คู่มือ
การใช้โปรแกรม
Apollon 15
Version
 1.9.4.1 R14

 

 

Decha phairatchakul
decha99@hotmail.com
Service Tel. 02-3743117,09-0456869
copyright 2005(c) Apollon group.
thailand



 


 

วิชาโหราศาสตร์(Astrology)คืออะไรในสมัยอดีต ได้มีผู้ให้คำจำกัดความของวิชาโหราศาสตร์ว่า “เป็นวิชาที่ว่าด้วยการทำนายและการพยากรณ์โชคชะตามนุษย์ และปรากฏการณ์ต่างๆของโลกโดยอาศัยดวงดาว” ในสมัยปัจจุบันวิชาโหราศาสตร์ได้วิวัฒนาการไปเป็นอันมาก จนมีผลทำให้ความเชื่อถือเดิมของบุคคลทั่วไปที่ว่าวิชาโหราศาสตร์เป็นวิชาที่พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ไม่ได้ กลายเป็นความเชื่อถือที่ล้าสมัยไปเพราะวิชาโหราศาสตร์สมัยนี้ นอกจากจะอำนวยให้สามารถทดสอบดูได้อย่างประจักษ์ชัดแล้ว ยังปรากฏว่าเป็นวิทยาศาสตร์ ที่มีสมมุติฐานน้อยกว่าวิทยาศาสตร์บางแขนงเสียอีกด้วยซ้ำ จึงได้มีผู้ให้คำจำกัดความของวิชานี้เสียใหม่ โดยวิธีการวิเคราะห์จากโครงสร้างดาวพระเคราะห์ซึ่งแสดงอิทธิพลเป็น “วิชาโหราศาสตร์” ตามทฤษฎีของวิชาโหราศาสตร์แนววิทยาศาสตร์ว่า “โหราศาสตร์ คือ วิทยาศาสตร์ ซึ่งว่าด้วยการจัดระเบียบโลก” และถือกันว่า เป็นคำจำกัดความที่ถูกต้องที่สุดของวิชานี้

ประวัติโดยสังเขป
วิชาโหราศาสตร์ได้มีมาในโลกตั้งแต่ยุคใดสมัยใดปัจจุบันยังไม่มีผู้ใดทราบอย่างแน่ชัด จากการอาศัยวิชาที่เกี่ยวกับโบราณคดี ซึ่งปัจจุบันสามารถค้นคว้าย้อนรอยประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ไกลถึงสมัยอาณาจักรเมโสโปเตเมียอันเก่าแก่เมื่อประมาณ 800 ปี ก่อนคริสต์ศักราช พบว่ามนุษย์ในสมัยนั้นได้รู้จักวิชาโหราศาสตร์ อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์โบราณคดีและมนุษย์วิทยาหลายท่านเชื่อว่าวิชาโหราศาสตร์นี้ เกิดขึ้นมาในโลกพร้อมกับการเกิดของมนุษย์ หรือบางทีก่อนการเกิดของมนุษย์เสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่า บรรดาสัตว์ต่างๆรู้เรื่องของดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นอย่างดี สัตว์บางชนิดเช่น นก ปลา แมลง และหอย ได้ใช้อาทิตย์ จันทร์ ดวงดาวและกลุ่มดาวฤกษ์ต่างๆ ในการนำทิศทางสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวของตน สัตว์บางชนิดเช่น มด กบ เป็นต้น รู้ล่วงหน้าว่าเมื่อใดฝนจะตก การสันนิษฐานว่า วิชาโหราศาสตร์มีมาตั้งแต่ก่อนการเกิดของมนุษย์ จึงมีหนทางเป็นไปได้อย่างยิ่ง ในสมัยโบราณวิชาโหราศาสตร์และวิชาดาราศาสตร์ เป็นวิชาการเดียวกัน มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า วิชาแอสโตแมนซี (Astromancy) นักโหราศาสตร์ในสมัยนั้น จะเป็นนักดาราศาสตร์ด้วย ต่อมาท่านอิริดอร์ (Ilidor) ชาวโรมัน ได้แยกวิชาทั้ง 2 นี้ออกจากกันเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.600 เศษ แต่ยังไม่เด็ดขาด วิชาโหราศาสตร์ได้ถูกแยกออกจากวิชาดาราศาสตร์โดยสิ้นเชิงเมื่อคริสต์ศตวรรษที่16

