MO/CU
การตรวจดวงชะตาว่าดีหรือร้ายในอนาคต

การตรวจดวงชะตาว่าในชีวิตนี้จะมีการสูญเสียหรือวิบัติของชีวิตมีหรือไม่ให้ดูที่ดาว SA , NE,HA AD 
ในพื้นดวงว่าทำมุมถึงจุดเจ้าชะตาที่สำคัญหรือเข้าแกนหรือไม่ ควรสำรวจให้ละเอียดก่อนที่จะทายออกไป
สำหรับ
MA,UR นั้นทำหน้าที่คอยซ้ำเติมให้ย่อยยับยิ่งขึ้น

การสำรวจเรียกกับเรื่องรถยนต์

ให้ท่านใช้ปัจจัยดังนี้ในการสำรวจว่าปีนี้จะได้ซื้อรถยนต์หรือไม่

MO+ME, MO/ME, MO+MO-ME, ME+ME-MO

การสำรวจว่าปีนี้เขาจะมีเรื่องเกี่ยวกับด้านหรือที่ดินมีดังนี้

SU/AD     ที่ดิน

JU/SA      บ้านหรืออาคารสิ่งปลูกสร้าง

การสำรวจความเป็นโสดตลาดชีวิตมีปัจจัยที่สำคัญดังนี้ในพื้นดวง

SA+PL-CU=NE   ไม่แต่งงาน

NE+CU-AS            ไม่แต่งงาน

PL+HA-CU             ไม่แต่งงาน

การสำรวจจุดหย่าร้างในพื้นดวงมีปัจจัยที่สำคัญดังนี้

SA+CU-PL , SA+PL-CU , PL+CU-SA

การกำหนดเพศทารกที่จะเกิดขึ้นมา

ร่วมเพศแล้วได้บุตรเป็นชาย  = UR+ZE-MA

ร่วมเพศแล้วได้บุตรเป็นหญิง = UR+ZE-VE

ทั้งนี้ต้องดูจากดวงจันทร์ทับลัคนาก่อนและมาดูจุดบุตรหญิงบุตรชายต่อไปของวันนั้นว่าใครจะมาเกิด

บทที่ 262
สวัสดีครับ ขึ้นเดือนใหม่อีกแล้ว วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องข้อยุติในการพยาการณ์ดวงชะตา ว่าเราจะหาสรุปกับการทำนายกันอย่างไร มีหลายวิธีแต่วันนี้นำสิ่งที่ง่าย ๆ ในการทำความเข้าใจมาให้ท่านทราบไว้ถึงบทสรุปในการการสิ่งที่ต้องการทราบในการทำนายเรื่องต่าง ๆ
 

การให้ข้อยุติในการพยากรณ์ดวงชะตา

                การให้ข้อยุติในการพยากรณ์ นับว่า เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุด ซึ่งจะขาดเสียมิได้ หากเปรียบเทียบกับทางด้านการข่าวกรองทางหาร ผู้ประมาณการณ์จะต้องหาข้อยุติมาเสนอแก่ผู้บังคับบัญชาให้ได้ ว่า ข้าศึก ทำอะไร  เมื่อใด  ที่ไหน  และอย่างไร มิฉะนั้นแล้วการประมาณการณ์นั้น ๆ ก็จะมิก่อให้เกิดประโยชน์แต่ประการใด  การพยากรณ์ดวงชะตาก็เช่นเดียวกัน หากนักโหรศาสตร์ใด ไม่สามารถหาข้อสรุปให้แก่ดวงชะตานั้นได้ ก็ย่อมจะหมายถึงว่า นักโหราศาสตร์ผู้นั้น พยากรณ์โชคชะตาให้เขาไม่ได้ นั่นเอง

                เมื่อผู้พยากรณ์ทำการสำรวจดวงชะตาจนพอแก่ความต้องการแล้ว ขั้นต่อไป อันเป็นขั้นสุดท้ายของการะกิจก็คือ หาข้อยุติ และต่อจากนั้นก็คงเป็นการตอบปัญหาข้อซักถามปลีกย่อย ซึ่งผู้พยากรณ์จะทำการตรวจค้นเป็นรายุด ต่อไป อย่างไรก็ดีในการหาข้อสรุปนี้ นักศึกษาที่ยังไม่มีประสบการณ์คงรู้สึกอึดอัดไม่ใช่เล่น เพื่อใช้เป็นแนวทางในหาข้อสรุปในการพยากรณ์โดยทั่วไป ใคร่ขอเสนอแนวความคิดซึ่งได้จากประสบการณ์ พอเป็นสังเขปคือ อันที่จริงนั้น ในการหาข้อสรุป