ลักษณะของวิชาโหราศาสตร์
ลักษณะของวิชาโหราศาสตร์อันแท้จริง มาจากหลักความจริงในทางธรรมชาติ คล้ายคลึงวิชาปรัชญาอิทธิพลของปัจจัยโหราศาสตร์ต่างๆอันได้แก่ ราศี เรือนชะตา ดาวพระเคราะห์ ดาวฤกษ์ เป็นต้น มิได้กำหนดขึ้นโดยวิธีการจัดสถิติหรือการใช้ญาณวิเศษแต่ประการใดทั้งนั้น หากมาแต่กรรมวิธีวิเคราะห์และสังเคราะห์ของวิชาโหราศาสตร์ทั้งสิ้น ดังตัวอย่างเช่น อิทธิพลประการหนึ่งของอาทิตย์ ซึ่งหมายถึงร่างกายในวิชาโหราศาสตร์ เป็นต้น มาจากหลักความจริง คือ พลังงานสำคัญที่มนุษย์ได้รับจากดวงอาทิตย์ ก็คือความร้อน สิ่งต่างๆในโลกทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต จะรู้สึกร้อนได้ก็แต่เฉพาะ สิ่งที่มีกาย หรือ กายสังขาร เท่านั้น สัมผัสอย่างอื่นรับไม่ได้ อาทิตย์กับร่างกายหรือกายสังขาร จึงเป็นสิ่งจำพวกเดียวกัน เหมือนกับเครื่องส่งวิทยุกับเครื่องรับวิทยุ ย่อมจะเป็น เครื่องวิทยุ ด้วยกันฉะนั้น อาทิตย์จึงหมายถึง ร่างกาย ในวิชาโหราศาสตร์

 

 


ดวงชะตา
คำว่าดวงชะตาตรงกับคำว่า“Horoscope” มักจะหมายถึง แผนผังบนท้องฟ้าทั้งหมด ภาพท้องฟ้า ผังแสดงการกำเนิด (ในท้องฟ้า) อันมีตำแหน่งของดวงดาว และจุดบนระวิมรรค (วิถีการโคจรของดวงอาทิตย์ ซึ่งเราเห็นเหมือนกับว่า โคจรรอบโลก) รวมอยู่ด้วย ณ ขณะพิจารณา หากดวงชะตานี้แสดงการเกิดของมนุษย์ เราก็เรียกว่า ดวงชะตากำเนิด

นักโหราศาสตร์ปฏิบัติอย่างไรกับดวงชะตา
เมื่อนักโหราศาสตร์มีดวงชะตาแล้ว ต่อจากนั้นเขาก็จะวินิจฉัยคุณภาพของดวงชะตานี้ต่อไป จากตำแหน่งที่สถิตย์ของปัจจัยต่างๆ เช่น  เมอริเดียน ลัคนา ดาวพระเคราะห์ ตามกฏเกณท์ของแต่ละสำนักศึกษา