ตามปกติย่อมจะขึ้นอยู่กับ กาลสมัย ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามความนิยมของประชาชน หรือ แนวโน้ม ของโลก และแนวโน้มของโลกชองโลกนี้นักโหราศาสตร์จะทราบได้โดยไม่ยากจาก การโคจรขอดาวเพราะเคราะห์ที่โคจรช้า ที่ผ่านราศีต่าง ๆ และโดยวิธีการพยากรณ์ยุด ดังตัวอย่างเช่นในปัจจุบัน ดาวมฤตยูโคจรอยู่ที่ราศีตุล และพูลโต ก็โคจรอยู่ในราศีตุลด้วย เมื่อนักศึกษาต่อไปก็จะทราบว่าราศีตุลนี้ หมายถึง โลกหรือประชาชนโดยทั่ว ๆ ไป อิทธิพลของ มฤตยู กับ พูลโต มีผลทำให้จิตใจของบุคคลทั่วไปในสมัยที่ดาวพระเคราะห์ทั้ง 2 ยังโคจรอยู่ในราศีนี้ ( ใน 1 ราศี มฤตยูใช้เวลาในการโคจรนาย 7ปี พลูโต 30 ปี ชอบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะฉับพลันทันทีทันใด มีปฏิกิริยาต่อต้านของเก่า นิยมของใหม่ ฯลฯ ดังนี้เป็นต้น ดาวพระเคราะห์ที่โคจรช้าอีกดวงหนึ่งคือ เนปจูน ขณะนี้โคจรอยู่ราศีธนุ ( ใช้เวลาโคจร ประมาณ14 ปี ใน 1 ราศี ) โดยอาศัยปรากฏการณ์ที่เนปจูนโคจรอยู่ในราศีธนู นักโหราศาสตร์อาจสรุปได้ว่า ก็คงจะไม่มีอะไรเกิน ปัญหาที่ว่า เมื่อใดจะร่ำรวยปุบปับ ไม่ไรจะถูกสลากกินแบ่งเงินล้าน ต่อไปข้างหน้าจะร่ำรวยมหาสารหรือเปล่า จะมีลาภลอย หรือลงทุนแต่น้อยแต่ได้กำไรมหาสาร หรือไม่ ฯลฯ อะไรทำนองนี้ เมื่อนักโหราศาสตร์ทราบข้อเท็จริงเช่นนี้ หนทางสรุปเพื่อหาข้อยุติก็ง่ายขึ้น และสำหรับในสมัยนี้ จากประสบการณ์พบว่าราการโชคชะตาที่สำคัญประแรกที่เจ้าชะตาสนใจเป็นพิเศษ  จนลืมความสนใจในสิ่งอื่น ๆที่สำคัญ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น คือ  การเงิน การงาน ครอบครัว

                เมื่อนักศึกษาทราบข้อเท็จจริงดังนี้แล้ว ในการสำรวจดวงชะตาก่อนอื่น ก็ควร เพ่งเล็งไปที่ปัญหา 3 ประการนี้เป็นเบื้อแรก และเมื่อตรวจดวงชะตาจนครบตามความต้องการแล้วก็ให้หาข้อสรุปตามสิ่ง 3 ประการนี้

                อย่างไรก็ดี การสรุปที่สั้นที่สุด และก่อให้เกิดความพึงพอใจแก่เจ้าชะตาอย่างมากที่สุด ดูจะไม่มีเกิน สิ่ง   2 ประการดังกล่าวมาแล้วคือ 

                ดีอย่างไร    เพราะอะไร

                ร้ายอย่างไร  เพราะอะไร

                ฉะนั้น หากได้มีการขมวดจุด 2 จุดนี้ไปในข้อยุติด้วย การพยากรณ์ในครั้งคราวนั้น ก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เรือนชะตาโลกให้เราจุดกรกฏไปตั้งที่จุดกรกฏในดวงชะตา เรื่อชะตาโลก จะให้ข่าวสารแก่เรา เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเจ้าชะตากับบุคคลทั่วไป โดยเอา เรือน 9-10 ไปตั้งไปที่แกนกรกฏเรือนที่หนึ่งอยู่ตรงไหนก็เป็นจุดเริ่มต้น