แนวความคิดเกี่ยวกับการแสดงอิทธิพลของดวงดาว
โหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน สันนิษฐานว่า ดาวพระเคราะห์ทุกดวง และปัจจัยอื่นๆมิได้แสดงอิทธิพลโดยตรงมายังมนุษย์หรือตัวเจ้าชะตา แต่ได้ส่งอิทธิพลมายังโลกก่อน แล้วจากนั้นมนุษย์ ซึ่งก็คือโลกตามจุดต่างๆจะได้รับอิทธิพลดังกล่าวมาอีกทอดหนึ่ง การสันนิษฐานดังกล่าวนี้ มีผลมาจากการพิจารณาโลกในทัศนะกว้าง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลก ความจริงก็คือโลกนั่นเอง มนุษย์ก็เช่นเดียวกันคือโลก ตามคำที่กล่าวว่า มนุษย์คือโลก กายสังขารของเขาคือโลก เขาอาศัยร่างของบรรพบุรุษของเขาเกิดมาให้เห็นเป็นตัวตนและแล้วเขาก็กลับไปเป็นโลกตามเดิม ด้วยเหตุนี้เองอิทธิพลของดวงดาวจึงกระทำต่อโลกก่อน แล้วจึงถ่ายทอดไปยังมนุษย์หรือเจ้าชะตาทีหลัง (คำว่า เจ้าชะตา หมายถึงผู้ที่เป็นเจ้าของดวงชะตา) ดูอย่างต้นไม้ การที่ต้นไม้จะแห้งและตายไปนั้น แผ่นดินจะต้องแห้งผากก่อน แล้วจึงบันดาลผลให้ต้นไม้ตายเพราะขาดน้ำเลี้ยง มนุษย์เราก็ไม่ผิดอะไรกับต้นไม้ซึ่งเคลื่อนที่ได้ต้นหนึ่ง ย่อมจะได้รับอิทธิพลซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาทั้งหลายจากฟ้า โดยผ่านจากโลกที่อยู่อาศัยเสียก่อนเสมอไป ดังนั้น แกนแห่งโลก หรือที่โหราศาสตร์ยูเรเนี่ยนนิยมเรียกสั้นๆว่า แกนโลก (ได้แก่ จุดเมษ กับ จุดตุล ซึ่งจะได้อธิบายในตอนหลัง) จึงมีความสำคัญในการพยากรณ์อย่างเหลือหลาย
ถึงแม้จะเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันแล้วว่า วิชาโหราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งของโลกแล้วก็ตาม ก็ยังมีบุคคลชั้นสมองอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหลังจากได้ทำการศึกษาวิชาโหราศาสตร์จนเชี่ยวชาญแล้ว ยังมองเห็นข้อบกพร่องของกรรมวิธีการพยากรณ์ทางโหราศาสตร์ที่ใช้กันมาแต่เดิมอยู่เป็นอันมาก กล่าวคือ หาแบบวิธีดำเนินการพยากรณ์ที่แน่นอนและเห็นได้ชัด แม้จะเทียบกับการลำดับการประมาณสถานการณ์สำหรับกิจการต่างๆก็ยังไม่ได้ จึงได้เขียนเป็นบทความลงในนิตยสารโหราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เสนอแนวทางสำหรับการศึกษาค้นคว้าใหม่เมื่อปีพ.ศ.2461 ได้เสนอติดต่อกันนานเกิน 2 ปี ซึ่งในที่สุดก็เป็นที่ยอมรับในกลุ่มนักศึกษาชั้นปัญญาชนและได้แบ่งแนวทางในการศึกษาวิชาโหราศาสตร์ออกเป็น 2 แนว ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

วิชาโหราศาสตร์ทั้ง 2 แนวนี้คือ
1. โหราศาสตร์ยุคศิลป์ ได้แก่วิชาโหราศาสตร์ซึ่งศึกษาค้นคว้าโดยอาศัยแนวทางที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณตามลำดับ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีแนวโน้มไปทางหลักนิยมของวิชาจิตวิทยา ซึ่งบางทีก็เรียกว่าโหราศาสตร์แนวจิตวิทยาหรือโหราศาสตร์แนวปรัชญญา
2. โหราศาสตร์แนววิทยาศาสตร์ ได้แก่วิชาโหราศาสตร์ซึ่งได้รับการพัฒนา โดยอาศัยแนวทางของวิชาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีกรรมวิธีการพยากรณ์ที่แน่นอนตายตัวและเห็นประจักษ์ชัด ผู้ที่จะสามารถศึกษาโหราศาสตร์ตามแนวทางนี้ได้ดี ควรมีความรู้ในวิชาดาราศาสตร์และวิชาคำนวณพอสมควร

สำหรับโหราศาสตร์ยุคศิลป์ ปัจจุบันก็ยังมีผู้นิยมศึกษาอยู่ไม่น้อย ผู้ศึกษาในสมัยหลังได้พยายามศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ โหราศาสตร์ที่จัดว่าเป็นโหราศาสตร์ยุคศิลป์ที่แท้จริง ได้แก่ โหราศาสตร์ไทย โหราศาสตร์ภารตะ เป็นต้น อย่างไรก็ดี วิชาโหราศาสตร์แนวนี้ในต่างประเทสได้พยายามปรับตนให้เข้ามาหาโหราศาสตร์แนววิทยาศาสตร์อยู่ทุกขณะ จนปัจจุบันในยุโรปและบางประเทศเกือบจะกล่าวได้ว่ามีโหราศาสตร์แนวนี้อยู่แต่เพียงในนามเท่านั้น