บทที่ 263
 

การดูกาลชะตาแบบรายวัน

                การดูกาลชะตาแบบรายวันนี้เราจะอาศัยดูดวงอาทิตย์จรประจำวันว่าวันนี้จะบอกอะไรกับเรา เป็นการดูกาลชะตาโดยภาพรวม ๆ ว่าวันนี้เราจะมีเหตุการณ์ หรือจะทำอะไรในวันนี้ หรือมีสิ่งสำคัญอะไรเกิดขึ้นบ้าง ให้สังเกตดวงอาทิตย์จรเป็นหลักว่าไปทำมุมกับดาวอะไรในพื้นดวงหรือดาวจรก็ได้ หรือตั้งจุดอิทธิพล หรือศูนย์รังสีเข้าช่วยก็ได้     เพราะดวงอาทิตย์มีการโคจรเพียงวันละหนึ่งองศา ดังนั้นเราจะดูตอนไหนก็ได้มันก็จะบอกเหตุการณ์รายวันทั้งวันจนถึงเที่ยงคืน ก็จะเป็นวันใหม่ไป การดูกาลชะตารายวันเราเอาไว้ประกอบกับการดูกาลชะตารายชั่วโมง นาที ตามลำดับ แต่เราอาจจะไม่ดูกาลชะตาอาทิตย์ก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปตามขั้นตอนแล้วเราควรดูกาลชะตาอาทิตย์ไว้ก่อนว่าวันนี้ดีหรือไม่ดี แล้วค่อยไปดูรายชั่วโมงซึ่งเราได้จากการดูดวงจันทร์ รายนาทีเราดู
เมริเดียน และลัคนา เป็นหลัก

                การดูกาลชะตารายวัน เราสามารถตั้งจุดอิทธิพล และศูนย์รังสีเข้าไปถามได้เลยว่าวันนี้จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างแต่จะเป็นภาพรวม ๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยมาเจาะดูรายชั่วโมงกันต่อไป ความแม่นยำก็ไม่แพ้การดูรายชั่วโมงเหมือนกัน ถ้าท่านได้ฝึกฝนให้ดีและชำนาญ กาลชะตาแบบไหนก็จะสามารถบอกเหตุการณ์ที่เราต้องการทราบได้หมด ดังนั้นท่านจะเหนือกว่าผู้อื่นถ้าท่านมั่นฝึกกาลชะตาให้ได้ทั้งหมดที่สอนมาท่านก็เหมือนรู้ฟ้าดินแล้วมั่นฝึกให้ดีๆ แล้วท่านจะเข้าใจฟ้าและดาวมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เป็นปัญหากับการอ่านท่านต้องอ่านดาวให้ง่าย ๆ ไว้ก่อน อย่าคิดมากเกินไป ทำจิตให้ว่างแล้วท่านจะตีดาวได้แม่นยำ จิตสงบปัญญาจะเกิด

                บางครั้งเราอาจต้องดูกาลชะตาอาทิตย์ผสมกับกาลชะตาจันทร์และเมริเดียนเข้าช่วยในบางเหตุการณ์ เพื่อเป็นการบีบเรื่องนั้นให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ท่านจะได้อะไรจากตรงนี้ไป โดยดูเป็นขั้นตอนคือ ดู อาทิตย์ ก่อน และไปดูจันทร์ และไปดู ลัคนา และเมริเดียน เพราะถึงกาลชะตาจะต้องบอกเรื่องเดียวกันหมด
บทที่ 264
วันนี้เรามาเรียนเรื่องหนักๆกันหน่อย แต่เป็นเรื่องสำคัญว่าจุดต่างๆ มากันอย่างไรในวิชานี้นะครับ ท่านจะได้ทราบที่มาและที่ไปได้ ไม่ใช่ว่าเล่นเป็นอย่างเดียว แต่ต้องรู้ที่มาของจุดหรือปัจจัยต่างๆ ที่คำนวณกันอย่างไรนะครับ
 

เกษตรประจำวัน

ไว้พยากรณ์เหตุการณ์ที่สำคัญประจำวันให้ทำการตั้งจุดดังนี้

 สร้างตัวแปร 1 = AR+AR-SU จุดนี้ไปตรงกับดาวหรือปัจจัยอะไรก็ตามทั้งในพื้นดวงและจรก็จะบอกเหตุการณ์นั้น ทั้งด้านดีและด้านร้าย หรือไปตรงกับศูนย์รังสี หรือจุดอิทธิพลที่เราสร้างขึ้นมาก็ได้ หรือไปตรงกับดาวดีหรือดาวร้ายก็สามารถไปใช้ในการบอกเวลาดี ๆ ประจำวันได้