ส่วนโหราศาสตร์แนววิทยาศาสตร์ที่แท้จริงนั้น ผู้วางรากฐานเป็นนักวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ อัลเฟรด วิตเตอ วิชาโหราศาสตร์ซึ่งค้นคว้าตามแนวทางของท่านมีชื่อเรียกเป็นพิเศษว่า โหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน (Uranian Astrology) ส่วนท่าน ไฟร์แฮร์ ฟอนเคล๊อคเลอร์ นักโหราศาสตร์ชั้นนำของโลกชาวเยอรมันนั้น ยกย่องกันว่าเป็น บิดาของโหราศาสตร์แนววิทยาศาสตร์ เพราะท่านเป็นผู้นำเอาวิชาคำนวณเข้าไปประกอบกับวิชาโหราศาสตร์ในการพยากรณ์ต่างๆได้สำเร็จเป็นคนแรก

เนื่องจากในยุคปัจจุบัน โหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน กำลังได้รับความนิยมและใช้ศึกษากันทั่วโลก เพราะมีกฏเกณฑ์แน่นอนตายตัว และสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ประจักษ์ชัดมากกว่า ดังเช่น วิธีการอ่านความหมายของ สิ่ง ที่เรียกกันในภาษาโหราศาสตร์สมัยนี้ว่า พระเคราะห์สนธิ์ ก็มีทฤษฎีการอ่านเหมือนกับการอ่านสารประกอบในวิชาเคมี (อันที่จริงการอ่านความหมายปัจจัยโหราศาสตร์นี้ เดิมทีเดียวเมื่อสมัยที่โหราศาสตร์มีลักษณะเป็น “ศาสตร์” ขึ้นมา วิธีการพยากรณ์หรือการอ่านความหมายดังกล่าว ก็คงปฏิบัติง่ายๆและเข้าใจว่ามีกฏเกณฑ์ในทำนองเดียวกันนี้ สันนิษฐานว่าความสลับซับซ้อนซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหมู่นักศึกษาเก่าๆบางท่าน อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้โฉมหน้าของวิชาโหราศาสตร์แปรสภาพไปในทำนอง วิชาสถิติ เกิดขึ้นเนื่องจาก “ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์”) ตัวอย่างเช่น ดาวศุกร์ หมายถึง ความรัก การมีความสอดคล้องต้องกัน ดาวเสาร์ หมายถึง ความทุกข์ หากในดวงชะตาของผู้ใด หากปรากฏว่ามี พระเคราะห์สนธิ์ ศุกร์ = เสาร์ ผู้นั้นจะต้องมี ความทุกข์(เสาร์) เกี่ยวกับความรัก(ศุกร์) ไปตลอดชั่วชีวิตของเขาโดยไม่มีเงื่อนไข มากน้อยขึ้นอยู่กับมุมและความคลาดเคลื่อน(ระยะวังกะ) ดังนี้เป็นต้น

 

 

 

 

 


ท่าน อัลเฟรด วิทท์ ปรมาจารย์และบิดาของ
โหราศาสตร์ระบบ Hamburg School of Astrology

ท่าน Alfred Witte เป็นโหราจารย์ที่เด่นมากที่สุดในเยอรมันต้นคริสศตวรรษที่ 20 และเป็นสาเหตุให้มีการตั้งสำนัก Hamburg School of Astrology ได้เขียนบทความทางโหราศาสตร์มากกว่า 40 บทความ และเป็นผู้เขียนคัมภีร์พระเคราะห์สนธิเป็นคนแรก " Rules for Planetary Pictures " ท่านเป็นนักสำรวจ (land-serveyor) สนามบินของเมือง Hamburg ก็เป็นหนึ่งในของผลงานของท่าน ในชีวิตของท่าน ท่านเป็นคนเปิดเผย ท่านแต่งงานและมีบุตรีสองคน

ท่าน Witte เริ่มสนใจโหราศาสตร์ในปี พ . ศ . 2456 เมื่อท่านได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง " ความคิดเกี่ยวกับสี , ตัวเลข , คลื่นเสียง " " Thoughts on Colour, Number, Tone " ซึ่งท่านได้ความคิดมาจาก Jonnes Kepler ที่มีความเห็นในแนวเดียวกัน เป็นนักโหราศาสตร์ เป็นนักคำนวณ สนใจเกี่ยวกับความสมดุลของเสียงดนตรีหรือจักรวาล บทความนี้ได้กล่าวถึงความสมดุลของความสั่นสะเทือนของดาวเคราะห์ต่างๆ (planets'vibration) เป็นเหมือนวัตถุต่างๆต่างก็เกี่ยวข้องกันในแบบคุณสมบัติของคลื่นเสียง ดังตัวอย่างของซ่อมเสียง (tuning fork priciple) บทความนี้เป็นก้าวแรกมาสู่ความรู้ทางโหราศาสตร์ของท่าน

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่าน Witte ถูกส่งตัวไปอยู่แนวหน้าเผชิญกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งท่านได้พยายามทำนายการทิ้งระเบิดของฝ่านรัสเซีย แต่การทำนายล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ท่านได้ค้นคว้าว่าระบบของโหราศาสตร์ดั้งเดิม (classic) ยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก ท่านเริ่มศึกษาโหราศาสตร์ตามแบบของท่านเอง การศึกษาด้วยของจริง ในที่สุดท่านก็สมหวัง และความสมหวังคราวนี้ทำให้มีการปฏิวัติวิชาโหราศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ในต้นคริสศตวรรษ 20 เหมือนในสมัยของ Kepler ในคริสศตวรรษที่ 17 ซึ่งได้ค้นพบสูตรของจักรวาล ได้จัดทำปฏิทินดาวที่มีความแม่นยำในสมัยนั้นและได้บัญญัติของการทำมุมต่างๆบนพื้นฐานของเสียงดนตรี ทุกวันนี้มีคนจำนวนน้อยมากที่รู้ว่า Kepler คือใคร และเป็นผู้ศึกษามุม 72 องศา , 135 องศา , 144 องศา ซึ่งเป็นการศึกษาเรื่องอุปมาอุปมัยทั้งสามมุมที Ptolemeus ไม่เคยได้ใช้ มุมสามเท่าทั้งมุมแรงและมุมอ่อน ( ตรีโกณ ) มุมหกเท่า (60 องศา ) ต่อมา Kepler ได้เผยแพร่ต่อวิชาโหราศาสตร์ ความจริงเรื่องนี้มีพื้นฐานมาจากดนตรี เป็นการทำมุมแบบใหม่ แต่หลังจากท่าน Kepler ถึงแก่กรรมได้ 17 ปี ทำมุมแบบนี้ก็ไม่มีใครสนใจ ท่าน William Lilly ใน ปี พ . ศ . 2190 ได้แต่งตำราโหราศาสตร์ " Christian Astrology " ได้กล่าวถึงมุมใหม่มาอีกคือ 30 องศา , 36 องศา , 45 องศา และ 108 องศา และมีพื้นฐานจากดนตรีเช่นเดียวกันแต่ลึกกว่า ทั้งนี้ได้ศึกษาการปฏิกริยาของซ่อมเสียง

ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2462 ท่าน Witte เริ่มเข้าร่วมกลุ่มกับ "Kepler Cycle" และเริ่มบรรยายความรู้ทางโหราศาสตร์ ในการบรรยายต่างๆท่านได้สอดแทรกความคิดของท่านเกี่ยวกับการปฏิวัติโหราศาสตร์ การพัฒนาโหราศาสตร์แบบดั้งเดิมไปสู่ความทันสมัยเป็นเบื้องแรก ต่อมาในปี พ . ศ . 2468 สหพันธ์นักโหราศาสตร์แห่ง Hamburg ได้ก่อตั้งขึ้น และผู้นำในการก่อตั้ง " กลุ่มศึกษาโหราศาสตร์ the Hamburg School of Astrology " และใน วันที่ 17 สิงหาคม พ . ศ . 2491 ( หลังจากท่าน Witte ถึงแก่กรรมเพียง 13 วัน ) โดยสานุศิษย์ของท่าน Witte อาทิ Wilhelm Beckmann, Conrad Hellurg, Hermann Lefeldt, Karl Perch, Herbert Pauels, Ludwig Rudolph, Heinz Schlaghecke, Wilm, and Schacht ด้วยจุดมุ่งหมายจะสืบทอด ศึกษา พัฒนา ความรู้ทางโหราศาสตร์ที่ท่าน Witte ได้ค้นคว้ามา