โค้งสุริยาตร์ประจำวัน

ใช้สำหรับการพยากรณ์ในรอบวัน ใช้คำนวณดวงกำเนิด ดวงทินวรรษ( Sola  Return) โค้งสุริยาตร์ประจำวันนี้ จะโคจรวันละประมาณ 1 องศา 

สูตรในการคำนวณ สร้างตัวแปร 2 = SU(จร) – SU (กน) เราสามารถใช้ดวงสงการณ์แทนได้ก็ทำการเปลี่ยน SU(กน) เป็น SU ในดวงสงการณ์ คืออาทิตย์ที่ตำแหน่ง 00.00 ในราศีมังกร ให้ใช้ในการดูเหตุการณ์รายเดือนบนดวง Full Moon ก็ได้ ว่าภายใน Full Moon นี้ ถึง Full Moon หน้าจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันไหนของช่วง Full Moon หรือ New Moon ถึง New Moon ก็ได้ เป็นการพยากรณ์รายเดือนเพื่อการวันก็ได้

การพยากรณ์รายวัน

ให้ดูการโคจรของจันทร์จร จะให้ดูเหตุการณ์รายชั่วโมง โดยใช้เวลา 2.50 ชั่วโมง ต่อ 1 องศา

ตรวจเหตุการณ์รายนาที ให้ดูที่ MC จรรายวันโคจรได้ประมาณชั่วโมงละ 13.33 องศา หรือ 4 นาทีต่อ 1 องศา

การพยากรณ์ชั่วโมงสำคัญ

เป็นการพยากรณ์ที่ต้องใช้ความชำนาญพอสมควร เพื่อหาชั่วโมงที่จำเกิดเหตุการณ์ สำคัญที่จะเกิดเหตุที่ต้องการค้นหาทั้งด้านดีและด้านร้าย โดยใช้สูตร ดังนี้

 สร้างตัวแปรขึ้นมา 1= MO (จร) – SU (จร) แล้วเลื่อนเปลี่ยนชั่วโมงในโปรแกรมไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหรือปัจจัยที่เรากำหนดขึ้นที่น่าสนใจก็เป็นชั่วโมงนั้น หรือหาชั่วโมงดีประจำวันก็ได้

การพยากรณ์รายนาที

เป็นการพยากรณ์ที่ละเอียดที่สุด การคำนวณหานาทีที่สำคัญ เราใช้สูตร ดังนี้

 สร้างตัวแปร 1= MC(จร) – SU (จร) ระยะเชิงมุมจะบอกเหตุการณ์นาที่ที่จะเกิดอะไรขึ้นทั้งด้านดีและด้านร้าย และกดเปลี่ยนโปรแกรมเป็นรายนาทีจนจุดที่เราตั้งขึ้นไปตรงกับดาวหรือปัจจัยที่เราตั้งขึ้นมา

การหาสถานที่สำคัญที่จะเกิดเหตุการณ์รายนาทีมีสูตรดังนี้สร้างตัวแปร 1= AS (จร) – SU(จร) จะบอกถึงสถานที่และสิ่งแวดล้อมของเหตุการณ์นั้น ๆ และลัคนาจรจะบอกเรื่องของสถานที่และสิ่งแวดล้อมแต่ไม่บอกเหตุการณ์ที่จะเกิด ต้องไปดูจาก MC จรรายวัน

บทที่ 265
 

วันนี้เรามาคุยเรื่องวิธีการพยากรณ์ โดยทฤษฏีเรือนชะตาต่างๆ กันนะครับว่าเค้ามีอะไรกันบ้าง ให้อ่านเป็นหลักการไว้ก่อน

1.       วิธีการพยากรณ์ เรือนชะตา มีหลักปฏิบัติอยู่เพียง ประการเดียว ที่เป็นแก่นสารของทฤษฏี คือ เอาอิทธิพลของดาว ผนวก       กับ อิทธิพลของเรือน แล้วอุปมาเป็นคำทำนายโดย ใช้หลักการด้านจิตวิทยา

2.       - ดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยในราศี บอกถึง สันดาน หรือ กรรมเก่า ของเจ้าชะตา

      - ดาวพระเคราะห์หรือปัจจัยในเรือนชะตา บอกความเป็นอยู่ ซึ่งมีผลมาจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ของเจ้าชะตา