ความคิดไม่เหมือนกับท่าน Kepler ท่าน Witte สนใจการทำมุมของปัจจัยต่างๆและสนใจระยะห่างของปัจจัยต่างด้วย และใช้วิชาคณิตศาสตร์มาประยุกต์ด้วยเช่น : a+b=c+d และเมื่อ a,b,c,d( พิจารณา ) เกี่ยวข้องกัน และทำมุมแรงต่อกัน ความคิดนี้เป็นความคิดที่ธรรมดาโดยแท้ และทำให้นักโหราศาสตร์ทั้งหลายได้มีเครื่องมือที่วิเศษสุดในการพิจารณาดวงต่างๆ ระยะห่างหรือตามสูตรคณิตศาสตร์ของปัจจัยต่างๆในดวงทำให้เกิด คัมภีร์พระเคราะห์สนธิขึ้น "planetary pictures " และมีความแรงต่างๆกัน เช่น ถ้าเราให้ a=b และ a และ b อยู่ในจุดเดียวกัน ดังนั้นเรากะได้สูตร 2a=c+d หรือ a=(c+d)/2 นั่นหมายความว่า จุด a จะอยู่กึ่งกลางของ c และ d หรือ ศูนย์รังสี ของ c และ d ปัจจัยที่แรงที่สุดเมื่อจุดอิทธิพล a=b และ c=d ดังนั้นสูตรนี้ทำให้สั้นลงได้ เป็น a=c ซึ่งหมายความว่า a ทับ c เครื่องหมาย = ไม่เคร่งครัดเหมือนคณิตศาสตร์แต่ให้ระยะพอสมควรได้ ( วังกะ ) ปัจจัยอาจจะอยู่ห่างกัน 180 องศา ก็หมายความว่า = ได้ ดังนั้น a=c อาจจะ ทับ (0) ได้ หรือ อาจจะ เล็ง (180) ก็ได้ เรากลับมาพูดเรื่อง ศูนย์รังสีของ ท่าน Witte ศูนย์รังสี เหล่านี้จะมีคุณสมบัติสมบูรณ์เมื่อทำมุม 90 องศา หรือ 270 องศา กับปัจจัยอื่นและทุกวันนี้ สำนัก Hamburg School เพิ่มที่สำคัญคือ 45 องศา , 22.5 องศา , และรวมทั้ง 11.25 องศา ด้วย



พลตรี ประยูร พลอารีย์ เกิดเมื่อวันที่ 27/04/2470

ท่านเป็นผู้บุกเบิกโหราศาสตร์ยูเรเนียนอย่างแท้จริงในเมืองไทย

{RES_49}ท่านจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยเทคนิคและเป็นนายทหารประจำสานีวิทยุศูนย์การทหารปืนใหญ่ที่ จังหวัด ลพบุรี ต่อมาเรียบจบโรงเรียนเสนาธิการทหารบกรับราชการฝ่ายเสนาธิการ ปี 2507 สอบชิงทุนไปศึกษาวิชาสำรวจที่สหรัฐอเมริกา และได้ศึกษาวิชาดาราศาสตร์ด้วย แล้วจึงกลับมาประเทศไทย พ.ท.ประยูร พลอารีย์ (ยศขณะนั้น) ก็เช่นเดี่ยวกับโหรไทยทั้งหลายคือ เริ่มศึกษาโหราศาสตร์ไทยก่อน กำลังหัสมาสนใจราศาสตร์สากล พลตรี ประยูร คือพูดว่า ผมนี้เป็นคนค่อนข้างจู้จี้จุกจิกเรียนไปเรียนมามันเริ่มเบื่อดวงไทยเพราะมันหาหลักอะไรไม่ได้ เหตุผลรองรับที่ชัดเจนก็ไม่มี ผลเรียนอิเล็กทรอนิส์ มันเป็นวิชาที่มีทฤษฏี มีเหตุมีผล มีหลักมีเกณฑ์ ผมก็เลยหงุดหงิด ก็ปรึกษากับเพื่อนฝูงดูว่าจะไปเรียนอะไรดีที่ทำให้รู้กว้าง รู้ลึก รู้จริง นายทหารผู้ใหญ่หลายท่านก็แนะนำว่าให้ไปทางแถบยุโรป เช่น เยอรมนี หรืออังกฤษ