3.       หลักการพยากรณ์ที่ได้กล่าวมานี้ เป็นหลักทั่ว ๆ ไป ใช้ได้สำหรับโหราศาสตร์ ทุกระบบ อย่าลืม
       หลักการอ่านดวงชะตา เอาอิทธิพลดาว ผนวกเข้ากับ อิทธิพลของราศี หรือ อิทธิพลของเรือนชะตา ที่ดาวดวงนั้นสถิต
       อยู่อ่านตามหลักนี้เสียก่อน แล้วจึงอุปมาเป็นคำทำนาย โดยใช้หลักทางด้านจิตวิทยา

4.       ในกรณีที่มีปัจจัยอื่นสัมพันธ์หรือได้ตำแหน่งสัมพันธ์กับดาวในเรือนชะตา หรือราศี ที่พิจารณา ก็ให้ ผนวก
       อิทธิพลของปัจจัยนั้น ๆ เข้ากับคำพยากรณ์ที่อ่านจาก ดาว
+ เรือน นั้นด้วย ดังตัวอย่างเช่น

จันทร์ สถิตในเรือนที่ 4 แปลว่า มีความรู้สึกสำนึกในเรื่องบ้าน ชอบอยู่แต่ในบ้าน มีบุคคลเพศหญิงอยู่ในบ้านหลายคน เช่นมีแต่บุตรสา เป็นต้น มีการเปลี่ยนแปลงและมีการผันแปรเกี่ยวกับเรื่องบ้านอยู่เสมอ หรือ ชอบเลี้ยงไม้ดอก

จันทร์ สถิตในเรือนที่ 4 ทำมุม 45 องศากับ เสาร์ แปลว่า ย้ายที่อยู่บ่อย หรือมีวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องภายในบ้านอยู่ตลอดเวลา บุคคลเพศหญิงภายในบ้านมักเปล่าเปลี่ยวหรือถูกทอดทิ้ง

 

5.       การพยากรณ์จะยิ่งละเอียด ละออ และปราณีตยี่งขึ้นถ้ามีการเอา คุณสมบัติของราศี ที่ดาวนั้นสถิต

ทั้งดาวในเรือนชะตาที่พิจารณา และดาวหรือปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับดาวหรือปัจจัย ในเรือนที่พิจารณานั้น

ตัวอย่าง เช่น ในดวงชะตา จันทร์ สถิตในเรือนที่ 4 สัมพันธ์ถึง เสาร์ ซึ่งสถิตในราศีตุลย์ เป็นต้น เราอาจพยากรณ์ด้วยความแม่นยำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ได้ว่า เจ้าชะตาจากบ้านอยู่เป็นนิจสิน หรือในกรณี อาทิตย์ สถิตในเรือนที่ 5 ทำมุม 45 องศากับศุกร์ซึ่งสถิตในราศีตุลย์ คำพยากรณ์ที่ว่า ชอบเป็นศิลปินนักแสดงหรือเป็นครูในโรงเรียนช่างศิลปะ

6.       ในกรณีพิจารณา ราศี ที่สถิตของดาวในเรือนชะตาที่พิจารณา ด้วย ดังตัวอย่างเช่น ในดวงชะตาหนึ่งตรวจพบว่า อังคารสถิตในเรือนที่ 5 ราศีธนู ทำมุม 90 องศากับ มฤตยูในราศีมีน ก็อาจพยากรณ์ได้ว่า ชอบอาสางาน หรือ มีหัว อังคารในเรือนที่ 5 ไปทางด้านการเมือง ราศีธนู ซึ่งจะทำให้ตนต้องเดือนร้อนโดยไม่คาดคิดมาก่อน มฤตยูในราศีมีน

7.       ขอให้ท่านสนใจคำแปลของ พฤหัส สถิตในเรือนที่ 5 ในคัมภีร์สูตรเรือนชะตา คือ “มีโชคในการอาสาการงาน การเสี่ยงโชค บุตร ในการสอนหรือในการเรียน จากสิ่งบันเทิงใจและความรัก เจ้าชะตาจะแสดงโชคจากสิ่งตามที่กล่าวมานี้ “

จากประสบการณ์พบว่า คำพยากรณ์นี้มีผลแน่นอนมาก และพบเสมอในดวงชะตาของ ครู และศิลปิน และคำว่าเรือนที่ 5 ก็ไม่ได้หมายความแต่การนับจากเรือนที่ 1 ไปเท่านั้น อาจเป็นเรือนที่5 จากเรือนอื่น ๆ ก็ได้ เรือนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน เช่นเรือนที่ 5 จากเรือนที่ 7 คู่ครอง จะเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติตามคำพยากรณ์นี้ หรือเรือนที่ 5 จากเรือนที่ 6 สัตรูในการงานจะมีคุณสมบัติตามคำพยากรณ์นี้ หรือเรือที่ 5 จากเรือนที่ 4 บิดาหรือมารดาจะมีคุณสมบัติตามคำพยากรณ์นี้ หรือเรือนที่ 5 จากเรือนที่ 12 ก็ให้พยากรณ์ว่า สัตรูลับ ๆ จะเป็นผู้คุณสมบัติตาคำพยากรณ์นี้ หรือเรือนที่ 5 จากเรือนที่ 11 มิตรสหายจะมีคำสมบัติตามคำพยากรณ์นี้

8.       การพยากรณ์จะยิ่งมีความแม่นยำยิ่งขึ้น หากใช้เรือนชะตาของโหราศาสตร์ยูเรเนียน ตามแนวของท่าน วิตเตอร์
       และที่นิยมกัน ก็คือ

1.       เรือนชะตาเมอริเดียน เป็นเรือนชะตาที่สำคัญที่สุด และใช้เป็นหลักในการพยากรณ์

2.       เรือนชะตาอาทิตย์ สำหรับเจ้าชะตาชาย สำหรับหญิงใช้สำหรับทำนายคู่ครอง

3.       เรือนชะตาจันทร์  สำหรับเจ้าชะตาหญิง สำหรับชายใช้สำหรับทำนายคู่ครอง

9.       ทฤษฏีเรือนชะตาสำหรับโหราศาสตร์ทุกระบบ เส้นแบ่งเรือนชะตา มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีสภาพเสมือนเป็น จุดอิทธิพล ซึ่งมีความหมายตามความหมายเรือนชะตานั้น ๆ ตัวอย่างเช่น เส้นแบ่งเรือนชะตาที่ 2 แปลว่า การเงิน ของเจ้าชะตา เป็นต้น ซึ่งดาวหรือปัจจัยที่มีสัมพันธ์กับเส้นแบ่งเรือน จะบอกถึงความเป็นไปของสิ่งตามความหมายของเรือนชะตานั้น ๆ

ตัวอย่าง เช่น พฤหัส ทำมุม 45 องศากับเส้นแบ่งเรือนที่ 2 การพยากรณ์ว่า มีโชคลาภและความสำเร็จทางด้านการเงิน ชอบทำธุรกิจ ประสบชัยชนะในด้านอุดมการณ์ เพราะความเมตตาจิตจะทำให้ผลกำไรลดน้อยลง คือพยากรณ์เหมือนกับ พฤหัสในเรือนที่ 2 ดูคำพยากรณ์จากคัมภีร์สูตรเรือนชะตา เรือนชะตาอื่น ๆ ก็คงใช้ถือปฏิบัติอย่างเดียวกัน

เนื่องจาก ตรงจุดเส้นแบ่งเรือนชะตานี้ มีอิทธิพลแรงที่สุด เพราะฉะนั้นดาวที่สถิตที่เส้นแบ่งเรือนก็ดี มีตำแหน่งสัมพันธ์กับเส้นแบ่งเรือนก็ดี จะมีอิทธิพลแรงที่สุดสำหรับเรือนชะตานั้น ยิ่งสัมพันธ์สนิทก็ยิ่งแรงมากขึ้น และแรงกว่าดาวที่สถิตในเรือนชะตานั้นเสียอีก

ตัวอย่าง เช่น อังคาร ทำมุม 45 องศากับเส้นแบ่งเรือนที่ 2 จะมีอิทธิพลต่อเรือนที่ 2 มากกว่าดาวที่สถิตในเรือนที่ 2 เสียอีก
บทที่ 266
 

การพยากรณ์พื้นดวงชะตาจะเริ่มต้นที่จุดไหนก่อนที่จะทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้นของดวงชะตาต่างๆ 