พอดีกับที่  พ.ท.ประยูร ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเล่าถึงการใช้โหราศาสตร์ ตะวันตก ประการวางแผนยุทธการในสงครามโลกครั้งที่สอง ก็ยิ่งประทับใจและต้องการไปศึกษาโหราศาสตร์ในยูโรปากขึ้น

ปี 2511 พ.ท.ประยูร สอบชิงทุนได้ไปศึกษาวิชาเสนาธิการที่ประเทศเยอรมนี  พ.ท.ประยูรจึงเดินทางไปเยอรมนีและเข้าศึกษาโหราศาสตร์สากลแนวคลาดสสิคที่เมือง hannover หนึ่งปี จากนั้นได้ย้ายมาที่เมืองฮัมบูร์กและเข้าศึกษาหลักสูตรโหราศาสตร์ยุ่งเรี่ยนอย่างเป็นระบบที่โรงเรียนโหราศาสตร์ฮัมบูร์อันเป็นต้นตำรับและศูนย์กลางของระบบยูเรเนียนในเยอรมนี นอกจากได้ศึกษาระบบยูเรเนียนอย่างเป็นมาตรฐานต้นตำรับแล้ว พ.ท.ประยูรยังได้รู้จักและมีความสนิทสนมเป็นอย่างมากกับครอบครัวของนายลุควิก รูดอล์ฟ ผู้เป็นประธานโรงเรียนโหราศาสตร์ฮัมบูร์กในขณะนั้น พ.ท.ประยูรได้รับตำราโหราศาสตร์ไว้หลายร้อยเล่ม และได้รับมอบสิทธิการแปลตำรายูเรเนียนจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาไทยจากทางโรงเรียน ได้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของโรงเรียนโหราศาสตร์ฮัมบูร์ตลอดจนได้เป็นผู้แทนระบบยูเรเนียนประจำประเทศไทยในสมัยนั้น

พ.ท.ประยูร จบการศึกษาและเดินทางกลับมาประเทศไทยในปี 2514  โหรจรัญเล่าว่า เมื่อทราบข่าวว่า พ.ท.ประยูร ได้เรียนระบบยูเรเนียนจากต้นตำรับในเยอรมนี ตนก็ได้เดินทางไปพบ พ.ท.ประยูร ด้วยตนเองทันที และได้สนทนาสอบถามถึงหลักทฤษฎีบางประการที่ตนยังข้องใจซึ่ง พ.ท.ประยูร  ก็ชี้แจงอธิบายได้อย่างแจ่มแจ้งทีเดียว ในปีเดียวกันนั้น พ.ท.ประยูร ได้เริ่มบรรยายโหราศาสตร์ยุ้งเนียนที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทย

พลตรีประยูร พลอารีย์ กลายเป็นผู้นำคนสำคัญของระบบยูเรเนียนในเมืองไทย โหรจรัญฯ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เห็นว่าน่าจะมีการสอนวิชายูเรเนียนอย่างเป็นหลักสูตรเช่นเดียวกับ ที่ พ.ท.ประยูรได้เรียนมา จึงได้ปรึกษาให้ พ.ท.ประยูร จัดอบรมหลักสูตรยูเรเนียนลงในโฆษณารับนักศึกษาในหนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย”  โดยก่อตั้งเป็น โรงเรียนโหราศาสตร์กรุงเทพ ในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2515 เปิดอบรมนักศึกษาเป็นรุ่น ๆ และใช้สถานที่ของโรงเรียนอาจารย์เกริกที่สี่แยกคอกวัว นักศึกษารุ่นแรกมีประมาณ 50 คน โรงเรียนจำต้องย้ายสถานที่หลายครั้งจนมาอยู่ที่ตึกตรงข้ามสภาวิจัยแห่งชาติ เยื้องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มี โหร จรัญ   พิกุล เป็นประธาน พ.ท.ประยูร เป็นผู้อำนวยการและอาจารย์ใหญ่เปิดอบรมนักศึกษาจากปี 2515 ถึง 2535 ทั้งสิ้น 23 รุ่น