ปัญหาสำคัญในการพยากรณ์พื้นดวงชะตา ในทฤษฏีพระเคราะห์สนธิ จากประสบการณ์ ได้แก่ จุดตั้งต้น ว่าจะเริ่มต้นตรงจุดใดก่อน
จึงจะดี ความจริง ปัญหาเรื่อง จุดเริ่มต้นนี้ เป็นปัญหาทำนอง โลกแตก เพราะนักโหราศาสตร์ผู้มีความเชี่ยวชาญแล้ว มักเริ่มต้น
ไม่เหมือนกัน บางท่านถนัดอย่างโน้น บางท่านก็ถนัดอย่างนี้ และต่างก็มีเหตุผลดีด้วยกันทั้งนั้น และยิ่งกว่านั้น ส่วนใหญ่ยังขึ้นอยู่กับตัวเจ้าชะตาเองด้วย
 ว่าเขาสนใจในเรื่องใด เคยพบเจ้าชะตาบางท่าน ต้องการทราบเพียงเรื่องโรคภับไข้เจ็บอย่างเดียว เรื่องอื่นไม่สนใจทั้งนั้น
บางท่านก็สนใจแต่เรื่องคู่ครองเพียงประการเดียวเท่านั้น ท่านย่อมทราบดีแล้วว่า พระเคราะห์สนธิใดที่มีจุดเจ้าชะตาร่วมอยู่ด้วย
มากที่สุดพระเคราะห์สนธินั้นย่อมมีความสำคัญต่อเจ้าชะตามากที่สุด เพราะเป็นพระเคราะห์สนธิที่แสดงผลเห็นประจักษ์มากที่สุด
ทั้งนี้ ย่อมจะต้องคำนึงถึง มุม ความสนิทหรือระยะวังกะ ด้วยเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น การเริ่มต้น ก็ควรจะเริ่มต้น จากจุดเจ้าชะตาเสมอไป
ถ้าไม่มีเหตุผลอื่นมารบล้าง และในทางปฏิบัติจริงนั้น ส่วนใหญ่ ก็จะเริ่มที่ตรงจุดนี้ ในระหว่าง จุดเจ้าชะตา ทั้ง
6 จุด  
ท่านคงทราบดีแล้วว่า เมอริเดียน เป็นจุดเจ้าชะตาที่ สำคัญที่สุด ดังนั้น โดยปกติแล้ว เขาจึงเริ่มต้นการ

พยากรณ์พื้นดวงชะตา ที่ เมอริเดียน ก่อน โดยวิธี ตั้ง จุด ลูกศร ที่ตำแหน่ง เมอริเดียน ในดวงชะตา
เพื่อทำการสำรวจว่าเมอริเดียนมีความสัมพันธ์กับดาวหรือปัจจัยใด ๆ บ้างในพื้นดวงชะตา เราก็จะได้คำตอบของเจ้าชะตาดวงนั้น
โดยดูได้จากเมอริเดียนสถิตในราศี หรืออยู่ในเรือนชะตาใด รวมไปถึงการทำมุมถึงดาวและปัจจัยต่าง ๆ
ให้อ่านออกมาให้หมดเราก็จะได้คำตอบของชีวิตของเจ้าชะตาเค้าได้อย่างง่าย ๆ  ต่อจากนั้นก็ไปทำการสำรวจจุดเจ้าชะตาอื่น ๆ
ต่อไป เช่น อาทิตย์ จันทร์ ราหู เมษ ลัคนา เป็นต้น ระยะวังกระไม่เกิน
2 องศา

การสำรวจจุดอิทธิพลเมอริเดียน เราจะใช้  AR+AR-MC  เป็นการสำรวจสิ่งต่าง ๆ
ที่เราต้องการทราบรองลงมาจากตำแหน่ง เมอริเดียนจริงของเจ้าชะตา
 

บทที่ 267
การรักษาโรคด้วยสี เราจะแบ่งสีออกเป็นสองโทน คือร้อนกับเย็น เพื่อนช่วยรักษาร่างกายส่วนต่าง ๆ มีดังนี้
กลุ่มโทนสี
โดยทั่วไปศาสตร์ของการรักษาโรคโดยการใช้สีบำบัด เราสามารถแบ่งชนิดหรือโทนสีออกเป็น 2 แบบคือ
กลุ่มสีโทนร้อน เป็นกลุ่มสีที่ทำให้เกิดความรู้สึกมีพลัง เร่าร้อน กระตือรือร้นและกระฉับกระเฉง ในทางจิตวิทยาความแรงของสีโทนร้อนจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากอาหาร ทำให้เกิดความรู้สึกหิวและกระตุ้นให้มีชีวิตชีวาอยู่เสนอ
กลุ่มสีโทนเย็น
เป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกสดชื่น สงบ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจและไม่ทำให้เครียด สีโทนเย็นจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องทำงานหนักและใช้ความคิดเป็นอย่างมาก