ข้าพเจ้าได้เป็นลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของท่าน อาจารย์ พลตรี ประยูร พลอารีย์ และได้ทำการเผยแพร่วิชานี้ต่อไปจากท่านในทางที่อันควรและได้สร้างโปรแกรมคำนวณดาวไว้หลายตัวเพื่อสะดวกในการหาตำแหน่งดาวในการผูกดวงจะได้เร็วขึ้นกว่าเก่ามาก ในสมัยที่ข้าพเจ้าไปเรียนยังไม่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดี มีเพียงขนาดรุ่นแรก ๆ จอสีเขียนอยู่ยังทำการคำนวณอะไรไม่ได้มาก คนเขียนโปรแกรมก็น้อย ข้าพเจ้าได้เริ่มมีแนวความคิดตั้งแต่จบมาเริ่มพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อใช้วางตำแหน่งดาวในพื้นดวงและดาวจร ขึ้นมาจนสามารถใช้งานได้ในปี 2538 เปิดตัวชื่อ suad และต่อมาในปี 2549 ได้เปิดตัวโปรแกรม ชื่อ Apollon 1.5 ขึ้นมาแทนตัวเก่าที่ชื่อ suad ที่เขียนด้วยระบบเก่าบน  MS Dos  ที่เริ่มเลิกใช้กันไปแล้วในสมัยนี้ โปรแกรม Apollon 1.5 เข้ามารองรับตรงส่วนนี้ไปสามารถ run บน windows xp ขึ้นไปได้ และมี poctket PC ขึ้นมาช่วยในการพกติดตัวไปไหนมาไหนไม่ต้องยก Note Book ไปอีกแล้ว
 
วิชาโหราศาสตร์ในโลกนี้มีเพียงวิชาเดียวและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การแบ่งแยกใด ๆ ก็ตามผู้ที่มีการศึกษาสมัยนี้ต่างทราบดีว่าส่วนใหญ่เป็นการปฏิบัติทางด้านจิตวิทยา การโฆษณาและการค้า และเป็นภาระหน้าที่ของชาวยูเรเนียนไทยที่ยังอยู่ จะต้องสามัคคีร่วมมือช่วยกันสืบสานวิชายูเรเนียนในเมืองไทยให้คงอยู่และเผยแพร่ออกไปตามเจตนารมณ์ของ พลตรี ประยูร พลอารีย์ ก่อนที่ท่านจากโลกนี้ไปในวันที่ 14 มีนาคม 2536  ที่โรงพยาบาลราชวิถี ด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร



 


Mr.Udo
Dear Decha!

Thank you for your several e.mails to give me the right activate-code.
Paweena was here in the afternoon and has activated your wonderful Programme. I'm very happy now to study all functions, especially the
house-reflectings from Hermann Lwefeldt.

Much regards, also from Paweena, I admire you, having made that wonderfull Uranian-Astrology-programme.
with love from,
Udo

 

 

จดหมายที่นาย Udo ส่งมาขอบคุณที่ส่งโปรแกรมไปให้ทดสอบการใช้และประทับใจท่านมากได้ตอบกลับมาเพื่อเป็นหลักฐา


 


 

 


 



โปรแกรม Apollon15 ถือกำเนิดขึ้นมาจากการคิดค้นของนายเดชา  ไพรัชกุล เป็นผู้ออกแบบ และนายอนุสร ภาคผลเป็นผู้เขียน และได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้ใครทำเรียนแบบมีผลตามกฎหมายขั้นสูง หรือนำไปทำสำเนาเพื่อจำหน่ายจ่ายแจก
จดครั้งที่ 1
หมายเลข 112988ว1.1955
จดครั้งที่ 2
หมายเลขจดใหม่
version 1.9.4.1 r11
146921/2549