กลุ่มสีโทนร้อน
สีเหลือง

สีเหลืองเป็นสีแห่งความสนุกสนาน ความฉลาดรอบรู้ สดใส ร่าเริงและทำให้มีอารมณ์ขัน พลังของสีเหลืองช่วยให้ระบบการทำงานของน้ำดีและลำไส้เป็นไปตามปกติ ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ทั้งยังสามารถใช้เยียวยาอาการท้อแท้ หดหู่และหมดกำลังใจของผู้ป่วยบาง
 สีส้ม
สีส้มเป็นสีแห่งความสร้างสรรค์ อบอุ่น สดใส มีสติปัญญา ความทะเยอทะยานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและในขณะเดียวกันก็มีความระมัดระวังไปในตัว พลังของสีส้มช่วยคลายอาการหอบหืดและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ช่วยรักษาความผิดปกติของม้าม ตับอ่อน ลำไส้ ทั้งยังช่วยในการดูดซึมอาหารของกระเพาะและลำไส้ได้เป็นอย่างดี
สีแดง
สีแดงเป็นสีที่กระตุ้นระบบประสาทของเราได้รุนแรงที่สุด ให้ความรู้สึกเร้าใจ ตื่นเต้น ท้าทาย ตื่นตัว พลังของสีแดงกระตุ้นพลังชีวิตให้มีความเข้มแข็ง กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา ในแง่ของการรักษา สีแดงมีอิทธิพลต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง เพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มพลังในระบบการไหลเวียนของเลือดและรักษาอาการหวัด
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจควรรีบหาสีแดงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันโดยเร็ว เพราะพลังแห่งความมั่นใจ กล้าแสดงออกและความรักที่มีอยู่ในสีแดงนั้นจะสามารถสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองได้เป็นอย่างดี

กลุ่มสีโทนเย็น
สีเขียวสีเขี
สีเขียวเป็นสีที่เด่นที่สุดบนโลก ให้ความรู้สึกร่มเย็น สบายตา ผ่อนคลาย ปลอดภัย ทำให้เกิดความหวังและความสมดุล พลังของสีเขียวสามารถทำให้ประสาทตาผ่อนคลายและความดันโลหิตของเราลดลงได้ ทั้งยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาท ป้องกันการจับตัวของก้อนเลือด ต่อต้านเชื้อโรค รักษาอาการของคนเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เยื่อบุอักเสบ
สีน้ำเงิน
สีน้ำเงินเป็นสีที่สร้างความสุขุม เยือกเย็น หนักแน่นและละเอียดรอบคอบ พลังของสีน้ำเงินทำให้ระบบหายใจเกิดความสมดุลและเข็งแรงขึ้น ใช้ในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงและคลายความเหงา อีกทั้งเป็นสีที่ใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจและการแสดงออกทางศิลปะได้ดี
สีฟ้า
สีฟ้าเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็น เป็นอิสระ ปลอดโปร่ง สบาย ปลอดภัย ใจเย็นและระงับความกระวนกระวายในใจได้ดี พลังของสีฟ้ามีคุณสมบัติในการรักษาอาการของโรคปอด ลดอัตราการเผาผลาญพลังงาน รักษาอาการเจ็บคอและทำให้ชีพจรของเราเต้นเป็นปกติ
สีม่วง
สีม่วงเป็นสีแห่งผู้รู้ ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี พลังของสีม่วงช่วยปรับสมดุลในร่างกายของเราในกลับมาเป็นปกติ ใช้บำบัดโรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคผิวหนังบางชนิด อีกทั้งยังช่วยในการบำบัดโรคไขข้อได้อีกด้วยสีม่วงเป็นสีแห่งผู้รู้ ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างความสงบในจิตใจได้เป็นอย่างดี พลังของสีม่วงช่วยปรับสมดุลในร่างกายของเราในกลับมาเป็นปกติ ใช้บำบัดโรคไต กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคผิวหนังบางชนิด อีกทั้งยังช่วยในการบำบัดโรคไขข้อได้อีกด้วย
การนำสีของธรรมชาติมาใช้ในชีวิตประจำวัน
หากตื่นนอนแล้วแต่ยังรู้สึกง่วงเมื่อเข้าห้องน้ำก็ควรเลือกใช้แปรงสีฟันสีแดง สีส้ม
ผู้ที่นอนไม่ค่อยหลับให้สวมชุดนอนหรือชุดเครื่องนอนสีฟ้าหรือสีเขียวอ่อน
ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้สายตามากๆ เช่น คอมพิวเตอร์ ก็ควรมีกระถางต้นไม้เล็กๆ ตั้งข้างๆ
ใช้ภาชนะสีแดงเพื่อเป็นตัวกระตุ้นการเจริญอาหาร